อย่าหวังจะรังแกฉันได้อีก คุณแม่ลูกอ่อนยุค 80 ขอสู้ตาย

30.0K · ยังไม่จบ
หลิ่งฟาง/หยุ่นไฮ่ /ฉินมอร์
27
บท
699
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ชาติก่อนถูกแม่ผัวกดขี่โขกสับจนต้องตายอย่างอนาถกลางกองหิมะ สวรรค์จึงให้โอกาสเธอกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งพร้อมมิติวิเศษในยุค 80! เสิ่นซีจะไม่ยอมเป็นสะใภ้หัวอ่อนให้ใครรังแกอีกต่อไป! สมบัติของสามีที่ถูกแม่เลี้ยงหน้าด้านขโมยไป เธอจะทวงคืน! ปลิงดูดเลือดที่คอยสูบกินครอบครัวเธอจะจับส่งลงนรก! มือซ้ายอุ้มลูกสาว มือขวาจูงสามีทหารมุ่งหน้าสู่ปักกิ่ง ใช้ความรู้และน้ำทิพย์ศักดิ์สิทธิ์กว้านซื้อบ้านสี่ประสาน สร้างห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุด ชาตินี้ฉันจะรวยให้ล้นฟ้า และเตรียมตัวเป็นนายหญิงที่ทรงอำนาจที่สุด ใครก็อย่าหวังจะรังแกฉันได้อีก คุณแม่ลูกอ่อนยุค 80 ขอสู้ตาย

นิยายย้อนยุคทหารแม่ผัวลูกสะใภ้พาลูกกหนีพลิกชีวิตนางเอกเก่งยุค70ยุค80โรแมนติกรักหวานๆ

ตื่นจากฝันร้าย 1

กลิ่นอับชื้นของดินโคลนและราที่เกาะตามผนังกำแพงลอยมาแตะจมูก ผสมปนเปกับกลิ่นควันไฟจางๆ จากเตาฟืนที่ลอยอวลอยู่ในอากาศ เสียงลมหวีดหวิวลอดผ่านรอยแตกของหน้าต่างกระดาษน้ำมันเข้ามา ฟังดูวังเวงจับใจ ทว่าเสียงที่ดึงสติของเธอให้ตื่นจากภวังค์กลับไม่ใช่เสียงลมฝน แต่เป็นเสียงร้องไห้ระงมของทารก... เสียงที่แหบพร่าและโรยรินราวกับลูกแมวที่กำลังจะขาดใจ

"เสี่ยวหนาน!"

เสิ่นซีสะดุ้งเฮือก ลืมตาโพลงขึ้นมาท่ามกลางความมืดสลัว แผ่นหลังภายใต้เสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ หัวใจในอกเต้นรัวเร็วราวกับกลองศึกที่ถูกตีรัว ความทรงจำสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบคือความหนาวเหน็บและความตายอันโดดเดี่ยวท่ามกลางหิมะ ไร้ญาติขาดมิตร ไร้สามีเคียงข้างมีเพียงความเคียดแค้นชิงชังที่กัดกินหัวใจจนลมหายใจสุดท้าย

แต่นี่มัน... ไม่ใช่โรงพยาบาล

ดวงตาเรียวสวยกวาดมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตระหนก ผนังดินสีเหลืองซีดที่เต็มไปด้วยรอยร้าว คานไม้บนเพดานที่มีหยากไย่เกาะเต็มไปหมด และผ้าห่มนวมเก่าๆ ที่ผ่านการปะชุนมานับครั้งไม่ถ้วน กลิ่นอายความจนอันคุ้นเคยนี้ นี่มันคือห้องนอนเก่าของบ้านตระกูลโจว!

มือบางรีบควานไปข้างกาย สัมผัสได้ถึงร่างเล็กจ้อยที่กำลังนอนขดตัวสั่นเทา ผิวกายของทารกน้อยร้อนจี๋ราวกับถ่านไฟที่เพิ่งออกจากเตา

"เสี่ยวหนาน... ลูกแม่" น้ำตาของเสิ่นซีไหลพรากออกมาทันทีที่เห็นใบหน้าซีดเซียวของลูกสาววัยสามเดือน แก้มที่ควรจะยุ้ยน่ารักกลับตอบลงจนเห็นโครงกระดูก

ภาพในอดีตไหลย้อนกลับมาฉายซ้ำราวกับม้วนฟิล์มภาพยนตร์ที่ฉายวน ในชาติก่อน... วันนี้คือวันที่เสี่ยวหนานป่วยหนักด้วยโรคปอดบวม ไข้ขึ้นสูงจนชัก แต่นางจางแม่สามีใจดำกลับปฏิเสธที่จะให้เงินค่ารักษา ด่าทอว่าลูกสาวของเธอเป็นแค่ตัวล้างผลาญเก็บเงินไว้ให้ลูกชายคนรองแต่งเมียดีกว่า เสิ่นซีผู้โง่เขลาและอ่อนแอในตอนนั้นทำได้เพียงคุกเข่าโขกศีรษะอ้อนวอนจนเลือดอาบหน้าผาก แต่แม่สามีกลับปิดประตูใส่หน้าอย่างเลือดเย็น สุดท้ายลูกสาวต้องตายจากไปเพราะไปหาหมอไม่ทัน

ความเจ็บปวดจากการสูญเสียลูกกลายเป็นแผลเป็นกลัดหนองในใจที่ไม่มีวันจางหาย สามีที่กลับมาจากกองทัพรู้เรื่องก็สายไปเสียแล้ว ชีวิตครอบครัวพังทลาย เธอตรอมใจจนร่างกายทรุดโทรม ถูกบ้านสามีโขกสับใช้งานเยี่ยงทาสจนตายจากไปอย่างน่าเวทนา

"ไม่! ชาตินี้ฉันจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก!"

แววตาที่เคยหวาดกลัว ก้มหน้ายอมคนของเสิ่นซีมลายหายไปจนสิ้น แทนที่ด้วยประกายตาแข็งกร้าวล้ำลึกราวกับบ่อน้ำพันปี ความอาฆาตแค้นทำให้เลือดในกายเธอเดือดพล่าน วันนี้ไม่ว่าใครหน้าไหนก็อย่าหวังจะมาขวางทางรอดของลูกเธอ!

เธอรีบอุ้มลูกสาวแนบอก สัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าวและแผ่วเบาของแก้วตาดวงใจ

"อดทนหน่อยนะลูก แม่จะพาหนูไปหาหมอเดี๋ยวนี้ แม่สัญญาชาตินี้แม่จะปกป้องหนูเอง"

เสิ่นซีกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดเพื่อเรียกสติ เธอผลักประตูห้องไม้อัดเก่าๆ ที่แทบจะพังมิพังแหล่ออกไปอย่างแรง

ปัง!

เสียงประตูไม้กระแทกผนังดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้คนที่กำลังนั่งแทะเมล็ดแตงโมอย่างสบายใจอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ในโถงกลางสะดุ้งโหยง

หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม ใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยของความร้ายกาจ สวมเสื้อลายดอกสีฉูดฉาดที่ดูขัดตาตัดกับความยากจนของบ้าน นั่นคือนางจางแม่สามีผู้เห็นแก่ตัวและหน้าเลือดที่สุดในหมู่บ้านซิ่งฮวา

"นังสะใภ้ใหญ่! แกกินดีหมีหัวใจเสือมาหรือไง! จะพังบ้านฉันเหรอ! เปิดประตูเสียงดังขนาดนี้ อยากโดนดีใช่ไหม!" นางจางตะคอกเสียงแหลม พลางถ่มเปลือกเมล็ดแตงโมลงบนพื้นดินอย่างหยาบคาย แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์

เสิ่นซีไม่สนใจคำด่าทอ เธอเดินตรงเข้าไปหานางจางด้วยฝีเท้าหนักแน่น สายตาจ้องเขม็งไม่หลบเลี่ยง "แม่! เสี่ยวหนานตัวร้อนจี๋อาการหนักมาก ต้องรีบพาไปอนามัยเอาเงินมาให้ฉัน 5 หยวน เดี๋ยวนี้!"