5
ข่าวเรื่องคุณหนูรองจวนราชครูขโมยตำรับยาพิษของพี่สาวมาแอบอ้างจนเกือบทำร้ายผู้คน แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงราวกับไฟลามทุ่ง ชื่อเสียงของอวี้ซินซินที่พยายามสร้างภาพลักษณ์คุณหนูผู้อ่อนโยนพังทลายลงไม่เป็นท่า
ผู้คนในเมืองต่างจับกลุ่มนินทากันอย่างสนุกปากถึงความริษยาและโง่เขลาของนาง อนุซูเสียนโกรธจนแทบกระอักเลือด สั่งลงโทษกักบริเวณบุตรสาวไม่ให้ออกไปพบปะผู้คนจนกว่าเรื่องจะซาลง
ในขณะที่จวนราชครูวุ่นวาย สำนักแพทย์โอสถกลับมีแขกผู้สูงศักดิ์มาเยือนโดยไม่คาดฝัน
ขบวนรถม้าหรูหราประดับตราสัญลักษณ์ราชวงศ์เคลื่อนเข้ามาจอดที่ลานกว้างหน้าสำนัก เหล่าทหารองครักษ์ในชุดเกราะยืนตั้งแถวเรียงรายอย่างสง่างาม ลู่เทียนหยาง รัชทายาทแห่งต้าเซี่ย ก้าวลงจากรถม้าด้วยท่วงท่าองอาจ นัยน์ตาดอกท้อกวาดมองไปรอบๆ อย่างพึงพอใจ อาภรณ์สีม่วงเข้มปักดิ้นทองเสริมให้รูปลักษณ์ของเขาดูหล่อเหลาและทรงอำนาจจนสตรีใดที่พบเห็นก็ต้องใจสั่น
อาจารย์จวิ้นเสวียนพร้อมด้วยศิษย์ทั้งสี่รีบออกมาต้อนรับด้วยความตื่นตระหนก
"ถวายบังคมองค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ"
"ตามสบายเถิด ท่านปรมาจารย์ ข้าเพียงแค่แวะมาเยี่ยมเยือนสำนักแพทย์อันดับหนึ่งของแคว้นเท่านั้น"
ลู่เทียนหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง ทว่าสายตากลับจดจ้องไปที่ดรุณีน้อยในชุดสีขาวบริสุทธิ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังสุด
อวี้หนิงหนิงยังคงรักษาใบหน้าเรียบเฉย นางประสานสายตากับเขา ก่อนจะหลบตาลงต่ำ ชาติก่อนนางไม่เคยมีวาสนาได้ใกล้ชิดกับรัชทายาทผู้นี้ ทว่าในชาตินี้ เพียงแค่ช่วยชีวิตเขาไว้ครั้งเดียว เขากลับตามมารังควานถึงสำนักเสียแล้ว
"องค์รัชทายาทเสด็จมาเยือนถึงที่นี่ นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ไม่ทราบว่ามีสิ่งใดให้สำนักของเรารับใช้หรือพ่ะย่ะค่ะ" อาจารย์จวิ้นเสวียนถามอย่างนอบน้อม
"ข้าได้ยินชื่อเสียงของแม่นางอวี้หนิงหนิง ศิษย์เอกของท่านมานาน ว่ากันว่านางมีพรสวรรค์ด้านการแพทย์ที่หาจับตัวได้ยาก ข้าจึงอยากมาชมเป็นขวัญตาสักครั้ง" ลู่เทียนหยางไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาเดินตรงเข้าไปหาอวี้หนิงหนิงพร้อมกับรอยยิ้มพราวเสน่ห์
"แม่นางอวี้ ยังจำข้าได้หรือไม่ คนเจ็บที่ตรอกร้างวันนั้น"
อวี้หนิงหนิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
"หม่อมฉันความจำไม่ค่อยดีเพคะ จำได้เพียงว่ารักษาคนเจ็บไปมากมาย ไม่ทราบว่าพระองค์คือผู้ใดกัน"
นางจงใจแสร้งทำเป็นจำไม่ได้ เพื่อรักษาระยะห่าง ทว่าลู่เทียนหยางกลับไม่ถือสา เขาหัวเราะเสียงดังลั่นอย่างชอบใจ
"ช่างเป็นสตรีที่ปากแข็งยิ่งนัก เอาเถิด หากเจ้าจำไม่ได้ ข้าก็จะรื้อฟื้นความทรงจำให้เอง" รัชทายาทหนุ่มหันไปพยักหน้าให้องครักษ์คนสนิท
ทันใดนั้น ทหารองครักษ์นับสิบคนก็ช่วยกันขนหีบไม้ขนาดใหญ่หลายใบลงมาจากรถม้า เมื่อเปิดฝาหีบออก กลิ่นหอมตลบอบอวลของสมุนไพรนานาพรรณก็ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ทุกคนในสำนักต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ภายในหีบนั้นเต็มไปด้วยสมุนไพรหายากระดับตำนาน ไม่ว่าจะเป็น บัวหิมะพันปีจากยอดเขาคุนหลุน โสมคนร้อยปี เห็ดหลินจือม่วง หญ้าน้ำค้างสวรรค์ และอื่นๆ อีกมากมายที่ล้วนแต่เป็นของล้ำค่าที่แพทย์ทุกคนใฝ่ฝันอยากครอบครอง มูลค่าของสมุนไพรเหล่านี้รวมกันประเมินค่ามิได้
"ข้าได้ยินมาว่าการศึกษาวิชาแพทย์ต้องใช้สมุนไพรจำนวนมาก ข้าจึงเหมาสมุนไพรชั้นดีทั้งหมดในเมืองหลวงและเมืองใกล้เคียงมามอบให้เจ้าเป็นของขวัญ หวังว่ามันจะมีประโยชน์ต่อการค้นคว้าของเจ้า" ลู่เทียนหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังมอบเพียงขนมชิ้นหนึ่งให้สตรี
จางเย่ จางซุน และจางเหิงอ้าปากค้าง พวกเขาไม่เคยเห็นสมบัติล้ำค่ามากมายปานนี้มาก่อน แม้แต่อาจารย์จวิ้นเสวียนยังต้องลูบเคราตัวเองอย่างระงับอาการตื่นเต้น
"องค์รัชทายาท ของขวัญล้ำค่าปานนี้ หม่อมฉันมิกล้ารับไว้เพคะ" อวี้หนิงหนิงปฏิเสธเสียงแข็ง นางไม่ต้องการติดหนี้บุญคุณผู้ใด โดยเฉพาะบุรุษสูงศักดิ์ผู้นี้
"รับไว้เถิด ข้าเต็มใจให้ และหากเจ้าไม่รับ ข้าก็จะสั่งให้คนเอาไปเผาทิ้งเสีย" ลู่เทียนหยางกล่าวหน้าตาย เขารู้ว่าสตรีตรงหน้ารักและหวงแหนสมุนไพรมากเพียงใด นางคงทนเห็นของล้ำค่าเหล่านี้ถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้แน่
อวี้หนิงหนิงกัดฟันกรอด บุรุษผู้นี้ช่างเผด็จการและเอาแต่ใจยิ่งนัก นางจำใจพยักหน้ารับของขวัญนั้นไว้ "ขอบพระทัยองค์รัชทายาทเพคะ"
ลู่เทียนหยางยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ เขาใช้เวลาเดินชมสำนักและพูดคุยกับอวี้หนิงหนิงอยู่นาน โดยพยายามหาเรื่องสนทนาและชื่นชมความรู้ทางการแพทย์ของนางตลอดเวลา สร้างความอึดอัดใจให้อวี้หนิงหนิงเป็นอย่างมาก
ในขณะเดียวกัน ข่าวการเสด็จเยือนสำนักแพทย์ของรัชทายาทพร้อมกองสมุนไพรมหาศาลก็รู้ไปถึงหูของอวี้ซินซินที่ถูกกักบริเวณอยู่ ความริษยาและเคียดแค้นพุ่งทะลุขีดจำกัด นางทนอยู่เฉยไม่ได้ จึงลอบหนีออกจากจวนและตรงดิ่งมาที่สำนักแพทย์โอสถทันที
"องค์รัชทายาท" อวี้ซินซินปรากฏตัวขึ้นกลางลานกว้างในสภาพกระเซอะกระเซิง นางพุ่งตัวเข้าไปหาลู่เทียนหยางพร้อมกับบีบน้ำตาสะอื้นไห้อย่างน่าเวทนา
"ได้โปรดเมตตาข้าด้วยเจ้าค่ะ ข้าถูกพี่หญิงใหญ่กลั่นแกล้งใส่ร้ายจนไม่มีที่ยืนแล้ว ท่านต้องให้ความเป็นธรรมแก่ข้านะเจ้าคะ"
อวี้ซินซินพยายามใช้มารยาหญิงเรียกร้องความสนใจจากรัชทายาทหนุ่ม นางหวังว่าความงดงามและความน่าสงสารของนางจะทำให้เขาใจอ่อนและหันมาปกป้องนาง
ทว่าลู่เทียนหยางกลับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรำคาญ เขามองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชาและรังเกียจราวกับมองก้อนดินที่สกปรก
"เจ้าเป็นใคร บังอาจมาร้องห่มร้องไห้ต่อหน้าข้า ทหาร ลากตัวสตรีบ้าผู้นี้ออกไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้" รัชทายาทหนุ่มตวาดลั่น
ทหารองครักษ์สองนายรีบปรี่เข้ามาจับแขนอวี้ซินซินและลากตัวนางออกไปอย่างไม่ปรานี อวี้ซินซินกรีดร้องลั่นด้วยความตกใจและอับอาย นางพยายามดิ้นรนแต่ก็สู้แรงทหารไม่ได้
“องค์รัชทายาท ได้โปรดฟังข้าก่อน ข้าคืออวี้ซินซิน น้องสาวของอวี้หนิงหนิง ข้า..."
“หุบปาก ข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะเป็นใคร หากเจ้ากล้ามาวุ่นวายกับแม่นางอวี้หนิงหนิงอีก ข้าจะสั่งตัดลิ้นของเจ้าเสีย" ลู่เทียนหยางประกาศกร้าว น้ำเสียงทรงอำนาจแฝงไปด้วยความโหดเหี้ยมจนอวี้ซินหวาดกลัวจนตัวสั่น นางถูกลากออกไปจากสำนักท่ามกลางสายตาสมเพชของทุกคน
อวี้หนิงหนิงมองดูภาพนั้นด้วยความรู้สึกพึงพอใจ นางไม่จำเป็นต้องลงมือทำอะไรเลย รัชทายาทจอมเผด็จการผู้นี้ก็จัดการเขี่ยสวะให้พ้นทางได้อย่างหมดจด
"ขอบพระทัยที่ทรงช่วยเหลือเพคะ" อวี้หนิงหนิงเอ่ยขอบคุณสั้นๆ
"เรื่องเล็กน้อยสำหรับข้า" ลู่เทียนหยางหันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้นาง
"จำไว้ หนิงหนิง ต่อจากนี้ไป ใครหน้าไหนที่กล้ารังแกเจ้า ข้าจะจัดการมันผู้นั้นให้สิ้นซาก"
สตรีที่นามว่าอวี้หนิงหนิงผู้นี้ ได้รับการคุ้มครองจากบุรุษที่ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดินแล้ว และใครที่คิดจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับนาง คงต้องเตรียมใจรับความพินาศย่อยยับไว้ให้ดี
