อนธการม่านรักสลับบ่วงแค้น

114.0K · จบแล้ว
PPnida
72
บท
611
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

"ท่านมันคนป่าเถื่อน เป็นสุนัขเช่นนั้นหรือถึงชอบกัดผู้อื่น!"

นิยายจีนโบราณแม่ทัพฮ่องเต้รักหวานๆดราม่าจีนโบราณพระชายา

บทที่ 1 องค์ชายกาลกิณี

"การให้กำเนิดองค์ชายพร้อมกันทั้งสองพระองค์ในอุทร[1]เดียวกันสำหรับเชื้อพระวงศ์แล้วนับว่าเป็นกาลกิณีบ้านเมืองพ่ะย่ะค่ะ เพื่อไม่ให้มุ่งสู่กลียุค[2]จำเป็นต้องนำตัวองค์ชายทั้งสองออกจากครรภ์ของพระสนมก่อนเพลาประสูติ เพื่อบูชาต่อทวยเทพ ไม่เช่นนั้นหากปล่อยให้พระโอรสถือกำเนิดขึ้น ทั่วทั้งแคว้นซีฮันย่อมต้องเข้าสู่ความวิบัติไม่อาจหลีกเลี่ยงพ่ะย่ะค่ะ"

เสียงโหรหลวงทำนาย เปล่งวาจาสุ้มเสียงครั่นคร้ามท่ามกลางท้องพระโรงของราชวัง ภายในมือเหี่ยวย่นประคองแผ่นกระดานไม้ลายวิจิตรสีดำหม่นด้วยอาการพรั่นใจ เครื่องหน้าที่ประดับร่องรอยแห่งวัยอาบชโลมหยาดเหงื่อเสียจนเปียกชื้น ฝ่ามือยกท่วมศีรษะพลางสั่นระริก นัยน์ตาหลุบมองต่ำราวกำลังขลาดกลัว

"สามหาว!! เจ้ากล้าดีอย่างไรมาสาปแช่งโอรสของข้า ทหาร!..." 

ผู้เป็นกษัตริย์แห่งแคว้นบังเกิดโทสะ ปลายนิ้วชี้ไปยังเบื้องหน้า นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ทอประกายเหี้ยมเกรียม ทว่าเสียงประกาศกร้าวยังไม่ทันจบประโยค น้ำเสียงแหลมเล็กของสตรีพลันดังตัดบทอารมณ์คุกรุ่นที่ปะทุขึ้นทันควัน 

"ฝ่าบาท ได้โปรดระงับโทสะ" 

นัยน์ตาคมตวัดฉับ มองผ่านม่านโปร่งแสงด้านขวา กล่าวด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดข่มขวัญ บรรดาขุนนางที่อยู่ในท้องพระโรงพลอยสะดุ้งโหยงไปตามกัน 

"เจ้าจะให้ข้าใจเย็นเช่นไรหรือฮองเฮา ดูเอาเถิด มีอย่างที่ไหน ทำนายลูกของข้าเป็นกาลกินีบ้านเมือง!" 

"หม่อมฉันทราบดีเพคะ หม่อมฉันก็รักและเอ็นดูโอรสในครรภ์หวังกุ้ยเฟยไม่ต่างจากพระองค์" ฮองเฮา[3]หยู่เยียน เหลียวหน้ามองสนมเอกผู้มีหน้าตางดงามสะคราญตา ผู้ซึ่งกำลังตั้งครรภ์โอรสแห่งสวรรค์ถึงสององค์ในครรภ์เดียว ริมฝีปากสีชาดเหยียดยิ้มเย็นเยียบเสียดแทงผู้ที่นั่งอยู่เบื้องหลังม่านโปร่งแสงฝั่งตรงข้าม 

นัยน์เนตรคู่งามพลอยหลุบมองต่ำ ฝ่ามือเรียวลูบคลำหน้าท้องขนาดใหญ่ด้วยความรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน ภายในใจครุ่นคิดและหวาดกลัวว่าตนคงไม่อาจรักษาโอรสในครรภ์ไว้ได้ 

