
บทย่อ
เรื่องย่อ ซูหวานหว่าน หญิงสติไม่ดีประจำหมู่บ้านเกิดพลัดตกเขาขณะที่ไปหาอาหารในป่า ทำให้เธอต้องตายไปโดยไม่มีใครรู้ แต่ทว่ากลับมีวิญญาณของหญิงสาวยุคปัจจุบันเข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน ลิลลี่คือนักฆ่ามือหนึ่งขององค์กร เธอถูกเจ้านายและคู่หูหลอกไปให้ศัตรูโจมตีจนตาย แต่แทนที่จะตกนรก กลับต้องมาอยู่ในร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่สติไม่ดี เธอคิดว่านี่คือบทลงโทษร้อยแรงยิ่งกว่าตาย เพราะต้องมาแสร้งเป็นคนบ้า ในเมื่อเข้ามาอยู่ในร่างของหลี่ม่านม่านแล้วก็ต้องทำให้ตัวเองอยู่รอดในยุคนี้ให้ได้ แต่ทว่าสังคมมันบัดซบเสียจริง อาหารที่บอกว่าหายาก แต่กลับไปอยู่ในมือของคนชั่วที่แอบส่งขายให้กับกลุ่มใต้ดิน ซึ่งกระจายให้กับพ่อค้าที่ฉ้อโกงและกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่นที่เห็นแก่ตัว ปล่อยให้ชาวบ้านนั้นอดอยาก งานการเกษตรไม่ว่าผลผลิตมีเท่าไรก็ต้องส่งให้รัฐก่อน ถึงค่อยเอามาแบ่งให้กับชาวบ้าน ซูหวานหว่านจึงตัดสินใจปล้นคนชั่วมาแจกจ่ายให้คนดี ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเงิน เนื่องจากคนทำชั่วไม่มีใครเอาเงินเข้าฝากธนาคารจำนวนมากแน่ หญิงสาวจึงกลายเป็นจอมโจรใจบุญปล้นคนชั่วช่วยชาวบ้าน เนื่องจากเป็นนักฆ่าจากยุคที่ทันสมัยมาก่อน เธอจึงกลบร่องรอยของตัวเองได้อย่างมิดชิด แต่แล้วเธอกลับถูกเจ้าพ่อคนหนึ่งที่ขึ้นชื่อถึงความเหี้ยมโหดจับสังเกตได้ คราวนี้นอกจากต้องหนี้เจ้าหน้าที่แล้วยังต้องหลบหลีกเจ้าพ่อคนนี้อีกด้วย แล้วเธอจะหลุดพ้นการถูกจับจากทั้งสองฝ่ายได้หรือไม่ ติดตามในเรื่องนี้เลยค่ะ
ซูหวานหว่านหญิงบ้าประจำหมู่บ้าน 1.1
ซูหวานหว่านหญิงบ้าประจำหมู่บ้าน
หมู่บ้านไฉ่เหริน เมืองตู้โจว มณฑลเจียงซู เวลานี้มีเด็กหลายคนกำลังรายล้อมหญิงสาววัยสิบหกคนหนึ่งอยู่ จะว่าแล้วควรจะพูดว่ากำลังกลั่นแกล้งเธออยู่น่าจะถูกต้องกว่า
“ปะ ไปนะ หวานหว่านกลัวแล้ว” หญิงสาวทั้งพูดไล่ ทั้งพยายามปัดป้องสิ่งของต่าง ๆ ที่เด็กกลุ่มนี้กำลังใช้ตีและขว้างปามาที่เธอด้วยความหวาดกลัว
“คนบ้า คนสติไม่ดี” เด็กกลุ่มนี้พยายามโห่ร้องและด่าหญิงสาวตรงหน้าด้วยความชอบใจและสนุกสนานที่กลั่นแกล้งเธอได้
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ พวกเธอทำอะไรกัน”
หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาห้าม เพราะความสงสารที่มีต่อหญิงสาวจากบ้านรองซูคนนี้ ซึ่งเธอมีชื่อว่า ซูหวานหว่าน
“พวกเราไม่ได้ทำอะไร พวกเราก็แค่เล่นกับพี่สาวเท่านั้น” เด็กคนหนึ่งบอกหน้าตาเฉย
“เล่นบ้าอะไร หวานหว่านกลัวไปหมดแล้ว”
