บทที่ 5 : รอยแดงกับแป้งพัฟ
บทที่ 5 : รอยแดงกับแป้งพัฟ
เช้านี้ดูเหมือนโลกจะหมุนช้าลงกว่าปกติ... อย่างน้อยก็ในความรู้สึกของ 'เอย'
เด็กสาวนั่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องนอน มือเรียวยกขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนฉายชัดในหัวราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวินาทีที่แล้ว สัมผัสร้อนผ่าวที่บดขยี้ลงมา ลิ้นชื้นที่กวาดต้อนความหวาน และมือไม้นุ่มนวลที่ฟ้อนเฟ้นไปตามร่างกาย
"ฮื่อ... บ้าจริง"
เอยซบหน้าลงกับฝ่ามือด้วยความเขินอาย หน้าแดงเถือกไปหมด ไม่กล้าออกไปเจอหน้าคู่กรณีที่น่าจะตื่นตระเตรียมอาหารเช้าอยู่ข้างนอก
แต่จะหลบอยู่ในห้องตลอดไปก็ไม่ได้ วันนี้มีควิซตอนเช้า!
เอยสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้า ลุกขึ้นจัดแจงแต่งตัวชุดนักศึกษาให้เรียบร้อย เธอมัดผมรวบสูงเพื่อความทะมัดทะแมง คว้ากระเป๋าผ้าใบโปรด แล้วเดินไปเปิดประตู
แกรก...
กลิ่นหอมของกาแฟและขนมปังปิ้งลอยมาต้อนรับทันทีที่ก้าวเท้าออกจากห้อง
'พี่ริน' อยู่ในชุดทำงานเรียบหรูตามสไตล์ เสื้อเชิ้ตสีครีมแขนยาวพับแขนขึ้นเล็กน้อย กางเกงสแล็คสีดำเข้าชุด เธอยืนหันหลังชงกาแฟอยู่ที่เคาน์เตอร์ แผ่นหลังตั้งตรงสง่างามนั้นทำเอาเอยใจเต้นผิดจังหวะ
"ตื่นแล้วเหรอ" เสียงเรียบๆ เอ่ยทักโดยไม่ต้องหันมามอง ราวกับมีตาหลัง
"ค่ะ... ตื่นแล้วค่ะ" เอยตอบเสียงอ้อมแอ้ม เดินไปนั่งที่เก้าอี้บาร์ตัวเดิม
รินรดาหันกลับมาพร้อมจานอาหารเช้าแบบ American Breakfast ง่ายๆ ไข่ดาว ขนมปังปิ้ง และไส้กรอก (ที่ทอดสุกกำลังดี ไม่ไหม้เหมือนเมื่อวาน)
"กินซะ จะได้รีบไป" รินเลื่อนจานมาให้ ก่อนจะยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ สายตาคมกริบมองสำรวจเด็กสาวตรงหน้า
เอยก้มหน้าก้มตากิน ไม่กล้าสบตาตรงๆ ความเงียบระหว่างกันไม่ได้อึดอัดเหมือนวันแรก แต่มันเต็มไปด้วยมวลความรู้สึกบางอย่างที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ
"เอย..." จู่ๆ รินก็เรียก
"คะ?" เอยเงยหน้าขึ้น ส้อมคาปาก
รินหรี่ตามองไปที่ลำคอระหงของเด็กสาว คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะวางแก้วกาแฟลงแล้วเดินอ้อมเคาน์เตอร์มายืนอยู่ตรงหน้าเอย
"ทำไมมัดผม?" รินถามเสียงเข้ม
"ก็... อากาศมันร้อนนี่คะ วันนี้เรียนสตูดิโอด้วย ผมเกะกะ" เอยตอบตามความจริง
รินถอนหายใจพรืด "ไปเอากระจกมาส่องดูคอตัวเองสิ"
"หือ?" เอยทำหน้างง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดกล้องหน้าส่องดู แล้วก็ต้องเบิกตากว้างแทบถลน
ที่ซอกคอขาวเนียน ด้านซ้าย... มีรอยจ้ำสีแดงกุหลาบเด่นหราอยู่หนึ่งจุดชัดเจน!
รอยดูด! หรือที่ภาษาทางการแพทย์เรียกว่า Hickey!