ในขณะที่ราชินีแห่งแคว้น กลับไม่อาจให้กำเนิดทายาทสืบสายเชื้อพระวงศ์ได้ เมื่อหวังกุ้ยเฟยตั้งครรภ์แน่นอนว่าตำแหน่งองค์รัชทายาทย่อมต้องตกเป็นบุตรของสนมเอกหวังอิ้งเยว่โดยไม่อาจบ่ายเบี่ยง มิหนำซ้ำสนมผู้นี้เป็นเพียงเครื่องบรรณาการจากแคว้นอันฉี อภิเษกเข้ามาเพื่อกระชับความสัมพันธ์กับแคว้นซีฮัน ฮ่องเต้หลงใหลต่อรูปโฉมของนางจนหน้ามืดตามัวยกยอปอปั้นเหนือสนมทุกนาง อีกทั้งยังมอบยศกุ้ยเฟย[4] ให้แก่หวังอิ้งเยว่ ช่างเป็นการหยามเกียรติฮองเฮาผู้มีสายโลหิตบริสุทธิ์แห่งแคว้นซีฮันยิ่งนัก ความริษยาในครานี้ส่งผลให้ฮองเฮาหยู่เยียนลอบกระทำการใหญ่ รับสั่งให้นางกำนัลคนสนิทเจียอี กล่าวข่มขวัญต่อโหรแห่งวังหลวง ซ้ำนางยังยื่นข้อเสนอเป็นการปูนบำเหน็จเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าโหรหลวง หากสามารถขับไล่หวังกุ้ยเฟยและโอรสในครรภ์ได้สำเร็จ 

ความหวาดกลัวและความละโมบของมนุษย์มักบดบังคุณธรรมอันดีไปแล้วสิ้น โหรหลวงจึงตัดสินใจกล่าวคำทำนายโป้ปดมดเท็จออกมา กระทำตามพระประสงค์ของฮองเฮา เพื่อแลกด้วยลาภยศ เงินทองโดยไม่สนถูกผิด 

"โหรหลวง หากไม่ทำเช่นที่ท่านว่า มีหนทางที่ดีกว่าการให้นำตัวพระโอรสทั้งสองออกมาหรือไม่" ฮองเฮากล่าวด้วยสุรเสียงใจเย็น 

"เอ่อ...ต้องเนรเทศหวังกุ้ยเฟยและพระโอรสในครรภ์ออกจากพระราชวังโดยเร็วพ่ะย่ะค่ะ" โหรหลวงกล่าวอย่างไม่อาจสบดวงตา ฝ่ามือเย็นเฉียบราวกำลังยืนท่ามกลางธาราน้ำแข็ง ทว่าใบหน้ากลับมีหยาดเหงื่อผุดออกมาไม่ขาดสาย 

"เหลวไหล!...ทหาร นำตัวโหรหลวงไปบั่นศีรษะ อย่าให้ใครเอาเป็นเยี่ยงอย่าง หากมันผู้ใดกล้ากล่าวส่งเดชให้ร้ายสนมและโอรสของข้า ข้าจะสั่งประหารมันเจ็ดชั่วโคตร" เสียงขบฟันกรอด ๆ ส่งผลให้บรรดาข้าหลวงที่ยืนอยู่ต้องหลุบดวงตา สะดุ้งสุดตัวแทบหยุดหายใจ 

"ไว้ชีวิตกระหม่อมด้วย กระหม่อมมิกล้ากล่าวโป้ปดแม้เพียงน้อยนิด มิเช่นนั้นฝ่าบาททรงลองทอดพระเนตรด้วยองค์เอง หากหวังกุ้ยเฟยให้ประสูติโอรสทั้งสองก่อนกำหนด จะมีหนึ่งพระองค์ที่ต้องสิ้นพระชนม์" โหรหลวงโขกศีรษะลงบนพื้นครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความกริ่งเกรง 

"บัดซบ!! ทหารยังไม่ลากคอมันไปอีกหรือ" ดวงตาจักรพรรดิแห่งแคว้นซีฮันเพลานี้ทอประกายอำมหิตแล้วจริง ๆ มีอย่างที่ใดกล้าพูดจาส่งเดชให้ร้ายแก่สนมรักและโอรสของเขา 

บรรดาทหารต่างกระวีกระวาดเข้ามา ทว่ากลับถูกอัครมหาเสนาบดีหยู่เฉียนฟาน ยกมือปรามไว้เสียก่อน ส่วนโหรหลวงยังคงโขกศีรษะตัวสั่นเทาราวลูกสุนัขแรกเกิด นัยน์ตาราบเรียบไม่บ่งบอกสิ่งใด ลดมองผู้ที่อยู่บนพื้น ภายในใจหยามหยัน ทว่าสีหน้าของเขากลับไร้ซึ่งอารมณ์ ฝ่ามือทั้งสองสอดประสาน ชายผู้ดูภูมิฐานค้อมศีรษะลง พลางยืดกายกล่าวด้วยแววตาเรียบนิ่ง 

"ฝ่าบาท กระหม่อมต้องขอประทานอภัย หากพระองค์ต้องการสั่งประหารโหรหลวง นั่นไม่นับว่าท่านกำลังรังแกราษฎรของตนหรือ ฝ่าบาทยอมแลกชีวิตพสกนิกรใต้อาณัตินับหมื่นนับพันของพระองค์ ด้วยชีวิตของหวังกุ้ยเฟย และโอรสที่ยังไม่ทันลืมตาดูโลกเพียงสามพระองค์เช่นนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ" 

"ท่านกล่าวเช่นนั้นได้อย่างไรใต้เท้าหยู่ พวกเขาคือลูกเมียของข้า!" 

"กระหม่อมเข้าใจความรู้สึกของฝ่าบาท มิสู้รอพระสนมให้กำเนิดพระโอรสทั้งสองก่อน หากทุกอย่างเป็นไปดังคำทำนาย พระองค์ควรกระทำตามบัญชาสวรรค์ ทว่าหากไม่เป็นเช่นคำทำนาย ฝ่าบาทก็จงบัญชาให้บั่นศีรษะโหรหลวงลงมาจากบ่าเสียพ่ะย่ะค่ะ" หยู่เฉียนฟานกล่าวด้วยท่าทีใจเย็น พลางค้อมศีรษะ

ฮ่องเต้หลี่จิ้งลดไฟโทสะลงได้เล็กน้อย ร่างสูงกระแทกกายนั่งยังบัลลังก์มังกรด้วยความโมโหโทโส สีหน้าถมึงทึงราวผืนฟ้าใกล้พังทลายลงมาอยู่รอมร่อ

"ได้! อีกไม่นานจะครบกำหนดคลอดแล้ว หากหวังกุ้ยเฟยหาได้คลอดก่อนเพลา และพระโอรสทั้งสองของข้ายังแข็งแรงดี ข้าจะสั่งตัดศีรษะของเจ้าเก้าชั่วโคตร" ด้วยอารมณ์ร้อนประดุจเปลวเพลิงสงคราม บทลงโทษจึงมีมากขึ้น

โหรหลวงยังคงนั่งก้มหน้าก้มตา เนื้อตัวสั่นเทา ส่วนฮองเฮาหยู่เยียนกลับคลี่ยิ้มใจเย็น กรีดกรายปลายนิ้วเรียวยกถ้วยชาขึ้นจิบ 

"เช่นนั้นก็เพียงเท่านี้เถิดนะเพคะ หากฝ่าบาทโมโหมากจนเกินไป อาจส่งผลต่อพระพลานามัยได้นะเพคะ" ฮองเฮากล่าวอย่างนึกเอาใจ พลางเหลียวหน้ากล่าวกับหวังกุ้ยเฟยซึ่งนั่งขนาบข้างฮ่องเต้ทางด้านซ้ายผ่านม่านผืนโปร่ง 

"น้องหญิงก็อย่าได้เป็นกังวลต่อคำทำนายเหลวไหลพวกนั้นเลย ประเดี๋ยวข้าจะให้ห้องเครื่องส่งยาบำรุงครรภ์ให้เจ้า องค์ชายทั้งสองจะได้แข็งแรงไร้ข้อครหาดีหรือไม่น้องหญิง" ฮองเฮากล่าวพลางคลี่ยิ้มราวมีแผนการ 

"น้องไม่บังอาจรบกวนเสด็จพี่หญิงเพคะ ประเดี๋ยวข้าจะให้ลี่อินเป็นผู้จัดการให้เองเพคะ" หวังอิ้งเยว่กล่าวอย่างใจเย็น ฝ่ามือประคองครรภ์ของตน พลางลดดวงตามองด้วยความทะนุถนอม 

