บทที่ 3 : ฝนหลงฤดูและคนขี้หวง
บทที่ 3 : ฝนหลงฤดูและคนขี้หวง
ท้องฟ้าสีครึ้มที่ตั้งเค้ามาตั้งแต่ช่วงบ่ายแผลงฤทธิ์ในที่สุด สายฝนห่าใหญ่เทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่ว ส่งผลให้หน้าตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์ที่เคยคลาคล่ำไปด้วยนักศึกษา กลายเป็นพื้นที่โกลาหลย่อมๆ ของคนที่วิ่งหาที่หลบฝน
'เอย' ยืนกอดกระเป๋าใบเก่งแนบอก เบียดเสียดกับฝูงชนอยู่ตรงชายคาตึก ดวงตากลมโตมองม่านฝนสีขาวโพลนด้วยความกังวล
"ตกหนักขนาดนี้ รถจะติดขนาดไหนเนี่ย..." เธอพึมพำ
"น้องเอยครับ!"
เสียงเรียกแข่งกับเสียงฝนทำให้เอยหันไปมอง 'พี่ท็อป' เดือนคณะคนเดิมวิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามาหาในมือถือร่มคันใหญ่
"ยังไม่กลับเหรอครับเนี่ย โชคดีจังพี่เจอก่อน" ท็อปส่งยิ้มโชว์ฟันขาว "ฝนตกหนักมาก แท็กซี่น่าจะหายาก ให้พี่ไปส่งไหมครับ รถพี่จอดอยู่ใต้อาคารนี้เอง"
เอยยิ้มเจื่อน "เอ่อ... เกรงใจจังค่ะพี่ท็อป เดี๋ยวเอยรอ..."
"ไม่ต้องเกรงใจครับ ทางผ่านพอดี คอนโดเราอยู่แถวทองหล่อใช่ไหม ไปครับ เดี๋ยวเปียกหมด"
ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า ถือวิสาสะเอื้อมมือมาจะจับข้อศอกของรุ่นน้องเพื่อชวนให้เดินไปด้วยกัน
หมับ!
ก่อนที่มือของชายหนุ่มจะถึงตัวเอย มือเรียวสวยแต่แข็งแรงของใครบางคนก็คว้าเข้าที่ข้อมือของเอยเสียก่อน แล้วดึงร่างเล็กให้ถอยหลังไปซ้อนอยู่ด้านหลังอย่างรวดเร็ว
กลิ่นหอมเย็นๆ ปนกลิ่นมิ้นต์ที่คุ้นเคย ลอยมาแตะจมูกเอยทันทีโดยไม่ต้องเดา
"ขอโทษนะคะ"
เสียงหวานที่ติดจะเย็นชาดังขึ้น 'รินรดา' ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปียกชื้นเล็กน้อยแนบไปกับผิวเนื้อ ยืนประจันหน้ากับเดือนคณะหนุ่มด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก แต่น่ากลัวพิลึก
"พี่... พี่ริน?" เอยอุทานเบาๆ มองแผ่นหลังกว้างของคนพี่อย่างไม่อยากเชื่อสายตา
รินรดาไม่หันมามองคนข้างหลัง แต่จ้องหน้าชายหนุ่มตรงหน้าเขม็ง "น้องเอยกลับกับฉันค่ะ พอดีฉันมารับแล้ว"
ท็อปชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเจอรัศมีนางพญาข่ม เขาหัวเราะแก้เก้อ "อ๋อ... สวัสดีครับพี่สาวน้องเอย พอดีฝนมันตกหนัก ผมเลยอาสา..."
"ขอบคุณในความหวังดีค่ะ" รินตัดบททันควัน มุมปากยกยิ้มการค้าที่ไปไม่ถึงดวงตา "แต่หน้าที่รับส่ง 'เด็กในปกครอง' เป็นหน้าที่ของฉัน... ขอตัวนะคะ"
พูดจบ รินก็กระชับข้อมือเอยแน่นขึ้น แล้วกางร่มสีดำคันใหญ่ในมืออีกข้าง ดันไหล่คนตัวเล็กให้เดินออกไปทันที ทิ้งให้เดือนคณะยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ตรงนั้น
...
ภายในรถยุโรปคันเดิม
บรรยากาศในรถวันนี้มาคุยิ่งกว่าเมื่อวาน เสียงที่ปัดน้ำฝนทำงานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ตัดกับความเงียบภายในห้องโดยสาร
เอยลอบมองคนขับที่นั่งหน้าตึงมาตลอดทาง เสื้อเชิ้ตสีขาวของพี่รินเปียกฝนช่วงไหล่และแขนจนเนื้อผ้าแนบไปกับผิว เผยให้เห็นสายเสื้อชั้นในสีดำจางๆ ที่ทำให้คนมองต้องกลืนน้ำลาย
เซ็กซี่ชะมัด...
"มองอะไร" รินถามขึ้นโดยไม่หันมามอง
"มอง... คนขี้หวงค่ะ" เอยตอบยิ้มๆ ใจดีสู้เสือ
"ใครหวง" รินสวนกลับเสียงแข็ง "พี่แค่ไม่อยากให้เราลำบากนั่งรถคนแปลกหน้า อีกอย่างพ่อแม่เราฝากให้พี่ดูแล ถ้าเป็นอะไรไปพี่จะตอบน้าอรยังไง"
"เหรอคะ..." เอยลากเสียงยาว เอียงตัวไปหาคนขับ "แค่นั้นจริงๆ เหรอคะ ไม่ใช่ว่า... หึงที่เอยจะไปกับผู้ชายอื่นเหรอ?"
เอี๊ยด!
รถเบรกกะทันหันเข้าที่จอดรถใต้คอนโดพอดี แรงเบรกทำเอาเอยหน้าทิ่มไปข้างหน้าเล็กน้อย ก่อนจะถูกดึงกลับด้วยเข็มขัดนิรภัย
รินปลดเข็มขัดตัวเองออก แล้วหันมาหาเด็กปากดีทั้งตัว แววตาที่เคยนิ่งสงบตอนนี้ไหวระริกด้วยอารมณ์บางอย่าง
"เอย..." รินเรียกชื่อเสียงต่ำ ขยับตัวเข้ามาประชิดจนเอยต้องเอนหลังพิงประตูรถ "เราคุยกันเรื่องกฎข้อที่สองแล้วใช่ไหม?"
"ค่ะ... ห้ามพาคนนอกเข้าห้อง"
"แล้วไอ้หนุ่มหน้าจืดนั่น มันเกือบจะได้มาส่งเราถึงห้องแล้วไม่ใช่หรือไง"
"ก็ฝนมันตก..."
"ข้ออ้าง"
รินยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นฝนจากตัวพี่รินมันหอมจนเอยมึนหัว
"ฟังนะเด็กดื้อ..." รินกระซิบ ลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้า "พี่ไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่ามกับของที่พี่ดูแลอยู่ ไม่ว่าจะเป็นของใช้... หรือ 'คน'"
เอยใจเต้นรัวเหมือนกลองรัว คำว่า 'ของที่พี่ดูแล' มันฟังดูเป็นเจ้าข้าวเจ้าของจนน่าขนลุก แต่ก็น่าตื่นเต้นอย่างประหลาด
"แล้ว... พี่รินจะทำยังไงคะ?" เอยถามเสียงแผ่ว สบตาคมกริบคู่นั้นอย่างท้าทาย "จะดุเอยเหรอ? หรือจะลงโทษ?"
รินมองริมฝีปากอิ่มน้ำที่เผยอน้อยๆ เหมือนเชิญชวน สติเส้นสุดท้ายเกือบจะขาดผึง เธออยากจะก้มลงไปบดขยี้ปากดีๆ นั่นให้รู้แล้วรู้รอด แต่ความเป็นผู้ใหญ่และสถานะ 'พี่เลี้ยง' ยังค้ำคออยู่
มือเรียวยกขึ้น... ไม่ได้จูบ แต่ใช้นิ้วชี้เคาะที่หน้าผากมนของเอยเบาๆ
โป๊ก!
"โอ๊ย! เจ็บนะพี่ริน!" เอยยกมือลูบหน้าผากป้อยๆ
"เจ็บสิดี จะได้จำ" รินผละออกกลับไปนั่งท่าเดิม ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้ใบหูจะแดงระเรื่อเล็กน้อย "ลงรถได้แล้ว หิวข้าวจะแย่"
เอยมองค้อนขวับ "ทำไมต้องรุนแรงด้วยเนี่ย ฮึ่ย!"
เด็กสาวเปิดประตูรถลงไปกระแทกเท้าปึงปังเดินนำไปที่ลิฟต์
รินมองตามแผ่นหลังเล็กๆ นั้นแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เธอยกมือขึ้นเสยผมที่เปียกชื้น ร่างกายร้อนวูบวาบอย่างประหลาด
"เกือบไปแล้ว..."
รินพึมพำกับตัวเอง เธอรู้ดีว่าเมื่อกี้... ถ้าเอยยั่วอีกแค่คำเดียว เธอคงไม่ได้แค่ดีดหน้าผากแน่ๆ
...
ภายในห้องพัก
เอยเดินหน้ามุ่ยเข้ามาในห้อง ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา รินเดินตามเข้ามาเงียบๆ วางกุญแจรถและกระเป๋าลง ก่อนจะหันมาสั่ง
"ไปอาบน้ำ สระผมด้วย เดี๋ยวจะเป็นหวัด"
"ไม่อาบ เอยงอน" เอยกอดอกสะบัดหน้าหนี
รินเลิกคิ้ว เดินมายืนค้ำหัวเด็กดื้อ "จะอาบดีๆ หรือจะให้พี่อาบให้?"
คำขู่ที่ฟังดูอันตรายทำเอาเอยหูผึ่ง หันขวับมามองตาเป็นประกาย "พี่รินจะอาบให้เหรอคะ? จริงนะ?"
รินชะงักไปอีกรอบ ตายล่ะ... ลืมไปว่ายัยเด็กนี่มันไม่กลัวคำขู่แนวนี้
"ฝันไปเถอะ" รินแก้เก้อ "พี่หมายถึงพี่จะจับโยนลงอ่าง... ไป! ลุกไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้"
รินดึงแขนเอยให้ลุกขึ้น แต่เอยกลับขืนตัวไว้แล้วดึงกลับ ทำให้รินที่ไม่ได้ตั้งหลักเซถลาลงไปนั่งซ้อนทับบนตักของเอยที่โซฟา
สถานการณ์ล่อแหลมเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว
รินรดานั่งอยู่บนตักของน้องเอย แขนเรียวโอบรอบคอเด็กสาวไว้กันตกโดยสัญชาตญาณ ส่วนมือของเอยก็โอบรัดเอวบางของพี่สาวไว้แน่น
หน้าใกล้กันยิ่งกว่าตอนอยู่ในรถ
ลมหายใจของรินขาดห้วง เธอสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นของหน้าอกเอยที่เบียดชิดเข้ามา และสายตาของเด็กสาวที่มองมา... มันไม่ใช่สายตาของเด็กน้อยอีกต่อไป
"พี่รินตัวหอมจัง..." เอยพูดเสียงพร่า ฝังจมูกลงกับซอกคอขาวของคนที่อยู่บนตักสูดดมกลิ่นกายสาวอย่างถือวิสาสะ
"เอย! ปล่อย!" รินพยายามจะลุก แต่แขนที่กอดเอวไว้นั้นเหนียวแน่นอย่างเหลือเชื่อ
"พี่รินเปียกฝน..." เอยเงยหน้าขึ้นสบตา ไล่สายตามองเสื้อเชิ้ตสีขาวที่แนบเนื้อจนเห็นเนินอกรำไร "เสื้อบางหมดแล้วนะคะ... ให้เอยช่วยถอดไหม?"
ปัง! (เสียงเส้นความอดทนขาด)
รินรดาตัดสินใจทำสิ่งที่เธอยั้งใจมาตลอด เธอไม่ลุกหนี แต่กลับกดตัวลงทับร่างเล็กให้จมไปกับพนักโซฟา มือเรียวเชยคางมนขึ้นมาบังคับให้สบตา
"อยากช่วยเหรอ?" รินถามเสียงเย็น แต่ร้อนแรงดั่งไฟ "แน่ใจนะว่าอยากช่วย... ไม่ใช่ว่าอยาก 'เล่น'?"
"เอย..."
"ถ้าจะเล่นกับไฟ... ก็เตรียมตัวไหม้ได้เลยนะเด็กน้อย"
สิ้นเสียง รินก็ก้มลงประทับริมฝีปากลงบนซอกคอขาวของเอยทันที ขบเม้มเบาๆ จนคนใต้ร่างสะดุ้งเฮือก
"อ๊ะ! พี่ริน..."
