บทที่ 12-1 โรงประมูล (1)
ยามอู่
สามพี่น้องหายเข้าป่าไปครึ่งค่อนวัน จนล่วงเลยเข้าสู่ยามอู่ถึงได้กลับออกมาพร้อมกับหมูป่าขนาดใหญ่
"ท่านลุงข้ากลับมาแล้ว ดูนี่สิข้าได้อะไรกลับมาด้วย" อวี้จื่อลู่รีบพุ่งตัวไปยังลานหน้าบ้านไปหากู้หลงซานทันที
ทำเอาคนรออยู่ที่บ้านมองด้วยความโล่งใจ เมื่อเห็นว่าพวกเขากลับมาอย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเป็นกังวลอยู่หลายชั่วยาม ก่อนจะถามออกไปด้วยความเอ็นดู "เจ้าได้สิ่งใดมาอย่างนั้นรึ? ถึงได้ดูตื่นเต้นดีใจเช่นนี้"
"ดูนี่สิเจ้าค่ะ" จากนั้นนางก็เริ่มแกะใบไม้ที่ห่อของข้างในไว้อย่างระมัดระวังเพื่อให้คนตรงหน้าดูสิ่งที่อยู่ด้านใน พอแกะออกมาปรากฏว่าในห่อมีโสมคนอายุหนึ่งร้อยปีสองหัว แต่อีกหนึ่งหัวกลับมีรอยโดนเหยียบจนเสียหาย นอกเหนือจากนั้นยังมีโสมคนอายุระหว่างสี่ถึงห้าสิบปีอยู่จำนวนหลายหัว
"เจ้าไปได้มาจากไหนเสียเยอะแยะไปหมดล่ะจื่อเอ๋อร์" เอ่ยถามด้วยความสงสัย
"คือว่า...ข้ากับพี่ใหญ่ พี่รองเข้าไปยังป่าชั้นในเจ้าค่ะ" พูดจบพลางก้มหน้าลงอย่างคนสำนึกผิด
"ลุงบอกแล้วใช่ไหม ว่าห้ามเข้าไปถ้าไม่มีลุงหรืออี้ถังกับอี้ซื่อไปด้วย ป่าชั้นในมันอันตรายมากโดยเฉพาะพวกสัตว์ปราณที่มันอาศัยอยู่ หากเจ้าไปเจอกับสัตว์ปราณที่อยู่ขั้นปฐพีระดับเจ็ดหรือขั้นราชันย์ขึ้นไป เจ้าคิดดูว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น หากมันเกิดขึ้นกับพวกเจ้าเล่า..." จากนั้นนางก็โดนกู้หลงซานบ่นไปชุดใหญ่จนเขาเริ่มคอแห้ง ครั้นได้จิบชาที่อี้ซื่อนำมาวางให้ก็เริ่มบ่นสั่งสอนนางอีกครั้งจนคนฟังอย่างนางหูดับไปหมดแล้ว ทว่าสายตาอันเฉียบคมก็ได้สังเกตเห็นสิ่งที่อวี้เหิงเยว่กับอวี้เฉิงรุ่ยแบกกลับมา ถ้วยชาในมือถึงกับร่วงหล่นลงพื้น "นี่มัน...ฮึ่ม! พวกเจ้านี่นะ ชอบทำให้ข้าแปลกใจและเป็นห่วงอยู่บ่อยครั้งเสียจริง"
"ข้าช่วยขอรับ คุณชายใหญ่ คุณชายรอง" อี้ซื่อรีบแย่งหมูป่าเพลิงมาจากทั้ง ก่อนจะนำเข้าไปเก็บที่ครัว
"ขอบคุณขอรับน้าอี้ซื่อ" อวี้เหิงเยว่เอ่ยขอบคุณทันที
"แล้วน้าอี้ถังล่ะขอรับท่านลุง" อวี้เฉิงรุ่ยที่กลับไม่เจอก็พลันถามออกไปด้วยความเคยชิน
"อี้ถังไปทำธุระให้ลุงน่ะ กว่าจะได้กลับมาคงอีกหลายวัน" พูดจบเขาก็เรียกให้เด็กทั้งสามมานั่งพักคลายความเหนื่อยล้า "พวกเจ้ามานั่งดื่มน้ำกันเสียก่อนกลับมาเหนื่อย ๆ"
"ขอบคุณขอรับท่านลุง / ขอบคุณเจ้าค่ะท่านลุง"
หนึ่งเค่อต่อมาเหมือนกู้หลงซานจะนึกบางสิ่งได้ "จริงสิ ข้าเกือบลืมไปเสียสนิท อี้ซื่อไปยกออกมาเลย"
"ขอรับนายท่าน" อี้ซื่อเดินหายออกไปชั่วครู่ก่อนจะเดินกลับมาพร้อมกับอาหารที่ส่งกลิ่นหอมลอยคลุ้งไปทั่ว
"หอมมากเลยเจ้าค่ะ"
"ข้าสั่งมาให้พวกเจ้าทั้งหมดเลยเลย"
"หากให้ข้าเดา กลิ่นหอมแบบนี้ต้องเป็นอาหารจากเหลาฝูเมิ่งใชไหมขอรับ"
"ฮ่าฮ่าฮ่า ยอดเยี่ยม ๆ เพียงแค่ได้กลิ่นเจ้าก็สามารถเดาได้ถูกต้อง" กู้หลงซานเอ่ยชมอย่างคนชอบใจ "มากินข้าวกันเถอะ หากช้ากว่านี้อาหารคงเย็นชืดกันพอดี"