"ได้อย่างไรกัน นี่เจ้ารังเกียจข้าเช่นนั้นหรือ เกรงว่าข้าจะแย่งบุตรในครรภ์ของเจ้าหรอกหรือน้องหญิง" 

"หามิได้เพคะ" 

"เอาล่ะ อ้ายเฟย[5]เจ้าไม่ต้องเกรงใจไป หากฮองเฮาปรารถนาส่งเครื่องบำรุงครรภ์ให้ก็ดีอยู่แล้ว ช่วยกันดูแลลูกของเรา ถึงอย่างไรลูกในครรภ์ก็ต้องเรียกแม่ทั้งสองคนอยู่แล้ว" 

หวังกุ้ยเฟยได้ยินคำกล่าวเช่นนั้นพลอยให้เกิดความวิตกกังวล แต่ทว่าเป็นพระประสงค์รับสั่งของฮ่องเต้ แล้วอย่างนี้นางจะปฏิเสธได้เช่นไร จึงทำได้เพียงตอบรับด้วยความจำใจ 

"น้องหญิงขอบพระทัยเสด็จพี่หญิงที่เมตตาเพคะ" 

ฮองเฮาหยู่เยียนคลี่ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ พลางเอนกายพิงพนักบัลลังก์หงส์ด้วยท่าทีสบายอารมณ์ 

"วันนี้ข้าเหนื่อยมากแล้ว อย่าได้ให้ข้าพบว่าผู้ใดพูดจาส่งเดชอีก หากข้าได้ยินคำว่ากาลกินีหลุดจากปากของใคร ข้าจะสั่งตัดลิ้นเสีย" ฮ่องเต้กล่าวจบจึงลูกเดินไปฝั่งซ้ายของตนและโอบประคองพระสนมรักจากไปด้วยความทะนุถนอม 

โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาเฉี่ยวแหลม มองค้อนอาฆาตคนทั้งสองไม่วางตา

"รับพระบัญชา น้อมส่งฝ่าบาท น้องส่งฮองเฮา น้อมส่งหวังกุ้ยเฟย" 

ขุนนางในท้องพระโรงกล่าวโดยพร้อมเพรียง พลางค้อมศีรษะเพื่อน้อมส่งผู้เป็นกษัตริย์แห่งแคว้น 

"ฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเกรงว่านั่นหวังกุ้ยเฟย..." เสียงทุ้มสั่นเครือ 

โหรหลวงโขกศีรษะลงบนพื้นเย็นเยียบ อาการปริวิตกเช่นนั้นก่อให้เกิดความรู้สึกขัดหูขัดตาผู้มอง เรียวมือคู่งามที่กำลังลูบคลำถ้วยชาเคลือบเงาชั้นยอดด้วยทีท่าใจเย็น แปรเปลี่ยนถ้วยเล็กใบนั้นเป็นอาวุธพุ่งกระทบหน้าผากย่นยู่ของโหรหลวงเบื้องหน้าเสียจนแตกยับ โลหิตสีแดงฉานไหลรินออกมาอย่างน่าอเนจอนาถ 

"เจ้าร้อนใจด้วยสิ่งใด ท่านพ่อข้าทำเช่นนั้นย่อมมีแผนการอยู่แล้ว!!" เสียงแหลมแผดขึ้นด้วยอารมณ์หงุดหงิด 

"เอ่อ...กระหม่อม กระหม่อม..." ร่างกายผอมเกร็นยังคงสั่งส่ายศีรษะของตนไปมาด้วยความขลาดกลัว 

"ฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ เกิดโทสะด้วยเรื่องใด ไฉนจึงต้องลงไม้ลงมือถึงเพียงนี้เลยเล่า" 

"ท่านพ่อ มาแล้วหรือ?" 

