บท
ตั้งค่า

3

สำนักแพทย์โอสถตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาไร้ทุกข์ บรรยากาศเงียบสงบอบอวลด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรนานาพรรณที่ถูกนำมาตากแดดเรียงรายบนลานหินกว้าง อวี้หนิงหนิงขยับเท้าผ่านซุ้มประตูหินศิลาขาวสลักลวดลายเมฆามงคล แววตาของนางนิ่งสงบ เยือกเย็น และไร้ซึ่งความผูกพันอันลึกซึ้งเฉกเช่นกาลก่อน ชาติที่แล้วสถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สอง นางทุ่มเทหยาดเหงื่อและแรงกายเพื่อสร้างชื่อเสียงให้สำนัก แต่บัดนี้เมื่อมองไปยังศาลาพักผ่อนกลางลาน มันกลับกลายเป็นเพียงสนามรบที่นางต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุด

อาจารย์จวิ้นเสวียนในชุดคลุมสีเทาหม่นนั่งจิบชาอยู่กลางศาลา

แวดล้อมด้วยศิษย์พี่ใหญ่จางเย่ ศิษย์พี่รองจางซุน และศิษย์พี่สามจางเหิง เมื่อบุรุษทั้งสี่เห็นศิษย์เอกคนโปรดปรากฏตัว รอยยิ้มอบอุ่นก็ประดับบนใบหน้าของพวกเขาทันที

"หนิงหนิง เจ้ามาแล้วหรือ อาการป่วยของเจ้าดีขึ้นแล้วใช่หรือไม่" อาจารย์จวิ้นเสวียนเอ่ยทักทาย น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความเมตตาและห่วงใย

อวี้หนิงหนิงประสานมือเบื้องหน้าทำความเคารพอย่างถูกระเบียบ ท่าทางของนางแข็งกระด้างขึ้นเล็กน้อยจนศิษย์พี่รองจางซุนอดเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจไม่ได้ ทว่ายังไม่ทันที่ใครจะเอ่ยปากถามหาสาเหตุ เสียงสะอื้นไห้ก็ดังแทรกเข้ามาทำลายความสงบเงียบของยอดเขา

อวี้ซินซินในชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ราวกับดอกบัวแรกแย้ม วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาตรงลานกว้าง ใบหน้างดงามอาบไปด้วยหยาดน้ำตา ร่างบอบบางทรุดตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าอาจารย์จวิ้นเสวียนอย่างน่าเวทนา ช่างเป็นภาพที่กระชากใจบุรุษเพศยิ่งนัก

"ท่านปรมาจารย์ ได้โปรดเมตตาข้าด้วยเจ้าค่ะ" น้ำเสียงของสตรีร่างเล็กสั่นเครือราวกับนกน้อยที่หลงทางหลงฝูง

"ข้ามีนามว่าอวี้ซินซิน เป็นบุตรสาวตระกูลอวี้เช่นเดียวกับพี่หญิงใหญ่ ข้าใฝ่ฝันอยากเรียนรู้วิชาแพทย์เพื่อช่วยเหลือผู้คนตกทุกข์ได้ยาก แต่ข้าไร้ซึ่งวาสนา ไม่มีผู้ใดคอยชี้แนะ ได้โปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วยเถิดเจ้าค่ะ ข้ายอมเป็นเพียงศิษย์รับใช้กวาดลานหินก็ยอม"

ศิษย์พี่ทั้งสามมองดรุณีน้อยตรงหน้าด้วยสายตาอ่อนแสงลง จางเหิงผู้มีจิตใจอ่อนโยนที่สุดถึงกับขยับตัวทำท่าจะเข้าไปช่วยพยุง ทว่าอาจารย์จวิ้นเสวียนกลับยกมือห้ามเอาไว้ เขามองไปทางอวี้หนิงหนิงเพื่อหยั่งเชิงดูท่าทีของบุตรสาวสายหลักตระกูลอวี้