หญิงคนนั้นหันมาตำหนิพวกเด็กกลุ่มนี้อย่างไม่พอใจ
“หวานหว่าน ไม่เจ็บ อยากเล่น อยากเล่น”
ซูหวานหว่านพยายามโบกมือห้าม เธอยังอยากเล่นอีก แถมยังยิ้มออกมาอย่างไร้เดียงสา
“ไม่เจ็บได้อย่างไรกัน ในเมื่อเด็กพวกนี้คอยกลั่นแกล้งเธอตลอดเวลา แล้วยังคิดอยากจะเล่นด้วยอีกเหรอ”
หญิงคนเดิมยังคงพูดอย่างไม่พอใจ แล้วรีบประคองซูหวานหว่านขึ้นมา แล้วพูดขึ้นอีกครั้งว่า “หยุดเล่นกับเด็กพวกนี้ แล้วรีบกลับบ้านเถอะ เดี๋ยวอีกไม่นานพี่ชายเธอก็จะพักเที่ยงแล้วนะ”
“พี่ชาย พี่ชาย กินข้าว” พอได้ยินว่าพี่ชายกำลังจะพักเที่ยง หญิงสาวจึงคิดถึงอาหารจึงพูดขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มทันที
พูดจบรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาทันที
“เห้อ...ถึงเธอจะสติไม่ดี แต่ก็รักพี่ชายมาก นี่คงวิ่งไปหาอาหารไว้ให้พี่ชายกินอีกแล้วสินะ” หญิงคนนั้นมองตามและพูดออกมาพร้อมกับถอนหายใจ
“ใช่แล้ว ต่อให้หวานหว่านจะสติไม่ดี แต่เธอนั้นรักพี่ชายมาก แต่ถ้าไม่รักพี่ชายแล้วจะให้เธอไปรักใครล่ะ ตอนนี้บ้านรองมีเพียงสองพี่น้องเท่านั้น แต่ก็ใช่ว่าจะได้อยู่อย่างสงบสุขนะ ยังคงถูกบ้านใหญ่กลั่นแกล้งและรังแกอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ดีหน่อยที่บ้านรองแยกบ้านก่อนที่พ่อแม่จะตาย ไม่อย่างนั้นแล้วสองพี่น้องคงน่าสงสารมากกว่านี้”
หญิงวัยกลางคนอีกคนพูดออกมาอย่างปลงตก นั่นเพราะคนบ้านใหญ่ซูแทบจะหาดีไม่ได้เลยสักคน ทุกคนคอยกลั่นแกล้งและเอาเปรียบสองพี่น้องบ้านรองตลอด
ส่วนซูหวานหว่านพอวิ่งออกมาจากตรงนั้น เธอก็รีบกลับบ้านไปหยิบตะกร้าแล้วขึ้นเขา เพื่อไปหาสิ่งของมาทำอาหารให้พี่ชาย ใจของเธอนั้นหวังว่าจะมีไข่ไก่ป่า หรือพบเจอกระต่ายป่าสักตัว เพื่อเอากลับไปทำอาหารให้พี่ชายกิน
ระหว่างทางที่เธอเดินไป ชาวบ้านที่พบเจอต่างก็ยิ้มแย้มให้ เพราะหญิงสาวไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยกับใคร อีกอย่าง สาเหตุที่ซูหวานหว่านต้องสติไม่ดีแบบนี้นั้น เป็นเพราะเสียใจเรื่องพ่อแม่ที่ตายไปเมื่อหลายปีก่อน
ตอนนั้นเธอยังเด็กมาก และไม่สามารถรับความเสียใจนั้นได้ เธอร้องไห้จนสลบไป เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งกลับกลายเป็นแบบนี้ ดีหน่อยที่พี่ชายของเธอรักน้องมากเหมือนกัน เลยไม่คิดที่จะแต่งงาน เพราะกลัวว่าหากแต่งภรรยาเข้ามาแล้วจะไม่สามารถอยู่ร่วมบ้านกับน้องสาวได้
หญิงสาวเดินเข้าป่าลึกกว่าปกติที่เคยมา นั่นเพราะยังหาอาหารกลับไปไม่ได้ ใบหน้าของเธอตอนนี้แทบจะร้องไห้อยู่แล้ว
“อาหาร อาหารไม่มี” เธอพูดพึมพำกับตัวเองไปด้วยเดินไปด้วย
