บท
ตั้งค่า

ความห่วงใยที่ไม่เคยได้รับ 1.2

แต่ในขณะนั้นเอง กลับมีเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ เป็นซูเปียวเฉินนั่นเอง พอเขาเห็นว่าน้องสาวลุกขึ้นออกมาแล้ว และสีหน้าของเธอยังคงมีความสดใสเหมือนเดิม ชายหนุ่มจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“หวานหว่านหายดีแล้วเหรอ” ตอนถามชายหนุ่มก็พยายามใช้สายตาสำรวจไปด้วยว่า น้องสาวยังมีอาการบาดเจ็บอะไรบ้างหรือเปล่า

“หวานหว่านหายแล้ว พี่ชายไม่ต้องเป็นห่วงนะ”

ซูหวานหว่านยังคงพูดด้วยน้ำเสียงสดใสเหมือนร่างเดิม เธอพยายามทำให้ดูว่าเป็นหญิงสาวที่สติไม่สมประกอบ

‘ไม่คิดเลยว่าการแสร้งเป็นหญิงบ้า จะยากและเหนื่อยขนาดนี้ เห็นทีคงต้องหาข้ออ้าง บอกกับพี่ชายเรื่องอาการหายป่วยจากอาการสติไม่สมประกอบเสียแล้ว’

หญิงสาวได้แต่คิดในใจ เพราะการพยายามแสร้งทำเป็นคนสติไม่สมประกอบนั้น สำหรับเธอมันเหนื่อยมาก

“หายก็ดีแล้ว รู้ไหมพี่เป็นห่วงแค่ไหน หากหวานหว่านเป็นอะไรไป พี่จะเจ็บหัวใจมาก และไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อได้อย่างไร ชีวิตนี้พี่มีน้องสาวเพียงคนเดียวเท่านั้นนะ เข้าใจไหม”

ชายหนุ่มวางถังใส่ปลาลงแล้วคว้าร่างของน้องสาวเข้ามากอดและพูดความในใจออกมาอย่างไม่อาย ตัวของเขาสั่นเล็กน้อยจากการพยายามกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ข้างใน เพราะไม่อยากให้น้องสาวและป้าอี้รู้ว่าเขากำลังร้องไห้อยู่ในใจ

“ค่ะ หวานหว่านจะไม่เป็นอะไร โอ๋ ๆ นะ” หญิงสาวโอบกอดพี่ชายไว้เหมือนกัน และใช้สองมือตบหลังพี่ชายเบา ๆ และพูดอย่างอ่อนหวานเพื่อปลอบประโลมเขา

หญิงสาวยิ้มด้วยความซาบซึ้งใจ เธอไม่เคยได้รับความรู้สึกอบอุ่นและไม่เคยมีใครสักคนเป็นห่วงด้วยใจจริงอย่างนี้มาก่อน เลยรู้สึกแปลกเล็กน้อย

‘ไม่คิดว่าความรู้สึกที่ถูกใครสักคนรักและเป็นห่วงจะเป็นแบบนี้นี่เอง ต่อจากนี้ไป พี่ไม่ต้องเป็นห่วงฉันอีกแล้ว และต่อไปน้องสาวคนนี้จะคอยปกป้องพี่ชายเอง ฉันจะทำให้พี่กินดีอยู่ดี ไม่ลำบากแบบนั้นอีกเลย’

เธอให้คำมั่นสัญญากับพี่ชายอยู่ในใจ อย่างน้อยตอนนี้ก็หมดห่วงเรื่องอาหาร นั่นเพราะว่าในมิติของเธอมีอาหารมากมายเหลือเกิน

ซูเปียวเฉินผละอ้อมกอดออก ก่อนจะรีบพูดกับน้องสาวว่า “หวานหว่านกลับไปนอนพักก่อนเถอะ เดี๋ยวพี่จะไปต้มน้ำแกงปลาให้ แล้วเราจะได้ออกมากินข้าวพร้อมกัน จะได้กินยาด้วย” เมื่อพี่ชายพูดว่าต้องกินยาออกมา หญิงสาวก็เบ้ปากโดยอัตโนมัติ หากเป็นยาเม็ดก็ว่าไปอย่าง แต่ที่ผ่านมาร่างเดิมมักจะได้กินยาต้มเสียมากกว่า ซึ่งมันก็ขมมาก

‘กินยาอีกแล้ว คงต้องไปหาลูกอมหวาน ๆ ในมิติมาไว้กิน ไม่อย่างนั้นขมปากตายเลย’

หญิงสาวได้แต่คิดอยู่ในใจ แต่ก็พยักหน้าให้พี่ชายและเดินกลับเข้าไปในห้องอย่างว่าง่าย

“เด็กดี” ซูเปียวเฉินพูดตามหลังน้องสาว

“หวานหว่านรักเธอมากนะอาเฉิน ป้าบอกให้ไปนอนพักผ่อนตั้งนานแล้วแต่ไม่ยอมไป คิดแต่ว่าจะไปทำอาหารไว้ให้พี่ชาย แต่พอเธอกลับมาและบอกไม่กี่คำ ก็ย่อมเข้าห้องไปเสียอย่างนั้น ป้าล่ะอดขำไม่ได้”

นางอี้บอกกับชายหนุ่มพร้อมกับหัวเราะเล็กน้อยและส่ายหน้าอย่างระอาให้กับหลานสาว ก่อนจะพูดประโยคต่อมา “ป้าหุงข้าวกับทำผัดผักไว้ให้แล้วนะ เหลือแต่ต้มน้ำแกงเท่านั้น อาเฉินจะทำเองหรือให้ป้าทำให้ดีล่ะ” เธอบอกออกมาอย่างใจดี

“ขอบคุณมากครับป้า ส่วนการทำน้ำแกงปลาแค่นี้ เดี๋ยวผมทำเองได้ครับ” ชายหนุ่มรีบขอบคุณและบอกว่าจะทำเอง เพราะรู้สึกเกรงใจที่หญิงวัยกลางคนนี้มาคอยดูแลเขาและน้องสาวมาตลอด และการทำน้ำแกงปลานั้น ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย

“อย่างนั้นป้ากลับบ้านก่อนนะ มีอะไรก็ไปเรียกได้ตลอดเวลา” นางอี้พูดขึ้นอีกครั้ง

“ครับ ขอบคุณอีกครั้งนะครับ ผมได้ปลามาหลายตัวเลย ป้าอี้เอากลับไปทำอาหารด้วยนะครับ” ซูเปียวเฉินขอบคุณอีกครั้งพร้อมกับส่งปลาตัวใหญ่ที่ร้อยด้วยเถาวัลย์ให้ป้าอี้ด้วย

“ขอบใจนะ ป้าไปล่ะ” นางอี้รับปลามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม จากนั้นก็เดินกลับบ้านไป

ส่วนซูเปียวเฉินก็เดินเข้าครัวเพื่อไปทำอาหารกินกับน้องสาว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel