ตอนที่ 3
ก่อนจัดนิทรรศการนี้ ฉันบอกกับผู้จัดการว่ารูปอื่นขายได้หมดยกเว้นรูปนี้รูปเดียวที่ฉันไม่ขาย
แต่ตอนนี้ ฉันเก็บรูปนั้นไว้ก็ไม่มีความหมายแล้วฉันบอกว่า "ไม่ต้องหรอกพี่ พี่ขายให้เขาไปได้เลย"
"แล้วก็พวกรูปอื่นๆ ที่เกี่ยวกับเสิ่นเจียหลี่ พี่ช่วยขายออกไปให้หมดเลยนะคะ"
พี่เฉินอึ้งไป "เกิดอะไรขึ้นทั้งยกเลิกงานแต่งทั้งขายรูปทะเลาะกับหมอเสิ่นเหรอ"
ได้ยินแบบนั้น ฉันยิ้มขื่นๆ
"เปล่าค่ะ ฉันแค่เพิ่งเข้าใจว่าสิ่งที่ฉันเคยทะนุถนอมบางทีมันอาจไม่เคยสําคัญเลยก็ได้"
อย่างน้อย... ฉันก็ไม่ได้สำคัญอะไรสําหรับเสิ่นเจียหลี่ ประโยคหลังฉันไม่ได้พูดออกไป
พี่เฉินอึ้งไปครู่หนึ่งที่ปลายสาย สุดท้ายก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ "โอเคพี่เข้าใจแล้ว"
หลังวางสาย เสียงออดหน้าประตูก็ดังขึ้นร้านพรีเวดดิ้งมาส่งรูปแต่งงานของฉันกับเสี่นเจียหลี่
แกะกล่องออกมา ฉันเพ่งมองอย่างละเอียดในรูปเสิ่นเจียหลี่ใส่สูทสีดำใบหน้าเรียบเฉย
ฉันใส่ชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ ยิ้มกว้างอย่างสดใสควงแขนเขาอยู่
จนถึงตอนนี้ฉันเพิ่งสังเกตเห็นว่า บนหน้าของเสิ่นเจียหลี่ไม่มีรอยยิ้มเลยแม้แต่ นิดเดียว
แม้แต่งานมงคลอย่างงานแต่งงาน เขาก็ไม่ได้รู้สึกดีใจเลยสักนิด
ทันใดนั้น ฉันรู้สึกสมเพชตัวเองเหลือเกิน
ที่แท้การไม่ได้แต่งงานกับผู้หญิงที่ตัวเองรักมันเป็นแบบนี้นี่เอง....
ฉันเอารูปแต่งงานไปวางไว้ที่มุมหนึ่งของบ้าน แล้วเดินเข้าห้องวาดรูปในห้องเต็มไปด้วยรูปวาดร่างที่ฉันเคยใช้เสิ่นเจียหลี่เป็นต้นแบบ
ตอนนี้ บนขาตั้งวาดยังมีภาพสเก็ตช์ที่วาดค้างไว้อีกครึ่งภาพ รูปวาดพวกนี้เหมือนมีดที่อๆ ที่กรีดใจฉันไปมา
วินาทีนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมอาจารย์ถึงบอกว่า อย่าไปวาดใครพร่ำเพรื่อ คุณคิดว่าคุณวาดเขาแต่จริงๆ แล้วคุณกำลังวาดหัวใจตัวเอง
ฉันมือสั่นเทาดึงรูปวาดที่วาดให้เขาทีละใบออกมา ใบสุดท้ายคือรูปที่ฉันวาดให้ในวันเกิดเขาปีที่แล้ว
ฉันหอบรูปทั้งหมดออกไปที่สวน แล้วกดไฟแช็กพริบตาเดียวเปลวไฟก็ลุกโชน ค่อยๆ กลืนกินใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาของเสิ่นเจียหลี่ และหัวใจของฉันไปจนหมดสิ้น
"ลาก่อน เสิ่นเจียหลี่" ฉันพูดเบาๆ กับกองไฟ แต่น้ำตากลับร่วงหล่นลงไปในเปลวเพลิง
