ตอนที่ 5
"งั้นเดี่ยวผมไปต้มน้ำขิงพุทราจีนให้ ดื่มแล้วจะได้อุ่นท้องนะ"
ฉันมองแผ่นหลังเขา ความรู้สึกในใจปนเปกันไปหมดทำไมคนเราถึงดีกับคนอื่นได้ แต่กลับไม่ยอมรักเขาจากใจจริงนะ
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เสิ่นเจียหลี่ก็กลับมาพร้อมน้ำขิงร้อนๆ
"คุณวางให้เย็นหน่อยค่อยดื่มนะ ดื่มเสร็จก็รีบนอนล่ะ"
"เมื่อกี้โรงพยาบาลส่งประวัติคนไข้มาให้สองสามเคส ผมไปดูที่ห้องทำงานก่อนคุณไม่ต้องรอผมนะ"
ฉันพยักหน้า มองส่งเขาเดินออกไปพอดื่มน้ำขิงหมด ฉันก็เผลอหลับไปอย่างงัวเงียไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน จู่ๆ ฉันก็สะดุ้งตื่นเพราะเสียงปลดล็อกประตูอิเล็กทรอนิกส์
ที่ว่างข้างเตียงว่างเปล่าฉันลุกเดินออกจากห้องนอน ในห้องทำงานก็ไม่มีคน
เสิ่นเจียหลี่ออกไปข้างนอก ดึกดื่นป่านนี้ เขาจะมีธุระอะไร
ถ้าเป็นเมื่อก่อน แวบแรกฉันต้องคิดว่าเขามีผ่าตัดด่วนแน่ๆ
แต่ตอนนี้ ฉันไม่มั่นใจแล้ว
ฉันหยิบมือถือ เปิดดูไอจีของโจวซูจิ่นและก็เป็นอย่างที่คิด เมื่อสองนาทีที่แล้ว เธอเพิ่งโพสต์สเตตัสใหม่ล่าสุด
"กลางดึกจู่ๆ ก็นึกอยากดูพระอาทิตย์ขึ้น ก็ยังมีคนยอมมาบ้าเป็นเพื่อน คอยตามใจความต้องการทุกอย่างของฉัน"
รูปแซทที่แนบมา รูปโปรไฟล์นั้นคือเสิ่นเจียหลี่ชัดเจน
ฉันหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง จนกระทั่งรุ่งเช้า ลมหนาวพัดจนฉันตื่นเต็มตา ถึงได้สติลุกไปเก็บกระเป๋า
แหวนแต่งงาน ฉันถอดออกเก็บใส่ลิ้นชักในห้องทำงานคืนให้เสิ่นเจียหลี่
สมุดโน้ตเล่มหนึ่งที่สอดแทรกไปด้วยโพสต์อิทลายมือเสิ่นเจียหลี่ ก็ถูกฉันดึงออกมาส่งเข้าเครื่องทําลายเอกสารไปจนหมด
ฉันเก็บกวาดข้าวของกระจัดกระจายไปพลางเคลียร์ของทิ้งไปพลาง
ตอนที่ลากกระเป๋าเดินทางไปวางที่มุมกำแพง เสิ่นเจียหลี่ก็กลับมาพร้อมกับไอหมอกยาม เช้าจางๆ ติดตัว
สบตาฉัน เสิ่นเจียหลี่เม้มปากนิดหนึ่ง "คุณตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่"
ฉันโกหกหน้าตาย "เมื่อกี้นี้เอง คุณไปทำอะไรมาคะ"
เสิ่นเจียหลี่ถอนหายใจโล่งอก "ไปออกกำลังกายตอนเช้าน่ะวันนี้อากาศดี"
ฟังเขาพูดจบ จู่ๆ ฉันก็นึกอยากหัวเราะเยาะออกมา
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ที่ระหว่างเราเหลือแต่คำโกหก เสิ่นเจียหลี่ปาดเหงื่อซึมที่หน้าผากเดินไปทางห้องครัว
"ยังปวดท้องอยู่ไหม อยากกินอะไร เดี่ยวผมทำให้"
ฉันกำลังจะส่ายหน้า ตอนนั้นเองกริ่งประตูก็ดังขึ้น
เสิ่นเจียหลี่หันไปเปิดประตู แล้วยืนอึ้งอยู่กับที่ "พ่อ แม่ มากันได้ไงครับ"