ในอดีตชาติ เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ อวี้หนิงหนิงอาละวาดอย่างหนัก นางตวาดด่าทออวี้ซินซินอย่างสาดเสียเทเสีย และยื่นคำขาดไม่ให้อาจารย์รับสตรีแพศยาผู้นี้เข้าสำนัก ท่าทีเกรี้ยวกราดไร้เหตุผลของนางในวันนั้นทำให้อาจารย์และศิษย์พี่เริ่มมองนางเปลี่ยนไป พวกเขาคิดว่านางใจแคบ ริษยา และรังแกน้องสาวผู้อ่อนแอ ท้ายที่สุดอาจารย์ก็รับอวี้ซินซินเป็นศิษย์ด้วยความสงสาร และนั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะทั้งหมดที่กลืนกินชีวิตนาง

แต่ในชาตินี้ อวี้หนิงหนิงเพียงแค่ปรายตามองละครฉากนั้นด้วยแววตาว่างเปล่า นางมุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบและหนักแน่น

"อาจารย์ สำนักของเราคือสำนักแพทย์อันดับหนึ่งแห่งแคว้นต้าเซี่ย หากนางอยากฝากตัวเป็นศิษย์ ก็สมควรให้นนางเข้ารับการทดสอบตามกฎระเบียบเถิดเจ้าค่ะ สำนักแพทย์โอสถไม่เคยรับคนไร้ความสามารถเพียงเพราะหยดน้ำตาและความน่าสงสาร"

ถ้อยคำของนางทำให้อวี้ซินซินชะงักงัน แผนการที่เตรียมมาบีบน้ำตาเรียกร้องความเห็นใจถูกสกัดดาวรุ่งจนพังทลายลงในพริบตา อาจารย์จวิ้นเสวียนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างช้าๆ

"หนิงหนิงกล่าวได้ถูกต้อง กฎย่อมต้องเป็นกฎ ไม่มีการยกเว้น" อาจารย์จวิ้นเสวียนลูบเคราสีดอกเลาเบาๆ "หนิงหนิง ในฐานะที่เจ้าเป็นศิษย์เอก เจ้าจงตั้งโจทย์ทดสอบน้องสาวของเจ้าเถิด"

อวี้หนิงหนิงรับคำสั่ง นางหันไปหาอวี้ซินซินที่กำลังลอบกัดริมฝีปากล่างด้วยความเจ็บใจ

"วิชาแพทย์พื้นฐานที่สำคัญที่สุดคือการแยกแยะสมุนไพร" อวี้หนิงหนิงสะบัดแขนเสื้ออย่างสง่างาม

"ชุนเถา นำตะกร้าสมุนไพรที่ข้าเพิ่งซื้อจากตลาดเมื่อวานมาวางตรงหน้านาง"

ชุนเถารีบยกตะกร้าหวายใบใหญ่มาวางดังตึง ภายในนั้นเต็มไปด้วยรากไม้ ใบหญ้า เปลือกไม้ และดอกไม้ตากแห้งหลากชนิดปะปนกันมั่วซั่วไปหมด กลิ่นฉุนกึกตีขึ้นจมูกทันที

"ในตะกร้าใบนี้มีสมุนไพรกว่าห้าสิบชนิด ข้าต้องการให้เจ้าแยกแยะและบอกสรรพคุณของสมุนไพรที่มีพิษแฝงอยู่ทั้งหมดออกมาให้ถูกต้อง ภายในเวลาหนึ่งก้านธูป" อวี้หนิงหนิงตั้งโจทย์สุดหิน แม้แต่แพทย์ฝึกหัดในสำนักยังต้องใช้เวลาเกือบครึ่งวันในการแยกแยะ ทว่านางกลับให้เวลาเพียงน้อยนิด

อวี้ซินซินหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด นางเพิ่งเข้ามาอยู่ในจวนราชครู เคยแอบอ่านตำราแพทย์ผ่านตาเพียงไม่กี่หน้ากระดาษ จะไปรู้จักสมุนไพรพิษรูปร่างหน้าตาประหลาดพวกนี้ได้อย่างไร