ตอนนั้นเอง มือถือสั่นเสิ่นเจียหลี่ส่งข้อความมา "เสี่ยวซี คืนนี้ที่โรงพยาบาลมีผ่าตัดด่วนผมไม่กลับนะ คุณทานข้าวได้เลย"
ฉันกำมือถือแน่น ไม่ได้ตอบกลับ
พี่เฉินผู้จัดการโทรมาอีกน้ำเสียงรู้สึกผิด "เสี่ยวซีลูกชายพี่ไข้ขึ้นพี่ต้องรีบไปโรงพยาบาล แต่คนที่รอรูปเร่งจะเอารูปให้ได้ภายในคืนนี้"
"เธอสะดวกเอาไปส่งให้หน่อยไหม เดี่ยวพี่ส่งที่อยู่ให้"
ฉันมองเถ้าถ่านที่ยังมอดไม่หมดบนพื้น แล้วตอบรับเบาๆ "ได้ค่ะ"
หลังจากดับไฟ ฉันไปเอารูปที่แกลเลอรี แล้วขับรถไปตามที่อยู่ที่พี่เฉินส่งมา
พอถึงหน้าบ้านคนซื้อ ฉันกอดรูปเคาะประตูข้างในมีเสียงผู้หญิงอ่อนหวานดังออกมา
"เจียหลี่ ช่วยไปเปิดประตูหน่อยน่าจะเป็นรูปที่สั่งไว้มาส่งแล้ว"
ฉันยืนตัวแข็งทื่อยังไม่ทันตั้งสติว่า "เจียหลี่" ที่เธอเรียกคือใครประตูก็เปิดออก
เสินเจียหยี่ยืนอยู่หลังประตูในชุดลำลองอยู่บ้านฉันสบตากันเสิ่นเจียหลี่ยืนอึ้งอยู่กับที่
ความเงียบงันเข้าปกคลุมระหว่างเรา พอเสิ่นเจียหลี่ได้สติกำลังจะอ้าปากพูดก็มีเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาจากในบ้าน
โจวซูจิ่นในชุดนอนสีครีมเดินออกมา เหลือบเห็นรูปในอ้อมแขนฉันเธอก็ยิ้มตาหยี "รูปของฉันจริงๆด้วยเจียหลี่ทำไมไม่เชิญแขกเข้ามาล่ะคะ"
“คุณคะ ขอบคุณมากนะที่อุตส่าห์มาส่งดึกขนาดนี้เข้ามาดื่มน้ำก่อนสิคะ" ที่แท้คนซื้อรูปนี้ก็คือโจวซูจิ่น
"ไม่เป็นไรค่ะส่งรูปเสร็จฉันขอตัวกลับก่อน" ฉันส่ายหน้ายื่นรูปให้แล้วหันหลังเดินออกมา
จู่ๆ เสิ่นเจียหลี่ก็เรียก "เดี๋ยว..."
ฉันไม่หันกลับไปเดินตรงเข้าลิฟต์วินาทีที่ประตูลิฟต์ปิดลงฉันถึงพิงผนังลิฟต์ที่เย็นเฉียบคลายมือที่จิกจนเลือดซึมออก
เสิ่นเจียหลี่คนที่ส่งข้อความมาบอกฉันเมื่อชั่วโมงก่อนว่าต้องทำโอทีที่โรงพยาบาล
ตอนนี้กลับมาโผล่ที่ห้องของโจวซูจิ่น
คืนนี้พวกเขาทำอะไรกัน ก่อนฉันมาพวกเขาทำอะไรกันความคิดตีกันยุ่งเหยิงในหัวฉันไม่กล้าหยุดเดินรีบสาวเท้าเดินต่อไป
แต่พอเดินออกมาถึงหน้าหมู่บ้าน โจวซูจิ่นกลับวิ่งตามมา
"คุณคะเดี๋ยวค่ะ ลืมใบเซ็นรับของ" ฉันรับใบเซ็นรับมาคอแห้งผาก
"ขอบคุณค่ะ"
"เอ่อ ฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ.... ทำไมคุณถึงอยากซื้อรูปนี้เหรอคะ"
โจวซูจิ่นยิ้ม "เพราะฉันรู้สึกว่าแผ่นหลังในรูปเหมือนแฟนเก่าของฉันมากก็คนที่คุณเพิ่งเจอเมื่อกี้นั่นแหละค่ะ"
"ฉันกับเขาคบกันตอนมหาลัยตอนนั้นเขาก็ชอบใส่เชิ้ตสีฟ้าที่ซักจนซีดแบบนี้แหละ"
..
