บทที่ 9 ถุงหอม
วันนี้นางตั้งใจจะปักถุงหอมเป็นของตอบแทนจวิ้นอ๋อง จึงนั่งเลือกผ้าที่ได้มาจากกองภูษาครานั้นอยู่เป็นเวลานาน จากการสังเกต จวิ้นอ๋องชอบใส่อาภรณ์สีฟ้าและเขียวดังนั้นนางเลยเลือกผ้าสีฟ้าอ่อนมาปักเป็นรูปต้นท้อ นางใช้เวลาสองวันจึงจะปักเสร็จ ในถุงหอมมีใบป๋อเหอแห้งที่ให้ความรู้สึกความสดชื่น ดอกโมลี่แห้งที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวล เพิ่มไม้หอมเข้าไปให้เหมาะสำหรับบุรุษใช้ แคว้นจ้าวมินิยมแขวนถุงหอมกันนางมิรู้ว่าจวิ้นอ๋องจะชอบหรือไม่
นางมิรู้ว่าจวิ้นอ๋องจะอยู่ที่ตำหนักหรือไม่จึงเลือกที่จะนำไปให้ยามเซิน(15.00-16.59) วันนี้นางตั้งใจใส่ปิ่นที่จวิ้นอ๋องให้มาด้วย เมื่อมาถึงหน้าตำหนักนางได้ยินเสียงฉินดังแว่วมา เมื่อเดินเข้าไปจึงได้พบว่าจวิ้นอ๋องกำลังบรรเลงฉินอยู่ที่ศาลา บุรุษงาม เครื่องดนตรี และดอกท้อที่ร่วงโปรยปรายอยู่เป็นภาพที่งดงามเสียจริง เหมือนจวิ้นอ๋องจะรับรู้ถึงการมาของนางเขาจึงหยุดเล่นและหันมามอง นางจึงเดินเข้าไปหาจวิ้นอ๋องที่ศาลา
" ถวายพระพรจวิ้นอ๋องเพคะ " จวิ้นอ๋องลุกขึ้นยืนแล้วผายมือให้นางเข้าไปนั่งในศาลา
" เชิญนั่ง " เมื่อจวิ้นอ๋องกล่าวดังนั้นนางจึงนั่งลง
" เจ้าเล่นฉินเป็นหรือไม่ " จวิ้นอ๋องถาม นางเคยเรียนฉินอยู่ช่วงหนึ่งหากแต่เมื่อทราบว่าไทเฮานั้นโปรดผีผาจึงเรียนผีผาแทน และการเรียนของนางก็มิได้เสียเปล่าฝีมือในการดีดผีผาของนางมิเป็นรองใคร หากแต่ฉินนั้นนับว่าเล่นได้แต่ไม่ถนัดเท่าผีผา
" เล่นได้เจ้าค่ะแต่ไม่ถนัดเท่าผีผา " ข้าตอบตามตรงแม้จะเล่นฉินได้หากแต่ให้แสดงคงได้อายเป็นแน่ จากตอนที่เดินเข้ามานางได้ยินฉินที่จวิ้นอ๋องเล่นนับว่าเขามีความสามารถยิ่ง เทียบกันมิได้แม้แต่น้อย
" อยากฟังข้าเล่นหรือไม่เล่า " เมื่อจวิ้นอ๋องกล่าวเช่นนี้มีหรือนางจะปฏิเสธ จึงพยักหน้ากลับไป จวิ้นอ๋องขยับตัวพลันลงมือเล่นฉิน นางรู้สึกราวกับว่ามีแสงออกมาจากตัวเขา จวิ้นอ๋องเป็นบุรุษที่สมบูรณ์แบบยิ่ง นางมองเขาเป็นเวลานานจนกระทั่งเพลงจบจึงเอ่ยปากชม
" เพราะมากเจ้าค่ะ " นางมิได้โกหกแม้แต่น้อย พลันนางนึกได้นางมาที่นี่เพื่อเอาถุงหอมให้จวิ้นอ๋องนี่
" ข้าทำถุงหอมมาให้เจ้าค่ะ " นางเอ่ยพร้อมยื่นถุงหอมให้ จวิ้นอ๋องรับไปพร้อมยกขึ้นดม
" กลิ่นหอมมาก " เมื่อจวิ้นอ๋องกล่าวเช่นนั้นนางก็ยิ้มออกมา
" แคว้นจ้าวไม่นิยมถุงหอมแต่นิยมอบผ้าด้วยดอกไม้ ที่กองภูษาใช้ก็เป็นกลิ่นดอกเหมยกุ้ย ถุงหอมที่เจ้าทำให้ข้านั้นนับว่าเป็นกลิ่นพิเศษ คงนำมาจากแคว้นตงใช่หรือไม่ " ดอกโมลี่เป็นดอกไม้ที่ไม่มีในแคว้นจ้าวเพราะอากาศที่หนาวจัดเกินไป แต่ไม้หอมและใบป๋อเหอคงมีที่แคว้นจ้าว
" กลิ่นที่โดดเด่นขึ้นมานั้นเป็นกลิ่นดอกโมลี่เจ้าค่ะ " นางกล่าวพลางนึกได้ จวิ้นอ๋องดูแลเตี้ยนจงเฉิ่งซึ่งรวมกองภูษาด้วย ไม่แปลกที่เขาจะมีความรู้ในด้านนี้
" ข้าได้ยินมาว่าท่านดูแลเตี้ยนตงเฉิ่ง "
" ใช่แล้ว ข้านับว่ามิได้เก่งทั้งด้านบู๊และบุ๋นจึงต้องการดูแลความเป็นอยู่ภายในวังมากกว่า ด้วยเหตุนี้จึงมีคนคิดว่าข้าเป็นต้วนซิ่วอยู่ไม่น้อย " หากนางมิเคยพูดคุยกับจวิ้นอ๋องนางคงคิดเช่นนั้นเหมือนกัน บุรุษรูปงามอีกทั้งยังชมชอบของสวยงามจะมิให้คิดได้อย่างไร
" ดูแลภายในวังก็มิง่ายหรอกเจ้าค่ะ มีเรื่องละเอียดอ่อนอยู่มาก "
" อีกไม่นานก็มีเจ้ามาช่วยแบ่งเบาไงเล่า " นั่นไงเล่า เขาเกี้ยวเก่งขนาดนี้นางจึงเชื่อว่าเขามิใช่ต้วนซิ่ว
" พรุ่งนี้ข้าจะให้คนไปวัดตัวเจ้าสำหรับชุดแต่งงาน " ข้าเกือบลืมไปแล้วว่าอีกมึถึงเดือนข้าต้องแต่งงานแล้ว นางควรเริ่มปักผ้าคลุมหน้าแล้วสินะ
" ขอบคุณเจ้าค่ะ หากแต่ข้าขอผ้าสำหรับคลุมหน้าด้วยนะเจ้าคะ ข้าจะได้เริ่มลงมือปัก "
" แน่นอน " เมื่อจวิ้นอ๋องกล่าวเช่นนั้นนางก็ขอตัวลา จวิ้นอ๋องจะเดินไปส่งนางที่ตำหนักหากแต่นางห้ามไว้ก่อน วันนี้นางรบกวนจวิ้นอ๋องมามากแล้ว นางเดินกลับตำหนักไปพร้อมอากาศที่เย็นตัวลง
นับเป็นเวลาเกือบสัปดาห์แล้วหลังจากวันที่นางไปพบจวิ้นอ๋อง นางใช้เวลาส่วนมากไปกับการปักผ้าคลุมหน้า ดูเหมือนอีกอาทิตย์นึงนางก็จะทำมันเสร็จ ช่วงนี้นอกจากปักผ้านางก็ไม่ได้ทำอะไรเลย สัปดาห์หน้าจะเข้าสู่เทศกาลไหว้พระจันทร์ นางคิดที่จะทำขนมเยว่ปิ่งแจกจึงคิดที่จะออกตลาดด้วยตัวเอง
" องค์หญิงเพคะ จวิ้นอ๋องเสด็จมาเพคะ " หลันชิงเดินมาบอกข้า นางลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าแล้วเดินออกไปในทันที
" ถวายพระพรจวิ้นอ๋องเพคะ " นางกล่าวพลางเดินนำจวิ้นอ๋องมายังโถงรับแขก
" สัปดาห์หน้าจะเป็นเทศกาลไหว้พระจันทร์ ข้าจึงมาชวนเจ้าไปเดินตลาด " นับว่าโชคดีของนางแล้ว
" ข้าคิดที่จะทำขนมเยว่ปิ่งอยู่พอดี คงต้องรบกวนท่านแล้ว "
" มินับว่ารบกวน เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ยามซื่อ(09.00-10.59)ข้ามารับเจ้าดีหรือไม่ "
" เจ้าค่ะ ขอบคุณมากนับว่าข้ารบกวนอีกแล้ว "
" สำหรับเจ้ามิมีคำว่ารบกวนหรอก " จวิ้นอ๋องกล่าวพลางลูบหัวนาง
จวิ้นอ๋องกลับไปนานแล้ว หากแต่ความอบอุ่นยามที่เขาลูบหัวนางนั้นยังไม่จางหาย คืนนี้นับว่านางคงนอนหลับฝันดี
เป่าเหอ คือ ต้นมิ้นท์
ดอกโมลี่ คือ ดอกมะลิ
เหมยกุ้ย คือ ดอกกุหลาบ
ต้วนซิ่ว คือ บุรุษที่ชอบบุรุษ
เยว่ปิ่ง คือ ขนมไหว้พระจันทร์