ภาพพี่รินซุกไซ้ซอกคอเมื่อคืนแวบเข้ามาในหัวทันที เอยหน้าแดงแปร๊ด ร้อนวูบไปทั้งตัว รีบเอามือปิดคอตัวเองไว้
"พ... พี่ริน! ทำไมมันแดงขนาดนี้เนี่ย!" เอยโวยวายเสียงหลง "แล้วเอยจะไปเรียนยังไง อายเขาตายเลย!"
รินรดายืนกอดอก มุมปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ดูน่าหมั่นไส้ที่สุดในโลก "ใครใช้ให้ผิวเราบางเองล่ะ พี่ไม่ได้ออกแรงดูดสักหน่อย... แค่ 'ชิม' นิดเดียว"
คำว่า 'ชิม' ทำเอาเอยแทบระเบิดตัวตายตรงนั้น
"ไม่ต้องมาโทษเอยเลย! รับผิดชอบเดี๋ยวนี้เลยนะ!" เอยงอแง "จีนมันต้องแซวเอยจนลูกบวชแน่ๆ โอ๊ยยย"
รินส่ายหัวยิ้มๆ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องนอนตัวเองสักพัก แล้วเดินกลับมาพร้อมกับตลับแป้งพัฟและหลอดคอนซีลเลอร์ราคาแพง
"เงยหน้าขึ้น" รินสั่ง พลางขยับเก้าอี้ของเอยให้หันมาหา
"จะทำอะไรคะ"
"ก็จะ 'รับผิดชอบ' อยู่นี่ไง... อยู่นิ่งๆ"
รินแทรกตัวเข้าไปยืนระหว่างขาของเอยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้บาร์ ระยะห่างเป็นศูนย์อีกครั้ง มือเรียวเชยคางเอยขึ้น แล้วเริ่มบรรจงแต้มคอนซีลเลอร์ลงบนรอยแดงที่ตัวเองเป็นคนสร้าง
สัมผัสจากปลายนิ้วของรินช่างแผ่วเบาและตั้งใจ ใบหน้าสวยคมอยู่ใกล้แค่คืบจนเอยเห็นแพขนตายาวงอนของพี่สาวชัดเจน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นเดิมลอยมาเตะจมูก... กลิ่นที่ทำให้เอยเคลิ้มได้ทุกครั้ง
เอยเผลอมองริมฝีปากบางเฉียบที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยเวลาตั้งใจทำอะไรสักอย่าง... ปากที่จูบเธอเมื่อคืน
"พี่ริน..." เอยเรียกเสียงเบา
"หือ" รินขานรับในลำคอ สายตายังจดจ่ออยู่กับการเกลี่ยเนื้อครีม
"เมื่อคืน... พี่รินจูบเอยทำไมคะ"
คำถามตรงไปตรงมาทำเอามือที่กำลังตบแป้งชะงัก รินเงยหน้าสบตากับเด็กช่างสงสัย ดวงตากลมโตคู่นั้นเต็มไปด้วยความคาดหวังและความไม่แน่ใจ
รินวางตลับแป้งลงบนเคาน์เตอร์ เท้าแขนทั้งสองข้างคร่อมตัวเอยไว้ ล็อกเด็กดื้อให้อยู่ในอาณัติ
"แล้วเราอยากให้มันมีความหมายว่าอะไร?" รินย้อนถาม
"ก็... แบบว่าชอบ... หรือเปล่าคะ" เอยถามเสียงสั่น "หรือแค่... สั่งสอน"
รินนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูเอย ตรงจุดเดิมที่มีรอยแดงซ่อนอยู่ใต้เครื่องสำอาง
"ถ้าแค่สั่งสอน... พี่คงไม่หยุดแค่จูบหรอก"
ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนขนอ่อนลุกชัน
"รีบกินข้าวซะ เดี๋ยวไปส่งสาย" รินผละออกทันที ตัดบทดื้อๆ ทิ้งให้เอยนั่งอ้าปากค้าง หัวใจเต้นโครมครามเหมือนจะหลุดออกมานอกอก
...