เมื่อพบว่าผู้มาเยือนคือผู้ใด ฮองเฮาหยู่เยียนจึงระบายลมหายใจออกช้า ๆ พลางหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ไม้สักตัวงาม ณ หอบรรทมของตนตามเดิม 

"ท่านพ่อ จะทำเช่นไรดีหรือ หากนังแพศยานั่นคลอดโอรสออกมาถึงสององค์อย่างปลอดภัย ตำแหน่งฮองเฮาของลูกจะไม่สั่นคลอนหรอกหรือ อีกทั้งหากมารหัวขนนั่นมันเติบโตขึ้น พวกมันจะกำเริบเสิบสานหรือไม่" เสียงเล็กของสตรีกล่าวด้วยสีหน้าเป็นกังวล 

"ฮองเฮาไม่ต้องเป็นกังวล ถึงอย่างไรก็ไม่มีผู้ใดมาช่วงชิงตำแหน่งของท่านได้" หยู่เฉียนฟานเอ่ยอย่างในเย็น 

เจ้าของใบหน้าเย็นชาลดลงมองชายชราบนพื้น พลางสะบัดใบหน้าเป็นเชิงขับไล่ เมื่ออีกฝ่ายเหลือบดวงตาขึ้นมา จึงค้อมศีรษะด้วยอาการตื่นตระหนก พลางเคลื่อนกายโดยการคลานเข่า ทว่าก่อนจะทันได้ผ่านหน้าของอัครมหาเสนาบดีไป อีกฝ่ายกลับกล่าวทัดทานขึ้นมาเสียก่อน 

"เรื่องวันนี้จงอย่าได้แพร่งพรายออกไปเล่า หากผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยเจ้าทราบใช่หรือไม่ว่าจะเป็นเช่นไร" 

"ขอรับ ข้าทราบแล้ว" แม้ภายในใจของโหรหลวงแก่ชราจะหวาดหวั่นทว่าก็ยังพยายามรักษาความสงบเยือกนิ่งของใบหน้าไว้ และคลานจากไปด้วยความเนิบช้า 

หยู่เฉียนฟานเหลียวหน้ามองเนี่ยนเจิน องครักษ์ประจำตัว และพยักหน้าอย่างรู้กัน เนี่ยนเจินพยักหน้าตอบ กระชับดาบในมือแน่นพลันสาวเท้าออกจากหน้าตำหนักฮองเฮาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม 

คล้อยหลังผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของตน หยู่เฉียนฟานจึงเบนหน้ากลับ เขายื่นของสิ่งหนึ่งไปด้านหน้า ฮองเฮาจึงพยักหน้าให้นางกำนัลคนสนิทรับมาจากฝ่ามือบิดาของตน 

"พระองค์นำของสิ่งนี้ใส่ลงไปยังเครื่องบำรุงครรภ์ ให้หวังกุ้ยเฟยเสวย อีกไม่กี่ชั่วยาม พระนางจะรู้สึกปวดพระอุทร และคลอดโอรสก่อนกำหนดแน่นอน" 

"นี่คือสิ่งใดหรือท่านพ่อ" 

"พิษอาทรจิต ไร้ยาถอนพิษ ระวังอย่าเผลอให้โดนตัวเองเข้าเล่า" 

ฮองเฮาหยู่เยียนแสยะยิ้มด้วยความพึงพอใจ กล่าวคำสั่งแก่นางกำนัลข้างกาย 

"เจ้าได้ยินชัดเจนแล้วหรือไม่" 

"เจ้าค่ะ" 

นางกำนัลวัยกลางคนค้อมศีรษะ เรียวมือกำซองประหลาดสีน้ำตาลขนาดเล็กเอาไว้ เหน็บเข้าบริเวณตะเข็บเข็มขัดผ้าด้วยความแนบเนียน พลางคลี่ยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย...

เชิงอรรถ

^ อุทร หมายถึง ท้อง

^ กลียุค หมายถึง ความย่อยยับ,ความวิบัติ

^ ฮองเฮา หมายถึงตำแหน่งจักรพรรดินีองค์ปัจจุบันของจักรพรรดิ หรือรู้จักกันในชื่อ "ฮองเฮา" พระอัครมเหสีเอกซึ่งมีตำแหน่งเดียวและมีศักดิ์สูงสุดในการปกครองฝ่ายใน ไม่นับรวมระดับในระบบเก้าขั้นกับพระชายาและพระสนมอื่นๆ

^ กุ้ยเฟย หมายถึงตำแหน่งพระชายาลำดับที่ 1 ในองค์จักรพรรดิ "พระอัครเทวีผู้สูงศักดิ์ล้ำค่า" มีศักดิ์สูงสุดในทั้งหมดสี่ตำแหน่งของสนม

^ อ้ายเฟยหมายถึง สนมรัก