บท
ตั้งค่า

เริ่มคุ้นชินกับร่างนี้ 1.1

เริ่มคุ้นชินกับร่างนี้

ส่วนซูหวานหว่านพอกลับเข้ามาในห้อง ก็ล้มตัวนอนบนเตียงและคิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมา

‘จะว่าไปแล้วก็สงสารเจ้าของร่างเดิมไม่น้อย เพราะความเสียใจเลยทำให้สติไม่สมประกอบ และยิ่งถูกรังแกจากเด็ก ๆ ในหมู่บ้านด้วย เลยยิ่งทำให้บางครั้งควบคุมสติไม่ได้ จึงถูกมองว่าเป็นคนบ้า แต่แม้ว่าถูกรังแกอยู่บ่อยครั้ง แต่ซูหวานหว่านคนเดิมก็ไม่เคยบอกพี่ชาย เพราะเธอไม่อยากให้เขาต้องคิดมากสินะ’

“ถึงจะบ้า แต่เธอก็ไม่โง่นะเนี่ย จากนี้ไปฉันจะต้องทำตัวอย่างไรดีนะ เพื่อไม่ให้ถูกจับได้ว่าหายบ้าแล้ว” เธอได้แต่พูดกับตัวเองเบา ๆ หลังจากคิดทบทวนความทรงจำอยู่พักหนึ่ง

พูดจบเธอก็หลับตาลงเพื่อฟื้นความทรงจำอีก ทำให้รู้ว่าซูหวานหว่านไม่เพียงถูกเด็กในหมู่บ้านคอยกลั่นแกล้งเท่านั้น แต่ยังมีคนบ้านใหญ่ที่คอยมาแย่งชิงของในบ้านรองไปเสมอ แต่ก็มีหลายครั้งที่พี่ชายอย่างซูเปียวเฉินไปแย่งกลับมาได้ และอ้างถึงเรื่องแยกบ้านเลยทำให้คนบ้านนั้นมีแต่ความเกลียดชังให้กับสองพี่น้อง

“คนบ้านใหญ่ชอบแย่งของงั้นเหรอ นิสัยไม่ดีจริง ๆ เลย ว่าแต่อยากรู้จังว่าของในมิติ พอเอาออกมาแล้วปริมาณจะลดลงหรือเปล่านะ ลองดูดีกว่า”

หญิงสาวลืมตาขึ้นและพูดกับตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะทดลองเอาของออกมาจากมิติในจำนวนที่มาก เพราะของบางอย่าง เธอจำได้ว่าในบ้านหลังนั้นมีเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น

แต่พอเรียกออกมาได้มากกว่าจำนวนที่มีในบ้าน เธอจึงยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ และนึกถึงตลาดมืดในความทรงจำ ที่คนในหมู่บ้านต่างไปจับจ่ายซื้อของ เนื่องจากว่าที่นั่นไม่ต้องใช้ตั๋วหรือคูปอง และมีสินค้าที่จำกัดปริมาณมาวางขายไม่น้อย

‘เอาของไปขายในตลาดมืดคงจะดีไม่น้อย แต่เพราะว่าร่างนี้เป็นหญิงสาวที่มีสติไม่สมประกอบ เลยไม่เคยไปตลาดมืดแห่งนั้นเลยสักครั้ง หากว่าฉันต้องการจะไปขายของ ก็คงต้องสอบถามจากชาวบ้านที่อยู่ในเมือง แต่จะมีใครบอกเรื่องนี้กับคนบ้าอย่างฉันกันล่ะ’

พอคิดได้อย่างนั้นซูหวานหว่านก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา ก่อนจะพูดออกมาอีกครั้ง

“ในเมื่อยังหาเหตุผลเข้าไปในเมืองไม่ได้ ก็คงต้องเข้าป่าเพื่อไปหาล่าสัตว์ใหญ่มาไว้เป็นอาหารสักหน่อย มีปืนในมิติคงล่าไม่ยากนัก แต่ในสายตาคนอื่น หญิงบ้าอย่างฉันจะทำอย่างนั้นได้ยังไง หากฉันแบกหมูป่าตัวใหญ่มาสักตัว ชาวบ้านคงได้แตกตื่นกันหมดแน่ เห้อ... ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้ม เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี” เธอพูดกับตัวเองอย่างท้อแท้ใจ

ซึ่งในขณะนั้นเอง ซูเปียวเฉินก็เดินมาที่หน้าห้องนอนแล้วเคาะเรียกน้องสาว “หวานหว่าน อาหารเสร็จแล้ว รีบออกมากินข้าวเร็ว”

“ค่าาา พี่ชาย” พอได้ยินเสียงพี่ชายเรียก เธอก็รีบตอบรับทันที แล้วรีบลุกจากเตียง แต่ไม่ลืมที่จะเก็บข้าวของที่เอาออกมาจากมิติ ส่งกลับคืนเข้าไปไว้ที่เดิม

เมื่อเปิดประตูออกมาก็พบพี่ชายยืนรอคอยอยู่แล้ว ชายหนุ่มยังคงยิ้มและพูดออกมาด้วยความอบอุ่น “ไปเถอะ อาหารกำลังร้อน”

จากนั้นก็เดินนำน้องสาวไปที่โต๊ะอาหารซึ่งก็อยู่ใจกลางบ้าน จะว่าเป็นโต๊ะที่ไว้ใช้รองรับแขกก็คงไม่ผิด แต่พออยู่กันเพียงสองคน ก็ไม่ค่อยมีใครมาหาสักเท่าไหร่ ทั้งสองจึงใช้โต๊ะนี้กินข้าวไปด้วย

ซูหวานหว่านยกน้ำแกงปลามาซด ก่อนจะเงยหน้ามองพี่ชายด้วยความเหลือเชื่อ ไม่คิดว่ามันจะอร่อยขนาดนี้

“อร่อยมากค่ะ หวานหว่านชอบ” หญิงสาวยังคงยิ้มกว้างและพูดสดใสเหมือนร่างเดิม เลยไม่ทำให้พี่ชายสงสัยกับการเปลี่ยนไปของน้องสาว

“ถ้าหวานหว่านชอบก็กินเยอะ ๆ นะ น้ำแกงยังมีอีกเยอะ แล้วพรุ่งนี้พี่จะไปหากระต่ายมาผัดให้กิน น้องอยากกินกระต่ายผัดไหม”

ซูเปียวเฉินบอกอย่างใจดี เขายื่นมือไปขยี้หัวน้องเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู เขารู้ดีว่าซูหวานหว่านนั้นชอบกินกระต่ายผัดมากแค่ไหน พรุ่งนี้ เขาเลยตั้งใจว่าจะไปวางกับดักสัตว์บนเขาสักหน่อย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel