ตื่นจากฝันร้าย 3
บรรยากาศในหมู่บ้านซิ่งฮวายามเช้าเริ่มคึกคัก แม้อากาศจะชื้นแฉะแต่ชาวบ้านก็เริ่มออกมาเตรียมตัวลงแปลงนาที่ได้รับจัดสรร บ้างก็แบกจอบเสียมมุ่งหน้าไปยังที่ดินของตนเองด้วยความกระตือรือร้น เพราะตอนนี้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ชาวนาได้ลืมตาอ้าปาก ใครขยันมากก็ได้ผลผลิตมาก ไม่ต้องรอหารแต้มจากกองกลางเหมือนแต่ก่อน
บ้างก็จับกลุ่มคุยกันที่ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่หน้าหมู่บ้าน วิจารณ์เรื่องดินฟ้าอากาศและราคาพืชผล เมื่อเห็นเสิ่นซีวิ่งกระหืดกระหอบอุ้มลูกออกมาด้วยสีหน้าถมึงทึง เสื้อผ้าหลุดลุ่ยทุกคนต่างพากันตกตะลึง
"นั่นใช่สะใภ้ใหญ่บ้านโจวหรือเปล่า? ปกติเดินก้มหน้าไม่สู้คนเงียบเป็นเป่าสาก ทำไมวันนี้ดูรีบร้อนขนาดนั้น" ป้าจูขาเม้าท์ตัวยงประจำหมู่บ้านเอ่ยทักพลางชะเง้อคอจนเหนียงสั่น
"ดูเหมือนเด็กในอ้อมแขนจะป่วยนะ หน้าแดงเชียว" หญิงชาวบ้านอีกคนเสริมขึ้น
"เฮ้อ... เมื่อกี้ข้าได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังลั่นมาจากบ้านตระกูลโจว หรือว่ายายเฒ่าจางเจาตี้อาละวาดตบตีลูกสะใภ้อีกแล้ว? ช่างน่าเวทนาจริงๆ ผัวก็ไปเป็นทหารเสี่ยงตายเพื่อชาติ เมียกลับต้องมาโดนแม่ผัวใจยักษ์โขกสับอยู่แบบนี้"
เสิ่นซีไม่ได้สนใจสายตาหรือเสียงซุบซิบเหล่านั้น ในหัวของเธอมีเพียงเป้าหมายเดียวคือ อนามัยตำบล สองขาที่ผอมแห้งจากการขาดสารอาหารมานาน พยายามก้าวให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ รองเท้าผ้าเก่าๆ ขาดจนนิ้วเท้าโผล่ออกมาสัมผัสโคลนเย็นเฉียบ แต่เธอก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้จะหอบจนตัวโยน ปอดแทบจะฉีกขาดแต่เธอก็ไม่ยอมหยุดพัก
"เสี่ยวหนาน อย่าเป็นอะไรนะลูก แม่กำลังจะถึงแล้วอดทนอีกนิดนะ"
เมื่อมาถึงอนามัยประจำตำบล ซึ่งเป็นเพียงอาคารชั้นเดียวเก่าๆ หมอเท้าเปล่าประจำหมู่บ้านกำลังเก็บของจะปิดประตูพักเที่ยง เสิ่นซีรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายพุ่งเข้าไปขวางประตูไว้
"หมอคะ! หมอจาง! ช่วยลูกฉันด้วย!"
หมอชราตกใจเมื่อเห็นสภาพของหญิงสาว ผมเผ้ายุ่งเหยิงเปียกปอน ดวงตาแดงก่ำ และเด็กน้อยที่ตัวร้อนจี๋ในอ้อมแขน เขารีบรับเด็กไปวางบนเตียงตรวจทันที หมอจางใช้หูฟังตรวจดูอาการ สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ
"ไข้สูงมาก ปอดอักเสบเฉียบพลันหายใจรวยรินแล้ว ต้องฉีดยาและดูอาการด่วน ดีนะที่พามาทัน... ถ้าช้ากว่านี้อีกนิดเดียว เด็กคงช็อกไปแล้ว"
คำพูดของหมอทำให้เข่าของเสิ่นซีทรุดฮวบลงกับพื้นปูนเย็นเฉียบ น้ำตาแห่งความโล่งใจไหลรินอาบแก้ม ชาติก่อนเธอมาช้าไป... ช้าไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง ความแตกต่างของเวลาเพียงนิดเดียวคือเส้นแบ่งความเป็นความตาย แต่ชาตินี้เธอทำได้แล้วเธอแย่งชิงชีวิตลูกคืนมาจากมัจจุราชได้แล้ว!
"ค่ารักษาหมดยาไปเยอะหน่อยนะ..." หมอเอ่ยอย่างเกรงใจ เพราะรู้กิตติศัพท์ความตระหนี่ถี่เหนียวของบ้านโจวดี
"เท่าไหร่ฉันก็จ่ายค่ะ! จะยาดีที่สุด แพงที่สุดก็เอามาเลยขอแค่ลูกฉันหายดี!" เสิ่นซีควักเงิน 10 หยวนที่ขู่กรรโชกมาจากแม่สามีวางกระแทกลงบนโต๊ะหมออย่างไม่เสียดาย
หลังจากฉีดยาและเช็ดตัว เสี่ยวหนานตัวน้อยก็หลับสนิทลมหายใจที่เคยติดขัดเริ่มสม่ำเสมอขึ้น ใบหน้าที่เคยซีดเผือดเริ่มมีเลือดฝาดจางๆ เสิ่นซีนั่งเฝ้าลูกอยู่ข้างเตียงคนไข้ไม่ห่าง มือบางลูบศีรษะลูกน้อยอย่างแผ่วเบา ก่อนจะสังเกตเห็นความผิดปกติที่ข้อมือขวาของตัวเอง
ปานแดงรูปหยดน้ำ... ที่ไม่เคยมีมาก่อน กำลังเปล่งแสงจางๆ วูบวาบ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านออกมาจากปานแดงนั้นไหลเวียนไปทั่วร่างกายที่เหนื่อยล้า...
ในวินาทีที่เธอตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อลูก สวรรค์คงเห็นใจและมอบโอกาสที่สองให้เธอ ไม่ใช่แค่ชีวิตใหม่ แต่ดูเหมือนจะมีของขวัญวิเศษบางอย่างติดตัวมาด้วย เสิ่นซีกำมือแน่นแววตามุ่งมั่นฉายชัด
"คอยดูเถอะคนบ้านโจว... เสิ่นซีคนเดิมที่ยอมให้พวกแกรังแกได้ตายไปแล้ว นับจากวันนี้ไป ใครหน้าไหนที่กล้ามารังแกฉันกับลูก ฉันจะเอาคืนให้สาสม!"
