บทที่ 11-1 การเปลี่ยนแปลง (1)
ยามอู่
หลังจากที่ได้พูดคุยและทำความรู้จักกับลุงกู้ ทั้งสี่ต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเอง โดยเฉพาะกู้หลงซานที่อาสาเข้าไปล่าสัตว์ในป่าให้อย่างเต็มใจ คล้อยหลังอีกคนเดินหายเข้าไปในป่าอวี้จื่อลู่ก็ได้เรียกพี่ชายทั้งสองเข้ามาพูดคุยในบ้านด้วยความระมัดระวัง ท่าทีแปลก ๆ ของนางชวนให้พี่ชายอย่างพวกเขานั้นมีแต่ความสงสัยและคำถามเต็มไปหมดแต่ก็ยังคงทำตัวนิ่งเงียบ ยามที่เข้ามาในตัวบ้านแล้วนางก็เดินไปปิดประตูหน้าต่างลงดานจนเสร็จเรียบร้อย แล้วเดินมานั่งประจำที่ของตัวเองด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
อวี้เฉิงรุ่ยทนความอึดอัดไม่ไหวก็เอ่ยปากถามทันที "น้องเล็ก เจ้าเป็นอะไรไยถึงทำหน้าเคร่งเครียดเช่นนี้เล่า หรือเจ้าเจ็บป่วยตรงที่ใดให้พี่รองไปตามท่านหมอหวงดีหรือไม่?" น้ำเสียงที่เปล่งออกมามีแต่ความกังวลและห่วงไย
"ข้ามิได้ป่วยไข้เจ้าค่ะพี่รอง เพียงแต่ว่าข้ามีเรื่องจะบอกท่านพี่ทั้งสอง"
"เจ้าบอกมาเถอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแบบไหนพี่ใหญ่คนนี้ก็พร้อมจะรับฟังและอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ" ฝ่ามือใหญ่เอื้อมไปลูบหัวน้องน้อยอย่างทะนุถนอม
ความอบอุ่นจากฝ่ามือใหญ่แผ่ซ่านไปทั่ว ทำเอานางถึงกับน้ำตาซึม "ขอบคุณเจ้าค่ะ พี่ใหญ่ พี่รอง พวกท่านดูนี่นะเจ้าคะ" พูดจบนางก็หายไปจากตรงหน้าก่อนจะกลับมาพร้อมกับผลไม้รูปร่างแปลกตาในอ้อมกอดเล็ก ยามเมื่อนางส่งผลไม้แปลก ๆ ให้นัยน์ตาพลันฉายแววสงสัยยากจะคาดเดา
"มันคือสิ่งใดหรือน้องเล็ก?"
"นั่นสิพี่ใหญ่ สีมันก็แปลกตาไม่น้อย"
"มันคือผลผลึกม่วงเจ้าค่ะ" จากนั้นนางก็อธิบายสรรพคุณของผลไม้ชนิดนี้ให้พี่ชายทั้งสองฟังอย่างละเอียด พร้อมทั้งวิธีการขั้นตอนทุกอย่างหลังที่กินเข้าไปแล้ว รวมไปถึงการที่นางมีมิติเป็นของตนเอง เมื่อยามที่บอกทุกสิ่งจนหมดแล้วก็ไปลุกขึ้นเดินไปรินใส่ลงแก้วแล้วหยดบางอย่างลงไป ก่อนจะนำมาให้ทั้งคู่ดื่ม "พี่ใหญ่ พี่รอง ดื่มน้ำในแก้วนี่ก่อนเจ้าค่ะจะได้รู้สึกสดชื่น แล้วค่อยกินผลผลึกม่วงเข้าไป อย่าลืมทำตามสิ่งที่ข้าบอกไปก่อนหน้านี้นะเจ้าคะ"
"ว่าแต่เจ้าใส่สิ่งใดลงไปในน้ำแก้วนี้ล่ะน้องเล็ก"
"มันคือหยดวารีมรกตเจ้าค่ะพี่ใหญ่"
"แล้วเจ้าล่ะน้องเล็ก ได้กินไปหรือยัง?"
"ข้ากินมันเข้าไปเมื่อยามอิ๋นแล้วพี่รอง ว่าแต่พวกท่านกินเถอะข้าจะนั่งอยู่เป็นเพื่อนและไม่รบกวนแน่นอนเจ้าค่ะ"
"ไม่ใช่ว่าพอกินเข้าไปแล้วพี่จะกลายเป็นสัตว์ประหลาดหรอกนะน้องเล็ก"
"โถ่! พี่รอง ท่านก็ว่าไปนั่น" พูดจบก็หัวเราะคิกคักกับความจินตนาการของพี่รอง ช่างเป็นคนอารมณ์สุนทรีมาก ๆ
"เช่นนั้นพี่รองจะกินแล้วนะน้องเล็ก อ้าม..." อวี้เฉิงรุ่ยแกล้งทำอ้าปากกว้างราวกับว่ากำลังจะกัดกินผลไม้ในมือ แต่ดูเหมือนว่าจะมีอีกคนร้อนใจกว่าได้ยื่นมือมาข้างหน้าแล้วดันผลไม้เข้าปากเขาอย่างแรง "อุ๊ป! แค่ก แค่ก แค่ก พี่ใหญ่ท่านจะฆ่าข้าหรืออย่างไร" อวี้เฉิงรุ่ยถึงกับสำลักผลไม้ในปากอย่างหน้าเขียวคล้ำ พร้อมกับบ่นตัดพ้อพี่ชายตรงหน้า
"ก็เจ้ามัวแต่ลีลาชักช้าอยู่ได้ ข้าเพียงแค่ช่วยให้เจ้าได้กินมันเร็วขึ้นเพียงเท่านั้น" พร้อมกับเสียงหัวเราะ หึหึหึ ออกมาจากอวี้เหิงเยว่ ก่อนจะหยิบยกผลไม้ในมือขึ้นมากัดกินตามน้องชายของตน ยามเมื่อปลายลิ้นแตะสัมผัสกับรสชาติในปากกลับพบว่า ความหวานของมันได้แผ่กระจายไปทั่ว เมื่อได้กินไปแล้วหนึ่งคำ มักจะมีคำต่อไปเสมอจนไม่เหลือแม้แต่นิดเดียว มือหนาก็คว้าน้ำขึ้นมาดื่มตาม เพียงแค่ชั่วน้ำชาเดือดเท่านั้น อวี้เหิงเยว่ก็สัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างเริ่มไหลเวียนไปทั่วร่าง
โดยเฉพาะช่วงหน้าท้องแกร่งเกิดอาการร้อนวูบวาบ ไม่นานก็มีพลังปราณไหลวนมารวมกันยังจุดตันเถียน จึงหลับตาตั้งสมาธิเพื่อโคจรปราณเปิดเส้นชีพจร พร้อมกับดูดปราณธรรมชาติเข้าหาร่างกาย ผ่านไปหนึ่งชั่วยามคราบสกปรกสีดำเริ่มไหลซึมออกมาตามร่างกายทั้งยังส่งกลิ่นเหม็นออกมา เมื่อพลังปราณภายในคงที่อวี้เหิงเยว่รับรู้ได้เลยว่าร่างกายโปร่งเบา พละกำลังเพิ่มพูนอย่างที่ไม่เคยได้เป็นมาก่อน ประสาทสัมผัสหูก็สามารถได้ยินเป็นระยะไกลหลายลี้ ดูท่าการที่เขาปลุกพลังไม่เพียงแค่ทำให้แข็งแกร่งขึ้น ทุกส่วนของร่างกายสามารถตอบรับสัมผัสต่าง ๆ ก็เปลี่ยนเป็นรับรู้ได้รวดเร็วขึ้น เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางอวี้เหิงเยว่ค่อยๆลืมตาขึ้นมาออกมาจากสมาธิ กลับพบว่าเนื้อตัวเต็มไปด้วยคราบสกปรกสีดำพร้อมกับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์
อวี้จื่อลู่เมื่อเห็นว่าพี่ใหญ่ของตนทำสำเร็จแล้วก็ดีใจไม่น้อย "พี่ใหญ่ท่านสำเร็จแล้วนะ เป็นอย่างไรบ้าง" ด้วยความตื่นเต้นจึงถามออกมาไม่หยุด พลางเดินเข้าหา
"เอ่อ...คือว่า เจ้าใจเย็น ๆ ก่อนได้หรือไม่น้องเล็ก" ปากพูดพลางขยับเดินออกห่างจากน้องน้อย
"พี่ใหญ่เหตุใดถึงต้องถอยหนีข้าเล่า" ยิ่งคนตรงหน้าถอยหนี นางก็ยิ่งเดินเข้าหา
"เจ้าถอยออกไปก่อนดีไหม"
"ทำไมล่ะเจ้าคะ" พลางส่งเสียงหัวเราะคิกคักอย่างคนชอบใจ
อ่า! นี่ข้าตกหลุมพรางน้องเล็กเสียแล้ว เช่นนี้ต้องเอาคืนเสียหน่อย "น้องเล็ก เหตุใดถึงไม่มาให้พี่ใหญ่คนนี้กอดสักนิดเล่า มาเถอะมาแสดงความยินดีกับพี่ชายหน่อย"
"ข้า...ข้าว่าพี่ใหญ่ไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนดีกว่าดีหรือไม่เจ้าคะ เดี๋ยวข้าจะไปทำอาหารมาท่านกิน" เด็กน้อยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ก่อนจะหันหลังวิ่งออกไปทันที
ยามเมื่อนางออกไปแล้ว อวี้เหิงเยว่ก็พาร่างตนเองไปขจัดล้างคราบสกปรกออก ก่อนจะวกกลับมานั่งโคจรลมปราณใกล้ ๆ อวี้เฉิงรุ่ยผู้เป็นน้องชาย
ด้านอวี้เฉิงรุ่ยก็ไม่น้อยหน้าพี่ชายก็สามารถเปิดเส้นชีพจรได้ทั้งหมด ทั้งยังโคจรดูดซับลมปราณได้อย่างลื่นไหล ปราณมากมายไหลทะลักเข้ามาเติมเต็มจุดตันเถียน ครั้นลืมตาขึ้นมาก็พบกับกลิ่นไม่พึงประสงค์ เนื้อตัวยังเปื้อนไปคราบดำสกปรกที่ซึมออกมาจากร่างกาย จนทนความเหนียวเนอะหนะไม่ไหวหอบพาร่างกายไปยังลำธาร
จนตอนนี้สามพี่อวี้อยู่ในขั้นลมปราณก่อเกิดและกำเนิด อวี้จื่อลู่ ตอนนี้อยู่ขั้นลมปราณกำเนิด ระดับสาม อวี้เหิงเยว่ ขั้นลมปราณก่อเกิด ระดับแปด และอวี้เฉิงรุ่ย ขั้นลมปราณก่อเกิด ระดับเจ็ด หากผู้ฝึกยุทธคนอื่นรู้เข้ามีหวังได้กระอักเลือดออกมาเป็นแน่ เด็กยากจนชาวบ้านธรรมดาใช้เวลาแค่หนึ่งวันกลับสามารถฝึกลมปราณได้ก้าวกระโดดเช่นนี้ ช่างเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ที่หาได้ยากยิ่ง
ยามเซิน
กู้หลงซานกลับมาพร้อมคนสนิทอย่าง อี้ซื่อ อี้ถัง พร้อมกับกวางตัวใหญ่หนึ่งตัวและหมู่ป่าสองตัว เมื่อมาถึงลานหน้าบ้านก็ตะโกนเรียกเด็กทั้งสามอย่างคนอารมณ์ดี
"เด็กน้อย ลุงกู้ผู้นี้กลับมาแล้ว ดูสิว่าข้าได้อะไรมา วะฮ่าฮ่าฮ่า"
"กลับมาแล้วหรือเจ้าคะลุงกู้ ว้าว! ได้สัตว์ป่ามาเยอะเลย" อวี้จื่อลู่มองภาพตรงหน้าด้วยตาเป็นประกาย วันนี้จะได้กินเนื้อเต็มอิ่มแล้วสินะ ฮี่ฮี่ฮี่ นางฉีกยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
"กลับมาแล้วหรือขอรับ"
"น้ำขอรับลุงกู้" อวี้เฉิงรุ่ยที่อารมณ์ดีเป็นพิเศษถึงกับรีบนำน้ำมาให้ดื่ม
"อืม ข้ากลับมาแล้ว" ก่อนจะหันไปหาอวี้เฉิงรุ่ย "ขอบใจเจ้ามากอาเฉิง" แล้วหยิบน้ำขึ้นมาดื่ม ทว่าไม่ทันได้กลืนลงไปกลับต้องพ่นมาออกมาเสียแล้ว
พรวดดดด!!
แค่ก แค่ก แค่ก
"นะ...นี่พวกเจ้า ข้าเข้าป่าเพียงแค่ไม่กี่ชั่วยามทำไมถึง..." จากไปไม่กี่ชั่วยามทำไมเด็กพวกนี้ถึงมีลมปราณได้ พลางไล่สายตาไปทีละคน กำนิดระดับสาม ก่อเกิดระดับแปดและก่อเกิดระดับเจ็ด นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันคนแก่อย่างข้าขอเป็นลมชั่วครู่ คร่อกกกก
ตุ้บ!!
"ลุงกู้!" x3
"นายท่าน!" x2