บทที่ 4 กำเนิดองค์ไท่จื่อ
"ฝ่าบาทได้โปรดระงับความเศร้าโศก หากหวังกุ้ยเฟยทราบว่าพระองค์ไม่รักษาพระพลานามัยเช่นนี้ แล้วดวงวิญญาณของน้องหญิงจะไปสู่แดนสวรรค์ด้วยความสงบได้อย่างไรเล่าเพคะ" ฮองเฮาหยู่เหยียนกล่าวด้วยเสียงเนิบช้า ใบหน้างดงามทว่าวาจากลับกลอกแฝงไอชั่วร้าย
เวลาผันผ่านมานานแรมปี องค์ฮ่องเต้แห่งแคว้นซีฮันยังคงตรอมพระทัยอย่างหนัก หลังจากสูญเสียทั้งสนมรักและองค์ชายทั้งสอง ฮ่องเต้หลี่จิ้งไม่เป็นอันกินอันนอน ภายในใจยังคงคร่ำครวญถึงเพียงสนมรักและโอรสทั้งสองของตนเท่านั้น นัยน์ตาเหม่อลอยไร้ซึ่งจิตวิญญาณ
ด้วยเหตุที่ฮ่องเต้หลี่จิ้งไม่อาจขึ้นว่าราชการได้นี้เอง จึงส่งผลให้อัครมหาเสนาบดีหยู่เฉียนฟานขึ้นเป็นที่ปรึกษาให้แก่ฮองเฮาเพื่อว่าราชการแทน นั่นจึงทำให้บ้านเมืองเริ่มดิ่งสู่ปลายเหวโดยที่กษัตริย์ของแผ่นดินไม่ทันได้ระแวดระวัง ขุนนางผู้จงรักภักดีของฮ่องเต้หลี่จิ้งเริ่มถูกปลดระวางทีละรายจนแทบไม่หลงเหลือ เพลานี้เขาราวกับเป็นฮ่องเต้หุ่นเชิดผู้หนึ่งเท่านั้น มีหน้าที่เพียงวางตราประทับมังกรต่อฏีกาต่าง ๆ โดยยังมิทันได้อ่านมันด้วยซ้ำ ขุนนางผู้ละโมบจึงย่ามใจ ต่างกระทำการช่อราษบังหลวงมิหนำซ้ำยังคงลอยหน้าลอยตาเรียกส่วยข่มขู่ประชาชนราวสวรรค์ไม่มีตารู้เห็น เพลานี้แคว้นซีฮันกำลังมุ่งสู่กลียุค เพราะถูกคนชั่วครองเมืองโดยแท้จริง
เมื่อพลานามัยของฮ่องเต้หลี่จิ้งเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ ฮองเฮาหยู่เยียนจึงเทียวเข้าออกตำหนักใหญ่ไม่ว่างเว้น แทบไม่หลงเหลือช่องว่างให้บรรดาสนมใดเข้าใกล้ นางพยายามอย่างหนักเพื่อให้ตนสามารถตั้งครรภ์แต่ก็ยังไม่เป็นผล แม้จะกล่าวว่าสนมเหล่านั้นแทบไม่ได้ใกล้ชิดฮ่องเต้เลย แต่มิได้ถึงกับว่าไม่มีผู้ใดปรนนิบัติเช่นเดียวกัน กระนั้นก็ยังหามีสนมนางใดตั้งครรภ์แม้สักคน นั่นจึงทำให้ฮ่องเต้หลี่จิ้งกลัดกลุ้มอย่างหนัก หรือทุกอย่างล้วนเกิดปัญหาที่ตัวเขาเอง แล้วเหตุใดก่อนหน้าหวังกุ้ยเฟยจึงสามารถตั้งครรภ์ได้กันเล่า
เมื่อเป็นเช่นนี้จึงมีการเรียกบรรดาหมอหลวงเข้ามาเพื่อตรวจสภาพร่างกายของบรรดานางสนมและองค์ฮ่องเต้ หมอหลวงต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า สนมทุกพระนางล้วนปกติ รวมถึงฮองเฮาและฮ่องเต้เช่นเดียวกัน เมื่อศาสตร์การแพทย์ย่อมไม่อาจชี้ชัดถึงสาเหตุ เช่นนั้นก็คงต้องหวังพึ่งไสยเวทย์เสียแล้ว
"ชะตาของโอรสสวรรค์นั้นปรากฏยากยิ่ง คาดว่าจะมีโอรสได้คงลำบาก แต่อย่างไรแล้วหนทางแก้ไขก็ยังพอมีพ่ะย่ะค่ะ"
"หนทางแก้ไข แล้วควรทำเช่นไรกันเล่า" ฮ่องเต้หลี่จิ้งตรัสด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ตั้งแต่สูญเสียใหญ่ในครั้งนั้นผ่านมาแล้วถึงสามปี ฮ่องเต้แคว้นซีฮันกลับไม่สามารถให้ประสูติบุตรได้สักคน และแน่นอนมีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนไม่ทราบ นั่นก็คือ บรรดานางสนมที่ได้รับขนมเหล่านั้น ล้วนมีส่วนผสมของซีฮงฮวา[1] หนำซ้ำบรรดาหมอหลวงล้วนถูกขู่ขวัญก่อนจะเข้ารับการตรวจให้กับสนมเหล่านั้นจากฮองเฮา กอปรกับฮองเฮานั้นไม่สามารถให้กำเนิดบุตรได้ และสิ่งนี้เองย่อมไม่มีผู้ใดล่วงรู้
"ฝ่าบาทต้องขอพรต่อพระโพธิสัตว์กวนอิมพร้อมกับฮองเฮาและเหล่าพระสนมพ่ะย่ะค่ะ"
"อืม เช่นนั้นวันพรุ่งก็เตรียมตัวออกไปยังวัดซิ่วอิง หากว่าผู้ใดสามารถมีพระโอรสให้ข้าได้ ข้าจะปูนบำเหน็จให้อย่างงาม"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นบรรดานางสนมต่างดวงตาลุกวาว ทว่ากลับถูกสายตาดุดันของฮองเฮากำหราบเอาไว้เสียจนต่างฝ่ายต่างหลุบดวงตาลงต่ำ
.
.
"ท่านพ่อ ทำอย่างไรดี หากเป็นเช่นนี้ฮ่องเต้จะต้องมีสนมเพิ่มเป็นแน่" ฮองเฮาหยู่เยียนกล่าวด้วยสีหน้าเป็นกังวล
"ฮองเฮาท่านอย่าได้เป็นกังวล ลืมไปแล้วหรือว่าตอนนี้น้องสาวของท่านกำลังตั้งท้อง"
ท่าทีเกรี้ยวกราดเมื่อสักครู่เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้น จึงแปรเปลี่ยนสีหน้าอย่างมีแผนการ
"ท่านพ่อ เช่นนั้นควรรีบหรือไม่เพคะ ก่อนที่ท้องของหนิงเจี้ยนจะโตไปมากกว่านี้"
"กระหม่อมจะส่งคนไปตรวจดูอีกสักระยะ ว่าน้องของพระองค์นั้นตั้งครรภ์ชายหรือหญิง"
"หึ!! ทราบแล้วเจ้าค่ะ เช่นนั้น เจียอี เจ้ารีบไปตามหมอหลวงมาพบข้า ข้าจะให้กำเนิดพระโอรสในเร็ววัน"
.
.
เมื่อได้ขอพรกับเหล่านางสนมและฮองเฮาที่วัดซิ่วอิง ผ่านไปไม่นาน ก็ได้รับข่าวดีว่าฮองเฮาหยู่ทรงตั้งครรภ์พระโอรส จนเมื่อครบกำหนดให้ประสูติ ทั้งพระราชวังต่างโกลาหลกันเสียยกใหญ่ ทว่าการให้กำเนิดครานี้ไม่ยินยอมให้ผู้ใดย่างกรายเข้าใกล้แม้เพียงครึ่งก้าว รวมถึงการปิดตำหนักเสียจนทึมทึบ
"เป็นอย่างไรบ้างเล่า เมื่อไหร่จะออกมา"
ฮองเฮาหยู่เยียนเดินกระวนกระวาย พลางโบกพัดในมือไปมาด้วยท่าทีร้อนใจ นัยน์ตามองดูอีกฝ่ายที่ยังคงพยายามเบ่งคลอดอย่างสุดความสามารถ
"เบ่งนะเจ้าคะ เอ้า...เบ่งเจ้าค่ะ"
เสียงการทำคลอดเช่นนี้ดังอยู่อีกหลายชั่วยาม กว่าทารกจะสามารถออกมาได้ เพลาก็ล่วงเลยจนแทบรุ่งสางของอีกวัน และทันใดนั้นเสียงของเด็กน้อยก็พลันดังขึ้น
ฮองเฮาคลี่ยิ้มด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง ทั้งเนื้อตัวทารกล้วนดูแดงเรื่อผิวพรรณนวลเนียนราวหยกเนื้อดี หน้าตาจิ้มลิ้มสมกับเป็นผู้สูงศักดิ์ แม้หนิงเจี้ยนอาจไม่ได้เป็นเชื้อพระวงศ์เช่นตน แต่ทว่าอีกฝ่ายก็ยังมีบุตรกับแม่ทัพฝ่ายใต้ผู้ศักดิ์ใหญ่แห่งแคว้น เมื่อตนต้องการบุตร นางมิอาจรอจนสวรรค์มีตาได้ จึงใช้แผนการล่อลวงนำบุตรของผู้อื่นแอบอ้างเป็นบุตรในอุทร
"เจ้าเข้ามา" เสียงทุ้มดังขึ้น
ชายที่มีผ้าผืนสีดำปิดบังใบหน้าครึ่งล่างสาวเท้าเข้ามา ร่างของสตรีเหงื่อโทรมกาย และชุ่มโชกไปด้วยโลหิตถูกยกเข้าไปในเกี้ยว พวกเขาเริ่มกระบวนการเคลื่อนย้ายคนออกทางท้ายตำหนัก ซึ่งมีการตระเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว นางหลับใหลไร้สติ และไม่รู้เลยว่าการที่พี่สาวผู้เป็นถึงราชินีของแผ่นดิน เทียวส่งของบำรุง และนำตนมาทำคลอดยังสถานที่โอ่อ่าแห่งนี้เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง ส่วนแม่ทัพแดนใต้ผู้เป็นสามีกลับถูกวางอุบายให้ออกศึกในยามคับขันเช่นกัน