"พี่หญิงใหญ่ ท่านจงใจกลั่นแกล้งข้า ข้าเพิ่งเริ่มศึกษาตำรา จะไปรู้ลึกซึ้งถึงเพียงนั้นได้อย่างไรเจ้าคะ" อวี้ซินซินเริ่มบีบน้ำตาระลอกใหม่ หันไปส่งสายตาอ้อนวอนเหล่าศิษย์พี่อย่างน่าสงสาร

จางเย่ผู้เป็นศิษย์พี่ใหญ่ขมวดคิ้วเข้าหากัน "หนิงหนิง โจทย์นี้ออกจะยากเกินไปสำหรับผู้เริ่มต้นหรือไม่ นางยังไม่เคยเข้าเรียนอย่างจริงจังเลยนะ"

"ศิษย์พี่ใหญ่ การรักษาชีวิตคนไข้ไม่อาจใช้คำว่าเพิ่งเริ่มต้นมาเป็นข้ออ้างได้"

อวี้หนิงหนิงสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของนางดุดันและทรงพลัง

"หากวินิจฉัยผิดพลาดเพียงนิดเดียว หรือหยิบยาสลับกันเพียงหยิบมือ ชีวิตคนไข้ก็สูญสิ้น สำนักแพทย์โอสถต้องการผู้ที่มีพรสวรรค์ ไหวพริบ และความพยายาม ไม่ใช่ผู้ที่เอาแต่ร้องไห้เมื่อเผชิญหน้ากับอุปสรรค หากแค่นี้ทำไม่ได้ ก็เชิญไสหัวกลับจวนตระกูลอวี้ไปเสีย"

วาจาเฉียบขาดของนางทำให้ทุกคนกลางลานกว้างอึ้งงัน อาจารย์จวิ้นเสวียนมองศิษย์เอกด้วยแววตาชื่นชมลึกซึ้ง ความเด็ดเดี่ยวและยึดมั่นในอุดมการณ์นี้แหละคือคุณสมบัติของผู้สืบทอดสำนักที่แท้จริง

อวี้ซินซินไร้หนทางหลีกหนี นางจำต้องขยับมือที่สั่นเทาไปหยิบรากไม้สีคล้ำชิ้นหนึ่งขึ้นมาอย่างมั่วซั่ว

"นี่คือ รากหญ้าดับวิญญาณ มีพิษทำให้ร่างกายชาตลอดร่าง" นางเดาสุ่มจากสีสันที่ดูน่ากลัว

"ผิด" อวี้หนิงหนิงตอกกลับทันทีโดยไม่รักษาน้ำใจ "นั่นคือรากโสมแดงตากแห้งชั้นดี สรรพคุณบำรุงโลหิต ไม่มีพิษแม้แต่น้อย เจ้าจับโสมล้ำค่าราคาแพงเป็นหญ้าพิษ ช่างน่าขันยิ่งนัก"

อวี้ซินซินหน้าชา ความอับอายพุ่งริ้วขึ้นมาจุกที่คอหอย นางรีบทิ้งรากโสมแล้วหยิบใบไม้แห้งอีกชิ้นขึ้นมา "เช่นนั้นใบไม้นี้คือใบกลืนโลหิต"

"ผิด นั่นคือใบชาหมิงเฉียน ธรรมดาๆ ที่เอาไว้ชงดื่มตอนเช้า"

อวี้หนิงหนิงหักหน้าอวี้ซินซินครั้งแล้วครั้งเล่าจนสตรีร่างบางแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี เหงื่อแตกพลั่กเต็มกรอบหน้า ทุกครั้งที่นางหยิบผิด อวี้หนิงหนิงจะอธิบายสรรพคุณและลักษณะทางพฤกษศาสตร์ที่แท้จริงออกมาได้อย่างฉะฉาน แม่นยำ และไร้ที่ติ ความรู้แตกฉานของอวี้หนิงหนิงเปล่งประกายเจิดจ้า กดทับอวี้ซินซินให้ดูเป็นเพียงตัวตลกที่ไร้ค่าสิ้นดี

เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งก้านธูป อวี้ซินซินก็ยอมแพ้ราบคาบ นางทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบบนพื้นหินพลางร้องไห้โฮออกมาด้วยความอับอายขายหน้า

"ข้าทำไม่ได้เจ้าค่ะ ข้าไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย"

อวี้หนิงหนิงมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ชาติก่อนสตรีผู้นี้ใช้มารยาหลอกลวงทุกคนจนนางต้องตกกระป๋อง แต่ชาตินี้นางบดขยี้มารยาเหล่านั้นด้วยความจริงและฝีมือที่เหนือกว่าอย่างเทียบไม่ติด

อาจารย์จวิ้นเสวียนถอนหายใจยาว เขาส่ายหน้าด้วยความผิดหวังอย่างปิดไม่มิด

"แม่นางอวี้ซินซิน สำนักของเราคงรับเจ้าไว้เป็นศิษย์ไม่ได้ พื้นฐานของเจ้าอ่อนด้อยเกินไป ซ้ำยังขาดไหวพริบในการสังเกต เจ้าจงกลับไปเถิด"

นางกัดริมฝีปากล่างจนห้อเลือด แผนการที่วาดหวังไว้พังทลายไม่เป็นท่า นางเงยหน้ามองอวี้หนิงหนิงที่ยืนตัวตรงสง่างาม แววตาของศัตรูตัวฉกาจฉายชัดถึงความเกลียดชังและริษยาอย่างปิดไม่มิด

"ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะกลับไปศึกษาให้มากขึ้น" อวี้ซินซินเค้นเสียงรอดไรฟัน ก่อนจะผุดลุกขึ้นและวิ่งเตลิดออกจากสำนักไปอย่างรวดเร็วเพื่อหนีสายตาสมเพชของทุกคน

เมื่อตัวกาลกิณีจากไป บรรยากาศก็กลับมาเบาสบายอีกครั้ง

"หนิงหนิง เจ้าทำได้ดีมาก ความรู้ของเจ้าก้าวหน้าและแม่นยำขึ้นอีกแล้ว" อาจารย์จวิ้นเสวียนเอ่ยชมเชยด้วยความภาคภูมิใจ

"วิชาของศิษย์น้องเล็กช่างล้ำลึก ข้ายังต้องศึกษาอีกมากนัก" จางซุนกล่าวสนับสนุน

อวี้หนิงหนิงเพียงแค่ค้อมศีรษะรับคำชม

นางมองใบหน้าของอาจารย์และศิษย์พี่ทั้งสามอย่างพิจารณา บัดนี้พวกเขายังคงชื่นชมและเอ็นดูนาง แต่ใครจะรับประกันได้ว่าในอนาคตพวกเขาจะไม่แว้งกัดนางอีก หากมีสิ่งใดยั่วยวนใจมากพอ

ความเชื่อใจของนางได้ตายไปพร้อมกับลมหายใจในชาติก่อนแล้ว นับจากนี้นางจะเชื่อมั่นเพียงฝีมือของตนเองเท่านั้น นางจะใช้สำนักแพทย์แห่งนี้เป็นบันไดก้าวขึ้นสู่อำนาจ และเมื่อถึงเวลา นางจะจัดการทุกคนที่เคยทำให้นางเจ็บปวดให้สาสม

"อาจารย์ ศิษย์มีตำรับยาถอนพิษขนานใหม่ที่เพิ่งคิดค้นได้ อยากให้ท่านช่วยชี้แนะข้อบกพร่องเจ้าค่ะ" อวี้หนิงหนิงเปลี่ยนเรื่องสนทนา นางดึงความสนใจของทุกคนกลับมาที่เรื่องวิชาการ

นางจะเปล่งประกายให้ถึงที่สุด จะยืนอยู่บนจุดสูงสุดที่ไม่มีใครเอื้อมถึง เพื่อที่เวลาอวี้ซินซินพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมา จะได้พบเพียงกำแพงสูงชันและความพ่ายแพ้ที่รอคอยอยู่เบื้องหน้าเท่านั้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel