ปานแดงมิติวิเศษ 3
เมื่อใกล้ถึงทางเข้าหมู่บ้าน เสิ่นซีสูดหายใจลึกๆ เพื่อปรับเปลี่ยนท่าทีจากแววตาที่มุ่งมั่นและแข็งกร้าวเมื่อครู่ เธอแสร้งทำไหล่ห่อ เหี่ยวเฉาและปรับสีหน้าให้ดูเศร้าหมองอิดโรยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอยีผมให้ยุ่งเหยิงอีกนิด เพื่อให้ดูน่าสมเพชในสายตาชาวบ้าน
"กลับมาแล้วเหรอนังตัวดี!"
ยังไม่ทันก้าวเท้าเข้าประตูรั้วบ้าน เสียงตะคอกอันคุ้นหูก็ดังขึ้นนางจางเจาตี้ ยืนท้าวเอวถือไม้กวาดดักรออยู่หน้าประตูราวกับยักษ์ปักหลั่น สายตาของนางจ้องมองมาที่กระเป๋าเสื้อของลูกสะใภ้อย่างโลภโมโทสัน
"ไปหาหมอมาเป็นยังไงบ้าง! เหลือเงินทอนมาเท่าไหร่ เอามาคืนฉันเดี๋ยวนี้!" นางจางแบมือทวงยิกๆ ไม่ได้ถามถึงอาการหลานสาวแม้แต่คำเดียว จิตใจของนางทำด้วยอะไรกันแน่?
เสิ่นซีก้มหน้างุด ตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ ล้วงเศษเงิน 3 เหมา 5 เฟิน ออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้นางด้วยมือที่สั่นระริก
"แม่คะ... หมอบอกว่าเสี่ยวหนานอาการหนักมาก ต้องใช้ยาดี ค่ายาแพงมากเหลือเงินเท่านี้ค่ะ" เธอพูดเสียงเครือ พยายามบีบน้ำตาให้น่าสงสารที่สุด
"อะไรนะ!" นางจางกรีดร้องเสียงหลง คว้าเศษเงินไปนับแล้วขว้างไม้กวาดลงพื้นด้วยความโมโห
"10 หยวน! แกใช้เงิน 10 หยวนไปกับเด็กป่วยใกล้ตายเนี่ยนะ! นังล้างผลาญ! นังตัวซวย! แกมันจงใจแกล้งฉันใช่ไหม!" นางจางเงื้อมือขึ้นจะตบหน้าลูกสะใภ้เพื่อระบายอารมณ์ เสิ่นซีแกล้งทำเป็นตกใจก้าวถอยหลังจนสะดุดล้มลงกับพื้น กอดลูกแน่นแล้วร้องไห้โฮเสียงดัง
"ฮือๆ แม่จ๋า อย่าตีฉันเลย ฉันผิดไปแล้วแต่หมอบอกว่าถ้าไม่รักษาลูกจะตายจริงๆ พี่โจวเหว่ยฝากลูกไว้กับฉัน ฉันกลัวพี่โจวเหว่ยเสียใจ ฮือๆ"
เสียงร้องไห้ของเธอดังลั่นจนเพื่อนบ้านเริ่มชะโงกหน้าออกมาดู ป้าจูที่บ้านอยู่ติดกันตะโกนข้ามรั้วมาทันทีด้วยความรำคาญปนสงสาร "เฮ้ย! ยายเฒ่าจางเจาตี้ จะฆ่าแกงกันหรือไง สะใภ้ใหญ่เพิ่งพาลูกไปหาหมอกลับมา แกก็ใจเย็นๆ หน่อยสิ เงินทองของนอกกายหลานรอดก็ดีแล้วนี่!"
"ใช่ๆ เสียงดังเอะอะโวยวาย อายคนเขาบ้างเป็นแม่สามีภาษาอะไร รังแกแต่ลูกสะใภ้" ชาวบ้านอีกคนเสริม
นางจางเจาตี้หน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธจัด นางห่วงหน้าตาตัวเองที่สุดเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น จึงจำต้องลดมือลงอย่างเสียไม่ได้ แต่สายตาที่มองเสิ่นซียังคงเต็มไปด้วยความอาฆาต
"ถุย! ร้องไห้บีบน้ำตาเก่งนักนะ!" นางจางถ่มน้ำลายลงพื้นเฉียดหน้าเสิ่นซีไป "ลุกขึ้น! แล้วรีบไปทำกับข้าวไปซักผ้าหลังบ้านเดี๋ยวนี้ อย่ามาสำออยนึกว่าเป็นคุณนายหรือไง!"
เสิ่นซีค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้น ก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มเย็นยะเยือกที่มุมปาก
"ค่ะแม่ ฉันจะไปทำเดี๋ยวนี้" ด่าไปเถอะ... ใช้งานไปเถอะ จางเจาตี้ความแค้นในวันนี้ เธอจดบัญชีไว้หมดแล้ว อีกไม่นานหรอกเธอจะทำให้หญิงชราใจดำคนนี้ต้องกระอักเลือดออกมาจริงๆ คอยดู!
รุ่งสางของวันใหม่มาเยือนหมู่บ้านซิ่งฮวาพร้อมกับสายหมอกหนาทึบและความหนาวเย็นที่แทรกซึมเข้าไปถึงกระดูกดำ เสิ่นซีลืมตาตื่นขึ้นก่อนไก่โห่ ไม่ใช่เพราะความขยันขันแข็งเพื่อเอาใจแม่สามีอย่างที่เคยเป็นในอดีต แต่เพราะเธอรู้ดีว่าเวลานี้คือช่วงเวลาทองเพียงช่วงเดียวที่จะสามารถดูแลตัวเองได้โดยไม่มีใครจับตามอง
หญิงสาวค่อยๆ ยันกายลุกจากฟูกเก่าที่มีกลิ่นอับชื้น มองดูเสี่ยวหนานที่กำลังหลับสนิทด้วยลมหายใจสม่ำเสมอ แก้มยุ้ยๆ เริ่มมีสีเลือดฝาดจางๆ ผลจากน้ำนมผสมน้ำทิพย์เมื่อวานทำให้ทารกน้อยฟื้นตัวราวกับปาฏิหาริย์ เสิ่นซียิ้มมุมปากก่อนจะรวบรวมเสื้อผ้ากองโตใส่กะละมังไม้แล้วเดินย่องออกจากห้องไป
จุดหมายของเธอคือริมลำธารท้ายหมู่บ้านที่ห่างไกลผู้คน เมื่อมาถึงลำธารที่น้ำใสจนเห็นก้อนหินเบื้องล่าง เสิ่นซีไม่ได้ลงมือซักผ้าในทันทีเธอกวาดสายตามองรอบทิศ เมื่อมั่นใจว่าปลอดคนจึงเพ่งจิตวูบหนึ่งเพื่อเข้าไปในมิติวิเศษ
อากาศภายในมิติยังคงอบอุ่นและหอมหวานต่างจากโลกภายนอกที่หนาวเหน็บ เสิ่นซีตรงดิ่งไปที่กระท่อมไม้ไผ่ หยิบซาลาเปาไส้หมูลูกโตและไข่ต้ม ที่เธอแอบทำตุนไว้เมื่อคืนโดยใช้วัตถุดิบและอุปกรณ์ที่มีอยู่ในมิติอย่างจำกัดออกมากินอย่างหิวโหย