จากนั้นทั้งห้าคนก็เดินไปนั่งที่ประจำของตัวเอง และเริ่มลงมือกินข้าวจนเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งเค่อ อวี้จื่อลู่จึงขอตัวแยกออกมาก่อนจะเดินกลับเข้าห้องนอนพร้อมกัับลงดานประตูหน้าต่าง กระทั่งแน่ใจแล้วว่าปลอดภัย จึงนำโสมคนทั้งหมดออกมาวางเรียงรายตรงหน้าอย่างเบามือ ก่อนจะหยิบโสมหัวที่โดนหมูป่าเพลิงเหยียบขึ้นมาวางไว้บนฝ่ามือ แล้วค่อย ๆ ปล่อยปราณพลังธาตุพฤกษาออกมาหล่อเลี้ยงฟื้นฟู เพียงแค่หลับตานึกคิดให้โสมหัวนี้มีสภาพที่สมบูรณ์ ยามเมื่อลืมตาขึ้นมากลับพบว่า โสมคนหัวนี้ได้กลับมามีรูปแบบสมบูรณ์ครบถ้วนยิ่งกว่าเก่า
ด้วยเหตุนี้นางจึงลองหลับตาลงอีกครั้งแล้วกำหนดจิตให้โสมที่อยู่บนฝ่ามือมีอายุจนถึงหนึ่งพันปี นางตั้งสมาธิกำหนดลมปราณให้คงที่แล้วปลดปล่อยปราณธาตุพฤกษาไปยังโสมอีกครั้ง เพื่อให้ปราณเหล่านั้นเข้าไปเป็นตัวกระตุ้นการเจริญเติบโต ทำให้โสมเริ่มมีลักษณะใหญ่ขึ้น และรากที่บ่งบอกอายุของโสมคน ครั้นลืมตาขึ้นมามองภาพตรงหน้า ทำเอานางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ กับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า
“ไม่อยากจะคิดเลยว่า ข้าจะทำได้ถึงขนาดนี้” ดีล่ะต่อไปนางไม่ต้องกังวลเรื่องอายุสมุนไพรแล้ว “อืม…เอาโสมที่เหลือไปปลูกในมิติดีกว่า พลังปราณก็ยังหนาแน่นดีด้วย” อวี้จื่อลู่เอ่ยขึ้นมาอย่างมีความสุข พร้อมหลับตาลงแล้วหายตัวเข้าไปยังภายในมิติของตนเอง
ในมิติ
เมื่อเข้ามาถึงนางก็ลงมือปลูกโสมคนที่แปลงว่างใกล้ ๆ กับตัวบ้าน พร้อมกับไปตักน้ำหยดวารีมรกตที่ทะเลสาบมารดแปลงสมุนไพรทั้งหมด ยามที่ได้รดน้ำลงไปสมุนไพรต่าง ๆ เพียงหนึ่งเค่อก็แข่งกันเจริญเติบโตพร้อมกับพลังปราณที่ไหลออกมาอย่างน่าทึ่ง “เห็นทีว่าคราวหน้าข้าคงต้องนำเมล็ดผักเข้ามาปลูกด้านไหนบ้างแล้ว จะได้มีผักปราณกินทุกวัน”
นางเดินเทียบเคียงแปลงสมุนไพรที่ทอดยาวไปจนสุดยอดเขา พลางส่งสายตาสอดส่องไปทั่วบริเวณที่เดินผ่าน พร้อมกับเด็ดผลจิตวิญญาณมากัดกินสลับกับผลผลึกม่วง ที่ขึ้นอยู่แทบทุกที่ในมิติ ต่อให้นางจะกินไปสักเท่าไหร่ผลไม้พวกนั้นก็ออกผลใหม่มาทดแทนของเก่าทุกครั้ง
แต่ก่อนที่อวี้จื่อลู่จะได้เดินผ่านหน้าถ้ำ กลับรู้สึกว่าเหมือนมีบางอย่างกำลังเรียกร้องให้นางเดินเข้าไปหา ไม่ต่างจากจิตใต้สำนึกในตอนนี้ที่พยายามผลักดันให้เข้าไปภายในถ้ำ เมื่อจิตใจมันเรียกร้องก็ตัดสินใจเดินเข้าไป กลับพบว่าสิ่งของด้านในสร้างความตื่นตะลึงให้นางเป็นอย่างมาก จะไม่ให้นางตกตะลึงได้อย่างไร เพราะว่าสิ่งของตรงหน้านั้นมีมากมายเยอะเป็นภูเขา รวมถึงของภายในถ้ำล้วนแต่เป็นของที่มีค่าจนยากที่จะคาดเดา
อวี้จื่อลู่มองภาพตรงหน้าด้วยความปลื้มปริ่ม แล้วหยิบสิ่งของเหล่านั้นขึ้นมา “นี่…นี่มัน…ถุงมิติ มีแหวนมิติด้วย”
จากนั้นนางก็หยิบขึ้นมาอย่างละชิ้น แล้วลองหยดเลือดลงไปที่แหวนและถุงมิติอย่างที่เคยอ่านในนิยายเมื่อภพชาติที่แล้ว ปรากฏว่านางและสิ่งของทั้งสองได้ผูกพันธสัญญากันแล้ว ส่วนเลือดที่นางหยดลงไปได้ซึมหายเข้าไปในสิ่งของทั้งสองอย่าง แต่ก่อนที่จะเดินกลับออกไป ก็ไม่ลืมที่จะหยิบแหวนกับถุงมิติออกมาอย่างละสี่ชิ้น พร้อมนำของเหล่านั้นเข้าไปเก็บในแหวนมิติของตนเอง แล้วมุ่งหน้าไปยังบ้านที่เป็นของนางทันที