เห็นพ่อแม่เสิ่น ลางสังหรณ์ไม่ดีก็ผุดขึ้นมาทันทีแล้วก็จริงอย่างที่คิด วินาทีถัดมาแม่เสิ่นขมวดคิ้วถาม "เจียหลี่ลูกกับเสี่ยวซีเกิดเรื่องอะไรกันทำไมยกเลิกงานแต่ง"
เสิ่นเจียหลี่ชะงัก "ใครบอกว่ายกเลิกงานแต่งครับ"
แม่เสิ่นหยิบมือถือออกมา "ก็ข้อความที่เสี่ยวซีส่งมาไม่ใช่เหรอดูสินี่ข้อความที่ป้ารองของแกได้รับ"
บนหน้าจอมือถือคือข้อความแจ้งเตือนที่ฉันส่งไปวันนั้นอย่างชัดเจน
สีหน้าเสิ่นเจียหลี่เปลี่ยนไป หันมามองฉัน
"เสี่ยวซี นี่เรื่องจริงเหรอ" ฉันไม่ได้พูดอะไรยังคิดหาคำแก้ตัวไม่ออก
แต่เสิ่นเจียหลี่กลับทึกทักเอาเองว่าเข้าใจแล้ว หันไปอธิบายกับพ่อแม่เขาว่า "งานแต่งไม่ได้ยกเลิกครับ แค่เลื่อนวันออกไปเฉยๆ น่าจะเป็นเพราะเสี่ยวซีบอกไม่ชัดเจน เลยทำให้ทุกคนเข้าใจผิด"
"พ่อครับ แม่ครับ กลับไปรอฟังข่าวเถอะ ผมกับเสี่ยวซีแต่งงานกันแน่นอน"
พ่อแม่เสิ่นได้ยินดังนั้นถึงวางใจแล้วกลับไปส่วนฉันมองท่าทางจริงจังของเสิ่นเจียหลี่แล้วรู้สึกสมเพชสิ้นดี
คนไม่รู้คงนึกว่าเขาตั้งตารองานแต่งนี้แค่ไหน แต่ความจริงแล้ว คนที่ทิ้งฉันไว้กลางงานก็คือเขาคนที่เลื่อนงานแต่งก็คือเขา
ส่งพ่อแม่เสิ่นกลับไปแล้ว เสิ่นเจียหลี่ก็หันมามองฉันด้วยความรู้สึกผิดเ ต็มประดา
"ขอโทษนะ คราวที่แล้วผมคิดน้อยไปหน่อย ไม่น่าทิ้งคุณไว้ในงานหมั้นคนเดียวเลย"
"คุณวางใจเถอะ งานแต่งครั้งนี้จะไม่มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีก จะต้องผ่านไปได้อย่างราบรื่นแน่นอน"
ฉันไม่ได้พูดอะไรราบรื่น? คงไม่ได้หรอกมั้งเพราะครั้งนี้ ฉันจะเป็นฝ่ายทิ้งคุณเอง เสิ่นเจียหลี่
ตอนนั้นเอง เสียงเรียกเข้ามือถือของเสิ่นเจียหลี่ก็ดังขึ้น
ฉันยืนตัวแข็งทื่อเพราะเสิ่นเจียหลี่เปลี่ยนเสียงเรียกเข้าเป็นเ พลง"วิวาห์ในฝัน"ที่ฉันไม่เคยได้ยินเขาใช้มาก่อน
เสิ่นเจียหลี่กดรับสาย เสียงของโจวซูจิ่นดังทะลุออกมาในห้องอันเงียบสงัดอย่างชัดเจน
"เจียหลี่ฉันลื่นล้มในห้องน้ำคุณช่วยพาฉันไปโรงพยาบาลหน่อยได้ไหมคะ"
เสิ่นเจียหลี่มองมาที่ฉันอย่างลังเล ครู่หนึ่ง เขาเอามือปิดโทรศัพท์แล้วกระซิบกับฉัน "ซูจิ่นไม่ได้กลับมาตั้งหลายปี ไม่รู้จักเพื่อนที่พอจะช่วยได้เลย ผม..."
"ไปเถอะค่ะ"
ฉันพูดแทรกขึ้นมา ไม่อยากฟังข้อแก้ตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีก
เสิ่นเจียหลี่เม้มปาก "ผมไปส่งเธอที่โรงพยาบาลแล้วจะรีบกลับมานะ"
พูดจบเขาก็รีบร้อนจากไป
ฉันมองแผ่นหลังเขาหายลับไปจากประตู รับรู้ได้ชัดเจนว่าเนื้อร้ายที่ชื่อว่า "เสิ่นเจียหลี่" ในใจ กำลังถูกเฉือนทิ้งไปทีละนิด
..
