ปานแดงมิติวิเศษ 1
กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนจมูกภายในอนามัยตำบลค่อยๆ จางหายไปตามสายลมที่พัดผ่าน แต่ความหนักอึ้งในใจของเสิ่นซีกลับเพิ่มขึ้นทวีคูณราวกับมีก้อนหินนับพันชั่งกดทับ
"สะใภ้โจวฉีดยาลดไข้ให้แล้ว และนี่เป็นยาแก้อักเสบต้องป้อนให้ครบโดสนะส่วนนี่เงินทอน..." เสียงของหมอจางปลุกหญิงสาวให้ตื่นจากภวังค์
เสิ่นซีก้มลงมองธนบัตรเปื่อยยุ่ยและเหรียญโลหะไม่กี่อันที่วางอยู่บนฝ่ามืออันหยาบกร้าน เงิน 10 หยวนที่เธอต้องแลกมาด้วยชีวิตและการถือมีดขู่แม่สามี ตอนนี้เหลือกลับมาเพียง 3 เหมา 5 เฟินเท่านั้น
ในยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ เงินจำนวนเกือบ 10 หยวนถือเป็นเงินก้อนใหญ่ที่ชาวบ้านทั่วไปต้องเก็บหอมรอมริบกันแรมเดือน แต่มันกลับละลายหายไปในพริบตาเพื่อแลกกับลมหายใจของเสี่ยวหนาน ทว่าเสิ่นซีกลับไม่นึกเสียดายแม้แต่น้อยต่อให้ต้องหมดตัวหรือเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว เธอก็ยินดีจ่ายเพื่อยื้อชีวิตน้อยๆ นี้ไว้
"ขอบคุณค่ะหมอ" หญิงสาวกล่าวขอบคุณเสียงสั่นเครือ มือบางกำเศษเงินแน่นก่อนจะเก็บใส่กระเป๋าเสื้อตัวเก่าที่มีรอยปะชุนนับไม่ถ้วน
"อ้อ... แล้วแม่เด็กน่ะ หาอะไรกินบำรุงหน่อยนะผอมจนจะปลิวลมอยู่แล้ว เดี๋ยวจะไม่มีแรงเลี้ยงลูก" หมอจางมองดูหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาเวทนาจับใจ
คำพูดของหมอเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจที่บอบช้ำ เสิ่นซีก้มลงมองหน้าอกที่แฟบแบนของตัวเอง ความหิวโหยกัดกินกระเพาะจนปวดแสบปวดร้อน ร่างกายนี้ขาดสารอาหารมานานเกินไป ข้าวต้มน้ำใสที่แทบจะนับเม็ดข้าวได้คืออาหารหลักที่จางเจาตี้แม่สามีใจดำมอบให้สะใภ้ใหญ่อย่างเธอ ในขณะที่คนอื่นๆ ในบ้านได้กินข้าวสวยและไข่ต้ม
"แง... แง..." เสียงร้องไห้จ้าของเสี่ยวหนานดังขึ้นอีกครั้ง ร่างเล็กในห่อผ้าดิ้นขลุกขลักด้วยความไม่สบายตัว ปากน้อยๆ ขยับดูดอากาศด้วยสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด
ลูกหิว...
เสิ่นซีรีบนั่งลงบนม้านั่งยาวมุมห้อง เลิกเสื้อขึ้นด้วยมือที่สั่นเทาเพื่อจะให้นมลูก แต่สิ่งที่น่าอับอายและเจ็บปวดที่สุดก็เกิดขึ้น... ไม่มีน้ำนม
ไม่ว่าจะพยายามบีบเค้นอย่างไร ก็ไม่มีน้ำนมไหลออกมาแม้แต่หยดเดียวมีเพียงความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วทรวงอก และเสียงร้องไห้ของลูกที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะขาดใจตาย
"แม่ขอโทษ... แม่ขอโทษนะเสี่ยวหนาน" น้ำตาเม็ดโตไหลพรากหยดลงบนแก้มซีดเซียวของลูกสาว ความรู้สึกไร้ค่าถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ ในชาติก่อนเธอปกป้องลูกไม่ได้ ปล่อยให้ลูกตายเพราะความอ่อนแอของตัวเอง ชาตินี้ได้โอกาสกลับมาแก้ไขแม้แต่จะหานมให้ลูกกินสักหยดก็ยังทำไม่ได้อย่างนั้นหรือ?
ด้วยความอับจนหนทาง เสิ่นซีเดินโซเซไปที่โต๊ะหมออีกครั้ง ราวกับคนไร้วิญญาณ "หมอคะ... รบกวนขอน้ำต้มสุกสักแก้วได้ไหมคะ ลูกฉันหิวแต่ฉัน..."
หมอจางถอนหายใจยาว ส่ายหน้าเบาๆ ด้วยความสงสาร ก่อนจะรินน้ำอุ่นใส่แก้วสังกะสีส่งให้ "เอาไปเถอะ น่าเวทนาจริงๆ บ้านโจวรังแกคนเกินไปแล้ว"
เสิ่นซีรับแก้วน้ำมาด้วยความซาบซึ้ง เธอค่อยๆ ป้อนน้ำอุ่นให้ลูกสาวประทังหิว แม้มันจะไม่มีสารอาหารใดๆ แต่มันก็ช่วยให้เสี่ยวหนานหยุดร้องและหลับไปได้เพราะความเพลีย...
เส้นทางกลับหมู่บ้านซิ่งฮวาเต็มไปด้วยความยากลำบาก ดินโคลนจากฝนที่ตกหนักเมื่อคืนทำให้ทุกย่างก้าวเป็นไปอย่างเชื่องช้า ลมหนาวพัดกรรโชกจนบาดผิวที่แห้งแตก เสิ่นซีกระชับห่อผ้าแนบอกเพื่อแบ่งปันไออุ่นให้ลูก กัดฟันก้าวเดินต่อไปแม้ขาจะหนักอึ้งเหมือนถ่วงด้วยตะกั่ว
ทันใดนั้นเอง ความร้อนวูบวาบก็เกิดขึ้นที่ข้อมือขวา! มันไม่ใช่ความร้อนธรรมดาแต่ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีถ่านไฟแดงๆ มานาบลงบนผิวหนัง เสิ่นซีสะดุ้งสุดตัวรีบมองซ้ายมองขวาด้วยความหวาดระแวง เมื่อเห็นว่าถนนโล่งไร้ผู้คน จึงตัดสินใจมุดเข้าไปในป่าสนข้างทางเพื่อหลบสายตาและตรวจสอบความผิดปกติ
