ตอนที่ 6
เสิ่นเจียหลี่ไปรอบนี้ หายไปหลายวันไม่กลับมาเลย ส่งมาแค่ข้อความเดียวตอนเย็นวันที่เขาไปว่า
โรงพยาบาลมีผ่าตัดสำคัญ ยังกลับไม่ได้สรุปว่ามีผ่าตัดจริง? หรือว่าอยู่กับโจวซูจิ่นกันแน่ คำพูดของเขา ฉันแยกแยะจริงเท็จไม่ออกแล้ว
แต่ฉันก็ไม่แปลกใจ และไม่ใส่ใจด้วยเพราะคำสัญญาของเขา มักจะมีข้อยกเว้นเสมอเมื่อเป็นเรื่องของโจวซูจิ่น
แต่สำหรับฉัน มันมักจะเป็นโมฆะเสมอ
ฉันไม่สนใจเขาอีก ก้มหน้าก้มตาเคลียร์ของที่เหลือในบ้านต่อ
แต่การเคลียร์ของก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสิ่นเจียหลี่เป็นหมอ เป็นพวกอนามัยจัดหน่อยๆ ชีวิตทุกอย่างต้องเป็นระเบียบเรียบร้อย
แต่เขากลับยอมให้ฉันรื้อตู้เสื้อผ้าที่จัดไว้อย่างดีของเขาจนเละเทะ
ยอมให้ฉันเอาภาพร่างหลากสีหลายขนาด สอดไว้ในตำราแพทย์เล่มสำคัญของเขาได้ตามใจชอบ
หรือแม้กระทั่ง เขายังยอมแบ่งโต๊ะทำงานให้ครึ่งหนึ่ง เพื่อให้ฉันนั่งอ่านการ์ตูน
ฉันยังจำได้ ตอนนั้นตัวเองถามเขาอย่างระมัดระวังว่า "ฉันจะไม่รบกวนคุณเหรอคะ"
มุมปากเส้นเจียหลี่กระตุกยิ้มนิดๆ หรือฉันอาจจะตาฝาดไปเอง
"ไม่หรอกมีคุณอยู่ข้างๆ ผมสบายใจ"
นั่นเป็นช่วงเวลาอันเงียบสงบและงดงามไม่กี่ครั้งระหว่างเรา
จะไม่ให้ฉันเข้าใจผิดว่าเสิ่นเจียหลี่ชอบฉันได้ยังไง แต่ความชอบก็คือความชอบ ไม่ใช่ความรัก
ฉันดึงสติกลับมา เก็บภาพร่างเหล่านั้นทีละใบ
ทันใดนั้น หนังสือเล่มหนึ่งที่ฉันเผลอปัดตกลงพื้น ก็มีรูปถ่ายและจดหมายที่สอดไว้ข้างใน กระจายเกลื่อนพื้น
ฉันก้มลงไปเก็บ แต่นิ้วมือชะงักค้างกลางอากาศก่อนจะได้สัมผัส
ทั้งหมดนี่เป็นรูปคู่ของเสิ่นเจียหลี่กับโจวซูจิ่นสมัยมหาลัย
ส่วนจดหมาย...
ก็เป็นจดหมายรักที่พวกเขาเขียนหากันตอนนั้น
ถึงรูปกับจดหมายจะเหลืองเก่าไปบ้าง แต่ไม่มีรอยยับย่นตามมุมเลยสักนิด
แสดงว่าเสิ่นเจียหลี่เก็บรักษามันไว้อย่างดีพอเทียบกันแล้ว ความห่วงใยดูแลที่เสิ่นเจียหลี่มีให้ฉันในชีวิต ประจำวัน มันเทียบอะไรไม่ได้เลย
เขาปฏิบัติต่อฉัน ก็ไม่ต่างอะไรกับปฏิบัติต่อคนไข้ของเขาสักนิด
ฉันข่มความรู้สึกไหววูบในใจ เก็บรูปและจดหมายกลับเข้าที่เดิม ทำเหมือนไม่เคยเห็นมาก่อน
พอยุ่งจนเสร็จฉันก็ล้มตัวลงนอนหลับสนิทด้วยความเหนื่อยล้าเก็บ
กลางดึก กลับต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์จากแม่เสิ่น
น้ำเสียงของเธอร้อนรน เปิดปากถามทันที "เสี่ยวซี เจียหลี่เป็นยังไงบ้าง มือของเขาเป็นอะไรไหม"
ฉันถามกลับอย่างงุนงง "อะไรนะคะ"
ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง
ก่อนที่แม่เสิ่นจะขึ้นเสียงสูง "เธอไม่รู้เหรอ เรื่องที่เขาบาดเจ็บขึ้นฮอตเสิร์ชไปแล้ว เธอเป็นคู่หมั้นประสาอะไรถึงไม่รู้อะไรเลย"
ฉันรีบเปิดเวยป๋อ
เห็นหัวข้อฮอตเสิร์ชอันดับหนังตัวหนาสีแดงเถือก
"โรงพยาบาลอันดับหนึ่งปักกิ่งเกิดเหตุคนไข้คลั่ง หมอกระดูกชื่อดังเอาตัวรับมีดแทนคนรัก!"
