บทที่ 8 เที่ยวตลาด
วันนี้นางตื่นปลายยามอิ๋น(03.00-04.59)คงเป็นเพราะตื่นเต้นกระมังจึงตื่นเร็วกว่าปกติ จากนั้นเกือบสองเค่อ(30นาที)หลันชิงจึงเข้ามาในห้องเพื่อเตรียมน้ำให้นางอาบ นางเลือกสวมอาภรณ์สีฟ้าอ่อนกับต่างหูระย้าคู่หนึ่ง ตอนนี้นางกำลังเลือกปิ่นที่จะใช้ปักผม ปิ่นที่ได้มาจากจวิ้นอ๋องเมื่อวานก็งามมิใช่น้อยนางเลือกมาหนึ่งอันก่อนจะปักลงบนผมตัวเอง นางมองกระจกอีกครั้งพลางหยิบชาดมาเม้ม วันนี้นับว่านางแต่งหน้ามากกว่าปกติ นี่ก็ใกล้ยามเฉิน(07.00-08.59)แล้วนางมองกระจกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนลุกออกไปจากห้อง
นางเห็นจวิ้นอ๋องเดินมาแต่ไกล เขาอยู่ในอาภรณ์สีเขียวอ่อนไม่ว่าจะอาภรณ์สีไหนเขาก็ดูดีสินะนางยิ้มให้ความคิดของตัวเอง จวิ้นอ๋องเดินใกล้ข้าเข้ามาเรื่อย ๆ นางเลยเดินเข้าไปใกล้มากขึ้น
" ถวายพระพรจวิ้นอ๋องเพคะ " นางกล่าวพลางย่อตัวลง
" พี่จิง " เขากล่าวพลางหัวเราะออกมา นางมิชินเลยแม้แต่น้อยพี่จิงงั้นหรือ
" เจ้าค่ะพี่จิง " นางกล่าวพลางก้มหน้างุด
" เรียกไว้บ่อย ๆ จะได้ชิน " อากาศก็ไม่ได้ร้อนแต่เหตุใดแก้มนางจึงร้อนเช่นนี้ นางรีบก้มหน้าลงซ่อนอาการเขินอายเอาไว้
" ข้าจะพาเจ้าออกทางประตูท้ายวังที่นั่นจะมีรถม้าอยู่ เพียงแต่เจ้าต้องเดินไปเพียงนิด ตำหนักของเชื้อพระวงศ์อยู่ในวังหากต้องการเดินทางต้องไปขึ้นรถม้าที่ท้ายวัง"
" เจ้าค่ะ " เรื่องการเดินไม่ใช่ปัญหาของนาง ดีเสียอีกได้เดินชมวังในตอนเช้าพร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์ คงเพราะฮ่องเต้ไม่มีสนมจึงทำให้เหล่าเชื้อพระวงศ์อยู่ในวังสินะ
" เช่นนั้นตามข้ามาเถิด " จวิ้นอ๋องกล่าวพลางยิ้มให้นาง นางจึงยิ้มตอบไป
วันนี้นางพาหลันชิงมาเพียงคนเดียวเท่านั้นเพราะไม่อยากให้วุ่นวาย อีกทั้งนางสนิทกับหลันชิงที่สุดด้วย นางเดินตามจวิ้นอ๋องไปอย่างเงียบ ๆ
" เลี้ยวไปทางด้านซ้ายนั่นคือตำหนักของข้า หากมีอะไรเจ้ามาหาข้าได้เสมอ " นางหันไปมองตามที่จวิ้นอ๋องพูด ตำหนักของจวิ้นอ๋องรายล้อมไปด้วยต้นท้อที่ดอกของมันร่วงหล่น นี่เกือบเข้าฤดูหนาวแล้วทำให้ดอกท้อกระจายอยู่บริเวณรอบตำหนักเป็นจำนวนมาก หากท่านอ๋องมิได้บอกนาง ข้าคงคิดว่านี่คือตำหนักขององค์หญิงสักพระองค์เป็นแน่
" ต้นท้อสวยมากเจ้าค่ะ " นางกล่าวตามตรง ดอกท้อสีชมพูอ่อนที่รายล้อมตำหนักช่างเป็นภาพที่น่าดูนัก
" เจ้าแต่งเข้ามาเดือนหน้าตอนนั้นต้นท้อเหล่านี้คงไม่มีดอกให้เจ้าชมแล้ว หากช่วงนี้เจ้าต้องการที่จะชมมาที่ตำหนักข้าได้เสมอ " หากนี่นับว่าเป็นการเกี้ยว ท่านอ๋องนับว่าพูดหลอกล่อได้ดียิ่งนัก
" เจ้าค่ะ " นางตอบพลางยิ้มให้ ไม่นานนักก็เดินมาถึงรถม้า จวิ้นอ๋องให้นางนั่งกับหลันชิงส่วนเขาไปนั่งรถม้าอีกคัน เป็นเวลาเกือบสองเค่อรถม้าก็หยุดลงทำให้นางทราบว่านี่คงถึงที่หมายแล้ว หลันชิงเดินลงไปรอรับนางหากแต่มือที่ยื่นมากลับมิใช่มือนาง นางวางมือลงบนมือจวิ้นอ๋องพร้อมเดินลงมา โดยไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณ นางกล่าวพลางมองดูบริเวณที่รถม้าจอด นี่คงจะเป็นตลาดในเมืองหลวง เวลาเช้าแต่กลับมีคนเดินจับจ่ายใช้สอยไม่ขาดสายแคว้นจ้าวนับว่าเจริญยิ่ง
" หนิงฮวาตามข้ามาเถิด " นางมิเคยคิดว่าชื่อตัวเองเพราะขนาดนี้มาก่อนจนยามที่จวิ้นอ๋องเรียก เช้าวันนี้นางยิ้มมากไปรึเปล่านะ
จวิ้นอ๋องพานางมายังโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งสั่งอาหารที่เป็นของขึ้นชื่อที่นี่หลังจากนั้นก็พานางเดินชมตลาด นางแวะร้านขายเครื่องประดับร้านหนึ่ง จนถึงตอนนี้นางพึ่งนึกได้ว่ายังไม่มีเงินสำหรับใช้สอยที่นี่เลยเหมือนท่านอ๋องจะรู้ทันความคิดนาง
" หากเจ้าอยากอยากได้อะไรข้าซื้อให้ได้ " ถึงกระนั้นก็เถอะนางก็เกรงใจอยู่ดี ดูเหมือนนางจะแสดงสีหน้ามากไปกระมังจวิ้นอ๋องถึงได้พูดว่า
" มิเป็นไรเจ้ามิต้องเกรงใจ เช่นนั้นให้ข้าซื้อของให้เจ้าสักชิ้นดีหรือไม่ " นางที่กำลังจะปฏิเสธแต่ไม่ทันแล้ว จวิ้นอ๋องเดินเข้าไปในร้านพลางหยิบปิ่นขึ้นมาอันหนึ่งซึ่งเป็นอันที่นางมองไว้ก่อนหน้านี้ พลางเดินไปให้เถ้าแก่คิดเงิน จวิ้นอ๋องผู้นี้ทำอะไรเร็วเสียจริง ไม่นานนักจวิ้นอ๋องก็เดินกลับมาพร้อมปิ่นในมือ จวิ้นอ๋องนับว่ารู้จักเกี้ยวสตรีดียิ่งนัก เขาเดินมาหานางพลางพูดว่า " ถึงวังข้าจะปักให้" ถึงกระนั้นก็เถอะหน้านางกลับร้อนเหมือนตอนเป็นไข้เสียได้
หลังจากนั้นท่านอ๋องก็พานางซื้อขนมหลายอย่างจนถึงเกือบถึงยามอู่(11.00-12.59)จึงได้เดินกลับมาที่รถม้า ครานี้หลันชิงได้แยกไปนั่งคนเดียวนางต้องนั่งกับจวิ้นอ๋อง นางรู้สึกทำตัวไม่ถูกอย่างยิ่งถึงกระนั้นแล้วก็พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่แสดงกิริยาแปลก ๆ ออกไป
" เป็นอย่างไรบ้างเล่า ตลาดที่นี่ "จวิ้นอ๋องถามข้าหลังจากรถม้าเคลื่อนได้สักระยะ