หน้าตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์
รถยุโรปคันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบท่ามกลางสายตานักศึกษาหลายคนที่หันมามอง (เพราะรถสวยและคนขับสวยมาก)
"เลิกเรียนกี่โมง" รินถามขณะปลดล็อกประตู
"บ่ายสามค่ะ... วันนี้พี่รินจะมารับไหมคะ?" เอยถามเสียงอ้อน
"ต้องดูก่อนว่าประชุมเสร็จกี่โมง ถ้าไม่ทันจะให้คนขับรถที่บริษัทมารับ" รินตอบเสียงเรียบ
"โอเคค่ะ... ขอบคุณที่มาส่งนะคะ" เอยยกมือไหว้ เตรียมจะเปิดประตูลง
"เดี๋ยว"
รินเรียกไว้ เอยหันกลับมา
"ห้ามลืมเติมแป้งระหว่างวัน" รินชี้ไปที่คอของตัวเองเป็นเชิงบอกใบ้ "แล้วก็... อย่าให้ใครเห็นรอยนั่น นอกจากพี่"
เอยหน้าแดงระเรื่อ ยิ้มกว้างจนตาหยี "รับทราบค่ะบอส! จะรักษาไว้อย่างดีเลย!"
เด็กสาวเปิดประตูลงจากรถด้วยท่าทางร่าเริงผิดกับตอนเช้าลิบลับ รินมองตามร่างเล็กที่วิ่งดุ๊กดิ๊กไปหาเพื่อนกลุ่มใหญ่ที่ยืนรออยู่หน้าตึก
สายตาของรินไปสะดุดเข้ากับ 'จีน' เพื่อนสาวประเภทสองของเอย ที่กำลังทักทายเอยแล้วจ้องเขม็งไปที่คอของเพื่อนสาว ก่อนจะหันมามองที่รถของเธอแล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม
รินส่ายหัวเบาๆ มุมปากยกยิ้ม
"เด็กสมัยนี้มันร้าย..."
เธอเข้าเกียร์เตรียมออกรถ แต่สายตาเหลือบไปเห็นลิปสติกแท่งโปรดของเอยที่ตกหล่นอยู่บนเบาะข้างคนขับ
รินหยิบมันขึ้นมาหมุนดู... สีพีชหวานฉ่ำ เหมือนเจ้าของไม่มีผิด
"ขี้ลืมจริงๆ"
แทนที่จะเก็บไว้คืนตอนเย็น รินกลับหยิบลิปสติกแท่งนั้นหย่อนลงในกระเป๋าเสื้อสูทของตัวเองตรงตำแหน่งหัวใจ
ถือเป็น 'ของมัดจำ' จนกว่าจะได้เจอเจ้าของอีกครั้งในตอนเย็นก็แล้วกัน
...
(ตัดภาพมาที่เอย)
"อีเอย! หยุดเดี๋ยวนี้!" จีนลากแขนเพื่อนรักเข้ามาหลบมุมเสา "สารภาพมาซะดีๆ!"
"สารภาพอะไรของแก" เอยทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
"รอยที่คอแกน่ะ! ถึงจะโบกคอนซีลเลอร์มาหนาเตอะ แต่สายตาเหยี่ยวข่าวอย่างฉันดูออกย่ะ!" จีนจิ้มไปที่ซอกคอเพื่อนจึ๊กๆ "ไหนบอกว่าพี่สาวดุ... ดุอีท่าไหนถึงได้แดงเถือกขนาดนี้ฮะ!"
เอยหน้าแดงแปร๊ด ปัดมือเพื่อนออก "โอ๊ย เบาๆ สิแก... ก็... ก็ดุนั่นแหละ ดุมากด้วย"
"ดุบนเตียงอ่ะดิ!" จีนกรี๊ดเบาๆ "เล่ามาให้หมดนะยะ เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น!"
เอยอมยิ้มแก้มปริ สายตามองออกไปที่ถนนที่รถของพี่รินเพิ่งแล่นออกไป
"ก็... แค่บทลงโทษของเด็กดื้อนิดหน่อยเองแก"
เอยหัวเราะคิกคัก ก่อนจะเดินฮัมเพลงขึ้นตึกเรียนไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้จีนยืนอ้าปากค้างด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ดูเหมือนว่าการเป็น 'เด็กดื้อ' ของพี่ริน... จะไม่ได้แย่อย่างที่คิดซะแล้วสิ!
