บทย่อ
ในงานหมั้นที่มีแขกเหรื่อมากมายว่าที่เจ้าบ่าวของฉันที่เป็นหมอถูกโทรศัพท์สายหนึ่งเรียกตัวออกไปฉันคิดว่าที่โรงพยาบาลมีเคสด่วนต้องผ่าตัดแต่ไม่คิดว่าเขาจะทิ้งฉันไว้ที่งานหมั้นเพื่อไปรับรักแรกของเขาที่สนามบิน..
ตอนที่ 1
ในงานหมั้นว่าที่เจ้าบ่าวที่เป็นหมอถูกโทรศัพท์สายหนึ่งเรียกตัวออกไป
ฉันคิดว่าที่โรงพยาบาลมีผ่าตัดด่วนก็เลยไม่ได้ตัดพ้ออะไร ยอมอยู่ขอโทษแขกเหรื่อทุกคนตามลำพัง
แต่พอฉันลากสังขารอันเหนื่อยล้ากลับมาถึงบ้าน กลับเห็นรักแรกของเขาโพสต์รูปหนึ่งลงโซเชียล
ท่ามกลางพลุริมทะเล เห็นใบหน้าด้านข้างของเสิ่นเจียหลี่ชัดเจน นั่นเป็นรอยยิ้มที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน
ฉันไม่เคยรู้เลยว่าเสิ่นเจียหลี่จะยิ้มได้อ่อนโยนขนาดนี้
ห้าปีก่อนที่เจอกันครั้งแรก เขาเป็นหมอเจ้าของไข้พ่อฉัน เขาบอกว่าโรคหัวใจของพ่อฉันรุนแรงมาก อาจจะอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งเดือน
ฉันร้องไห้จนยืนแทบไม่อยู่แต่เสิ่นเจียหลี่ไม่แม้แต่จะยื่นทิชชูให้สักแผ่น
ตอนนั้นฉันปักใจเชื่อว่าเขาเป็นหมอที่เลือดเย็นไร้หัวใจ
แต่ต่อมาฉันถึงได้รู้ว่าไม่ใช่แบบนั้น
เสิ่นเจียหลี่จะช่วยปอกผลไม้รินน้ำให้พ่อ ตอนที่ฉันออกไปซื้อข้าว
จะเข้ามาดูอาการพ่อที่ห้องพักผู้ป่วยทุกยี่สิบนาทีตอนดึกๆ ยืนสังเกตอาการจากหน้าประตู
สังเกตเห็นว่าฉันเป็นนิ้วล็อก ก็แอบเอายาที่เตรียมไว้มาวางให้
หลังจากคบกัน เสิ่นเจียหลี่ก็ยังเป็นแบบนั้นปากหนักแต่ใส่ใจทุกรายละเอียด เขาจำของแสลงของฉันได้ รู้รอบเดือนของฉัน และยังซื้อตั๋วละครเวทีเรื่องที่ฉันชอบมาเซอร์ไพรส์
ดังนั้นตอนที่เพื่อนสนิทสงสัยว่าเสิ่นเจียหลี่ไม่ได้รักฉัน ฉันถึงเถียงแทนเขาได้อย่างเต็มปาก
"เสิ่นเจียหลี่เป็นพวกหน้าดุแต่ใจดีถึงเขาจะไม่ชอบยิ้มแต่เขารักฉัน"
เพื่อนสนิทไม่เห็นด้วย แอบส่ายหน้าเบาๆ
"แต่กู้ซีคนรักกันมันดูออกทางสายตานะ แววตาที่เสิ่นเจียหลี่มองเธอ เหมือนบ่อน้ำแห้งขลิบไม่มีผิด"
ฉันไม่ได้เก็บคำพูดนั้นมาใส่ใจเลย
จนกระทั่งวันนี้ที่ฉันเห็นรูปใบนั้นในที่สุดฉันก็เข้าใจ ว่าความรักที่มันล้นออกมาจากดวงตาเป็นความรู้สึกยังไง
ที่แท้ความรัก ก็มีตื้นลึกหนาบางจริงๆ ในรูปเสิ่นเจียหลี่สวมเสื้อโค้ทตัวที่ฉันสวมให้เขาเองกับมือ
เพราะกลัวเขาหนาวตอนที่เขารีบร้อนออกจากงานหมั้น
ฉันกดปิดมือถือ สูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามบรรเทาความเจ็บปวดที่หน้าอกเหมื อนมีโคลนตมอุดตันอยู่
ฟ้าสว่างเสิ่นเจียหลี่ถึงกลับมาพอเขาเห็นฉันนั่งใจลอยอยู่บนโซฟา เขาชะงักไปนิดหนึ่ง
"คุณนั่งอยู่ตรงนี้ตลอดเลยเหรอ ทำไมไม่ไปเปลี่ยนชุด ไม่ไปนอน?"
ฉันเงยหน้าที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าขึ้นม อง "เมื่อวานคุณออกไปกะทันหัน โทรไปก็ไม่รับ ฉันจะหลับลงได้ยังไง"
ครึ่งปีก่อน หมู่บ้านบนเขาที่เมืองข้างๆ เกิดเหตุดินถล่มเสิ่นเจียหลี่ถูกส่งไปช่วยกู้ภัยด่วน ไปกะทันหันจนไม่ทันได้ส่งข่าวบอกฉัน
หลังจากนั้นเขาก็ขาดการติดต่อนานเป็นอาทิตย์ ฉันเป็นห่วงจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน
จนกระทั่งได้รับสายแจ้งว่าเขาปลอดภัย
นับแต่นั้นมา เสิ่นเจียหลี่ก็สัญญากับฉันว่าต่อไปไม่ว่าจะไปไหนจะบอกฉันล่วงหน้า
เสิ่นเจียหลี่หลบสายตาฉัน
“ที่โรงพยาบาลมีผ่าตัดด่วนก็เลยไม่ทันได้บอกคุณ"
ได้ยินเขาโกหกอย่างไม่คล่องปากใจฉันยิ่งดิ่งวูบ
แต่ฉันไม่ได้แฉคำโกหกของเขาเพียงแค่พยักหน้า "อืม คุณไม่เป็นไรก็ดีแล้ว"
แล้วลุกขึ้นเดินไปห้องน้ำชั้นสอง
แต่จังหวะที่เดินสวนกับเสิ่นเจียหลี่ กลิ่นหอมฉุนของดอกฟรีเซียก็ลอยเข้ามาแตะจมูก อาบน้ำเสร็จฉันหยิบมือถือมาตอบกลับอีเมลฉบับหนึ่ง
อีเมลฉบับนี้ได้รับเมื่ออาทิตย์ก่อน
เป็นจดหมายแนะนำตัวจากอาจารย์ที่ปรึกษาเสนอชื่อให้ฉันไปเป็นอาจารย์สอนศิลปะที่มหาวิทยาลัยศิลปะเบอร์ลิน นี่เป็นโอกาสที่หาได้ยากมาก
แต่ตอนนั้นระหว่างความรักกับอนาคตฉันเลือกความรัก
ทว่าเสิ่นเจียหลี่กลับทำให้ฉันแพ้อย่างหมดรูป
ฉันกรอกใบสมัคร ส่งให้อาจารย์แล้วก็ล้มตัวลงนอน
ตื่นมาอีกทีก็หกโมงเย็นแล้ว
ฉันเงยหน้ามองเห็นเสิ่นเจียหลี่ยืนผูกเนกไทอยู่หน้ากระจก
เขาใส่เสื้อโค้ทตัวยาวสีดำที่ปกติไม่ค่อยใส่ มุมปากอมยิ้มบางๆ
ฉันถามออกไปโดยไม่รู้ตัว "คุณจะไปไหน"
เสิ่นเจียหลี่ชะงักหุบยิ้มทันที "มีเลี้ยงรุ่น เพิ่งแจ้งมาเมื่อกี้ คืนนี้ผมไม่มีเวลาทำกับข้าวให้คุณนะ สั่งเดลิเวอรี่ให้แล้วอย่าลืมกินด้วยล่ะ"
พูดจบไม่รอให้ฉันตอบเขาก็คว้ากุญแจรถออกจากบ้านไป
มองแผ่นหลังของเขาที่เดินจากไป ฉันเหม่อลอยอยู่นาน
ห้าทุ่มแล้วเสิ่นเจียหลี่ยังไม่กลับมามือถือฉันสั่นแจ้งเตือนว่าโจวซูจิ่นอัปเดตสเตตัสอีกแล้ว
เธอโพสต์ว่า "แฟนเก่าขับรถมาส่งที่บ้าน แต่รถดันเสียกลางทางแบบนี้ถือว่าฟ้าเป็นใจให้เราหรือเปล่านะ"
ในรูปเสิ่นเจียหลี่สวมเสื้อโค้ทสีดำยืนโทรศัพท์อยู่หน้ารถ
ข้างล่างเต็มไปด้วยคอมเมนต์จากเพื่อนสมัยมหาลัยของพวกเขา "ตอนนั้นรุ่นพี่โจวซูจิ่นกับรุ่นพี่เสิ่นเจียหลี่เป็นคู่รักที่สมน้ำสมเนื้อที่สุดในมหาลัย นึกไม่ถึงว่าเรียนจบมาสิบกว่าปีแล้วจะยังมีบุญได้เห็นโมเมนต์หวานๆ จากรุ่นพี่อีก"
..