" ข้าคิดว่าตลาดที่นี่ครึกครื้นดีเจ้าค่ะ มีของมากมายให้จับจ่ายใช้สอย อาหารก็นับว่าดียิ่ง "
" หิวหรือไม่ ข้าให้นางกำนัลจัดสำรับสำหรับมื้อเที่ยงไว้ที่ตำหนักข้าแล้ว หวังว่าเจ้าจะชอบอาหารแคว้นจ้าว "
" ข้าชอบเจ้าค่ะ " อาหารแคว้นจ้าววนับว่าถูกปากนางยิ่ง เนื่องด้วยอากาศหนาวผู้คนจึงนิยมทานอาหารรสจัด ตอนอยู่แคว้นตงไทเฮาชอบอาหารรสอ่อนทำให้นางต้องกินด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้พอมาอยู่ที่นี่นางรู้สึกเจริญอาหารอย่างมาก
รถม้าเคลื่อนมาจอดที่เดิมก่อนที่เราจะออกจากวัง จวิ้นอ๋องลงไปรับนางเหมือนเดิมนางจึงวางมือลงบนมือเขาอีกครั้ง หลังจากนั้นนางและจวิ้นอ๋องเดินไปยังตำหนักอย่างเงียบ ๆ จากการสังเกตจวิ้นอ๋องเป็นคนเงียบ ๆ แต่กลับรู้จักเอาใจใส่ผู้อื่นแถมยังเกี้ยวเก่งอีกด้วย นับว่าเหมือนกันนางที่ไม่ค่อยพูดเหมือนกัน ทำให้การอยู่ด้วยกันแทบไม่มีเสียงพูดคุย
เมื่อเดินมาถึงตำหนักจวิ้นอ๋อง นางอดมองแผ่นป้ายชื่อตำหนักมิได้ ' เจียวเถาฮวา ' ดอกท้อที่อ่อนโยน เจียวที่มาจากชื่อจวิ้นอ๋องคงมีความหมายว่าอ่อนโยนเหมือนชื่อตำหนัก นับว่าเข้ากันอย่างยิ่ง เจียวจิง คงหมายถึงความอ่อนโยนและความสว่างสดใส ในความคิดของนางนั้นจวิ้นอ๋องก็นับว่าเป็นดังชื่อทั้งอ่อนโยนและสดใสจนนางตาพร่า
หลังจากทานอาหารเสร็จจวิ้นอ๋องพานางมานั่งศาลานอกตำหนัก แดดยามบ่ายกับดอกท้อช่างเข้ากันนัก นางมองดูดอกท้อพลันรู้สึกได้ถึงบางอย่างบนหัว
" ข้าบอกเจ้าว่าถึงวังจะปักให้ " จวิ้นอ๋องคงหมายถึงปิ่มเล่มนั้น นางย่อตัวลงพร้อมกล่าวขอบคุณ
" หากเจ้าต้องการอะไรขอข้าได้เสมอ มิต้องเกรงใจข้า หากข้าให้เงินเจ้าเจ้าก็คงไม่รับเอาเป็นว่าถ้าต้องการอะไรให้บอกข้า ข้ายินดีให้ " ที่จวิ้นอ๋องกล่าวมานั้นถูกต้องยิ่งจนนางมิสามารถปฏิเสธได้จึงทำได้เพียงตอบกลับไปว่า " เจ้าค่ะ "
จวิ้นอ๋องพานางมาส่งที่ตำหนักหลังจากที่ล่ำลาจวิ้นอ๋องแล้ว ข้าให้หลันชิงไปหาของมาทาน นี่นับว่าปลายยามเว่ยแล้ว(13.00-14.59)ตั้งแต่มื้อเช้านางยังมิมีอะไรตกถึงท้อง อีกสองยามหลันชิงก็เรียกให้ข้าไปทานมื้อเย็น หลังจากนั้นหลันชิงก็เข้ามาปรนิบัติข้า ก่อนเข้านอนข้ามองปิ่นที่จวิ้นอ๋องให้ข้า ปิ่นนี้เป็นปิ่นสำหรับปักมวยด้านหน้าตัวปิ่นทำด้วยเงินมีหยกสีขาวประดับ เหมาะกับปิ่นที่นางได้รับมาเมื่อวาน ดูท่านางคงต้องทำอะไรตอบแทนจวิ้นอ๋องเสียแล้ว