ในคลิปวิดีโอ
ญาติคนไข้ที่กำลังคลุ้มคลั่งถือมีดพุ่งเข้าหาโจวซูจิ่น เสิ่นเจียหลี่ดึงโจวซูจิ่นไปหลบข้างหลังทันที แล้วยกแขนขึ้นรับมีดแทน
คมมีดกรีดผ่านแขนเสื้อของเสิ่นเจียหลี่ไปอย่างหวุดหวิด
อีกแค่นิดเดียว!
มีดนั่นอีกแค่นิดเดียว ก็จะบาดข้อมือเสิ่นเจียหลี่ ทำให้เขาจับมีดผ่าตัดไม่ได้อีกตลอดชีวิตวิดีโอนี้ถูกโพสต์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
ตอนนี้ทางโรงพยาบาลได้ออกแถลงการณ์แล้วว่า ญาติผู้ป่วยที่ถือมีดทำร้ายคนถูกจับกุมแล้ว และหมอที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้รับบาดเจ็บ
สายตาของทุกคนจึงไปโฟกัสที่เสิ่นเจียหลี่และโจวซูจิ่นแทน
ทั้งคู่หน้าตาดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ไม่นานประวัติความรักสมัยมหาวิทยาลัยของ พวกเขาก็ถูกขุดคุ้ยออกมา
ทำเอาชาวเน็ตพากันหวีดร้องว่าเหมาะสมกันมาก
"เขินไม่ไหวแล้ว! หมอที่ยอมเอาแขนตัวเองเป็นเดิมพัน นี่มันรักแท้ชัดๆ พวกเขาแต่งงานกันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยได้ไหม!"
"ฉันเพิ่งไปส่องกระทู้เรื่องความรักของพวกเขามา นี่มันพล็อตกลับมาเจอกันแล้วรักกันใหม่ ถ่านไฟเก่าปะทุชัดๆ!"
"จากกันไปหลายปี พอได้กลับมาเจอกันอีกครั้งก็พบว่ายังรักกันอยู่ โชคชะตาผูกมัดพวกเขาไว้ด้วยกันครั้งแล้วครั้งเล่า... ไม่ไหวแล้ว ใครก็ได้ช่วยเอาไปแต่งนิยายที!"
ฉันมองข้อความพวกนี้ พลางตอบกลับแม่เสิ่นที่ยังถือสายรออยู่อีกฝั่งด้วยเสียงแหบพร่า
"คุณป้าคะ หนูทราบแล้วค่ะหนูจะไปหาเขาเดี๋ยวนี้" วางสายเสร็จ ฉันก็รีบไปที่โรงพยาบาลของเสิ่นเจียหลี่ึ
ฉันหาห้องทำงานเขาเจอ พอเดินไปถึงหน้าประตูเสียงสะอื้นเบาๆ ของโจวซูจิ่นก็ดังลอดออกมา
"เป็นความผิดฉันเอง ถ้าฉันไม่ยุ่งไม่เข้าเรื่องแขนคุณก็คงไม่เกือบ...."
บนแขนข้างที่แขนเสื้อขาดของเสิ่นเจียหลี่ มีรอยเลือดจางๆ ปรากฏอยู่ แต่เขาดูไม่ใส่ใจ ตบไหล่โจวซูจิ่นเบาๆ เพื่อปลอบใจ "ไม่ใช่ความผิดคุณหรอกมันเป็นแค่อุบัติเหตุ"
โจวซูจิ่นถือโอกาสสวมกอดเขา
..