ฮองเฮาหยู่เหยียนกดยิ้มมุมปากราวสุภาพอ่อนโยน ทว่าแววตากลับดูร้ายกาจพิกล นางกวาดมองโครงหน้าของเด็กทารก
"พระโอรสเพคะ" เสียงกำนัลคนสนิทโพล่งขึ้นด้วยความตื่นเต้น
"ข้าเห็นแล้ว ต่อไปเจ้าก็ไปบอกกับนางว่าบุตรของนางตายแล้วไม่อาจลืมตาดูโลกได้ และให้ทองคำนางจำนวนหนึ่งไป เข้าใจหรือไม่"
"ทราบแล้วเพคะ" มุมปากนางกำนัลผู้นั้นเหยียดยิ้มน้อย ๆ
เมื่อฮ่องเต้ทราบข่าวว่าฮองเฮาให้ประสูติพระโอรสก็ทรงดีพระทัยเป็นอย่างมาก ต่างกระวีกระวาดเพื่อไปเยี่ยมที่ตำหนัก ฮ่องเต้พระราชทานนามให้องค์ชายน้อยว่าหลี่เข่อซิง และได้รับตำแหน่งไท่จื่อแห่งแคว้นซีฮัน
"ถวายบังคมองค์ไท่จื่อ"
เสียงอึกทึกดังกังวานที่หน้าตำหนักของฮองเฮา ต่างฝ่ายต่างปรีดาที่องค์ชายถือกำเนิดขึ้น ในที่สุดแคว้นซีฮันก็มีทายาทสืบเชื้อพระวงศ์ อีกทั้งยังถือกำเนิดจากครรภ์ของฮองเฮา ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดีของแคว้นโดยแท้จริง
.
.
เพลานี้องค์ไท่จื่อเติบใหญ่งามสง่า วรยุทธ์แก่กล้า มิหนำซ้ำเรื่องตำรายังไม่เป็นสองรองผู้ใดล้วนส่งเสริมยศฐาให้แก่มารดาเป็นอย่างยิ่ง ในขณะเดียวกัน จวนแม่ทัพแดนใต้สืบทราบมาว่าแท้จริงแล้ว ฮองเฮานำบุตรของตนไปตั้งแต่ยังคงแบเบาะ จากการสืบสาวราวเรื่องของหน่วยลับ ทว่าเขาไม่อาจทำสิ่งใดได้มากไปกว่าการเล่นละครตามน้ำเสียแล้ว หากวันหนึ่งเรื่องราวเกิดบานปลายขึ้น นั่นไม่ถือว่าตนกำลังทำร้ายบุตรในไส้เช่นนั้นหรือ แม่ทัพจึงพยายามเก็บงำมาโดยตลอด ทว่ากลับมีเพียงหนึ่งคนที่ไม่อาจเก็บอาการเมื่อได้ทราบข่าวขององค์ไท่จื่อ นั่นก็คือฮูหยินของเขา ฮูหยินหนิงเจี้ยน เพลานี้นางคร่ำครวญหาบุตรจวนจะขาดใจ
"ท่านพี่ แท้จริงองค์ไท่จื่อคือบุตรของเราอย่างนั้นหรือ ข้าต้องการพบหน้าเขา ไม่ทราบจะพอเป็นไปได้หรือไม่เจ้าคะ" ฮูหยินหนิงเจี้ยนกล่าวทั้งน้ำตาคลอเบ้า
แต่ทว่าผู้เป็นสามีกลับส่ายศีรษะด้วยความรู้สึกปลดปลง เขาจึงคิดอุบายบางอย่างได้ "มีสิ่งหนึ่งที่เราควรทูลฮองเฮา ถ้าเช่นนั้นข้าจะลองขอเข้าเฝ้าในวันพรุ่งก็แล้วกัน"
ฮูหยินหนิงเจี้ยนคลี่ยิ้มออกมาด้วยความหวัง อย่างน้อย ๆ นางก็อาจได้พบหน้าบุตรของตนที่เฝ้าคะนึงหามาช้านาน
เชิงอรรถ
1. ^ ซีฮงฮวาหรือดอกหญ้าฝรั่น คือตํารับยาลับจากในวัง. ว่าดอกหญ้าฝรั่นช่วยคุมกําเนิดได้. เมื่อฮ่องเต้ไม่ประสงค์จะไข่ทิ้งให้กับสนมคนไหน. ก็จะสั่งให้ขันทีใช้ดแกหญ้านี้ต้มให้นางสนมทั้งหลายดื่ม
