บทที่ 10 น้องสาว ?
ตอนนี้นางนั่งอยู่บนรถม้ากับจวิ้นอ๋อง หลังจากที่จวิ้นอ๋องมารับนางที่ตำหนักแล้วนางก็เดินไปขึ้นรถม้าที่ประตูท้ายวังเหมือนเดิม นางกับจวิ้นอ๋องมองหน้ากันต่างฝ่ายต่างไม่รู้จะพูดอะไรจนจวิ้นอ๋องเป็นฝ่ายพูดก่อน
" เมื่อวานเจ้าบอกว่าจะทำขนมเยว่ปิ่งหรือ "
" เจ้าค่ะ "
" จะทำไส้อะไรเล่า "
" ข้าคิดจะทำไส้เม็ดบัวเจ้าค่ะ กลัวจะทำไม่ทันเลยทำเพียงไส้เดียว " เคี่ยวน้ำเชื่อมก็ใช้เวลาถึงห้าวันแล้ว หากนางทำมากกว่านี้เกรงว่าทั้งอาทิตย์คงจะไม่ได้พักผ่อน
" ท้ายวังมีสระบัวอยู่หากแต่นางกำนัลคงเก็บไปหมดแล้วไว้ข้าจะพาเจ้าไปดู "
" เจ้าค่ะ "
รถม้าจอดลงแล้วท่านอ๋องลงไปรับนางอยู่ข้างนอก นางวางมือลงพลางกล่าวขอบคุณ จวิ้นอ๋องเดินนำไปบริเวณที่เป็นตลาดสด เวลานี้หลายร้านในตลาดเริ่มแขวนโคมกันแล้วหากเป็นวันเทศกาลคงคึกคักนัก นางเดินเข้าเดินออกร้านนู้นร้านนี้อยู่นานโดยมีจวิ้นอ๋องเป็นคนจ่ายเงินให้ เมื่อซื้อของเสร็จแล้วจวิ้นอ๋องพานางไปเหลาอาหาร ดูเหมือนว่าอาหารแคว้นจ้าวจะอร่อยไปหมดเลยกระมัง เมื่อทานเสร็จจวิ้นอ๋องพานางเดินไปร้านผ้า เลือกผ้าให้ข้าสองสามพับโดยที่นางไม่ทันปฏิเสธ นางมองจวิ้นอ๋องอย่างงง ๆ จนเมื่อขึ้นรถม้านางก็ยังไม่ทราบว่าจวิ้นอ๋องเลือกผ้ามาทำไม
บนรถม้านี้เงียบเกินไปแล้วครั้งนี้ข้าจะเป็นคนเริ่มบทสนทนาก่อนเอง
" ฮองเฮาเล่าให้ข้าฟังว่าท่านอยากมีน้องสาว ท่านมองข้าเป็นน้องสาวได้นะเจ้าคะ หากมีอะไรให้ช่วยข้ายินดี " นางกล่าวพลางยิ้มให้ จากที่ฮองเฮาเล่ามาจวิ้นอ๋องอยากมีน้องสาว เขาคงอยากทำหน้าที่พี่ชายกระมัง นางจะเป็นน้องสาวที่ดีให้เอง
" เจ้าหมายถึงเรื่องอะไร "
" ก็ผ้าที่ท่านซื้อให้ข้าไงเจ้าคะ ท่านคงอยากทำหน้าที่พี่ชายใช่หรือไม่ " นางยิ้มให้เขา เห็นเขาขมวดคิ้วขึ้นมาหรือนางจะคิดผิดกันนะ
" ในพิธีไหว้พระจันทร์เจ้าเองก็ต้องเข้าร่วมพิธีด้วย การหาผ้าไปตัดอาภรณ์ใหม่ก็นับว่าเป็นเรื่องปกติอีกทั้งอาภรณ์ที่ใส่เป็นอาภรณ์แบบพิธีการ ที่เจ้ามีอยู่คงมิได้ใช้ เรื่องน้องสาวนั้นข้าก็อยากมีอยู่หรอกหากแต่เจ้าจะแต่งมาเป็นภรรยาข้ามิใช่หรือเหตุใดข้าต้องมองเป็นน้องสาวด้วย " หลังจากจวิ้นอ๋องกล่าวประโยคนั้น ภายในรถม้าก็ไม่มีเสียงใดอีกเลย
เป็นเวลาห้าวันแล้วนับจากวันที่นางไปซื้อของที่ตลาดกับจวิ้นอ๋อง อีกห้าวันข้างหน้าจะเป็นวันไหว้พระจันทร์ นางคงต้องเตรียมโคมในตำหนักแล้วกระมัง
" หลันชิงวานให้เจ้าหาโคมมาประดับตำหนักได้หรือไม่ "
" หม่อมฉันจะจัดการให้เพคะ "
หลังจากน้ำเชื่อมที่นางเคี่ยวมาเป็นเวลานานได้ที่แล้ว นางก็คิดที่จะพักผ่อนสักหน่อยหากแต่เสียงนางกำนัลเรียกข้าไว้
" องค์หญิงเพคะ จวิ้นอ๋องเสด็จมาเพคะ " ครั้งที่แล้วที่จวิ้นอ๋องเสด็จมานางก็ตอนที่นางอยู่ที่ครัวทำให้ไม่ได้ตอบแทนชินหวางเฟย ทำเยว่ปิ่งเสร็จคงต้องนำไปให้ตำหนักชินอ๋องแล้ว นางคิดพลางเดินออกมาพบจวิ้นอ๋อง
" ถวายพระพรจวิ้นอ๋องเพคะ " นางย่อกายลงพลางลอบมองจวิ้นอ๋อง ข้างกายเขามีหีบตั้งอยู่ ไม่ทันให้ข้าได้สงสัยจวิ้นอ๋องก็เฉลยให้แก่ข้า
" ข้านำอาภรณ์พิธีการมาให้ หากขาดเหลือสิ่งใดบอกข้าได้ "
" ขอบคุณนะเจ้าคะ "
" หากมิมีอะไรข้าขอตัว "
" จวิ้นอ๋องเจ้าคะ " นางเรียกจวิ้นอ๋องไว้เมื่อนึกอะไรขึ้นได้ เขาหันกลับมามองนางเป็นเชิงถาม
" หากข้าทำเยว่ปิ่งเสร็จจะนำไปให้ท่านชิมนะเจ้าคะ "
" ยินดียิ่ง " จวิ้นอ๋องกล่าวพร้อมยิ้มและเดินออกไป วันนี้แดดไม่ได้จ้าแต่เหตุใดตาของนางจึงพร่าเสียเหลือเกิน
นางให้นางกำนัลยกหีบเข้ามาในห้องนอนพลางเปิดหีบออกเพื่อดูของ เมื่อเปิดหีบออกข้าพบโคมไฟพับอยู่ภายใน เหตุใดจึงมีโคมอยู่ในนี้ พอนางกางโคมออกมาดูจึงได้พบรูปผีเสื้อสองตัววาดอยู่ตรงกลาง นี่มิได้หมายถึงความรักหรอกหรือ
นางทำเยว่ปิ่งเสร็จแล้ว เสร็จก่อนวันพิธีเพียงวันเดียว วันนี้นางจึงตั้งใจจะนำไปให้ชินหวางเฟยและจวิ้นอ๋อง นางให้นางกำนัลนำทางไป ตำหนักชินอ๋องนับว่าไกลจากตำหนักนางอยู่พอสมควร เมื่อมาถึงนางพบกับชินหวางเฟยนั่งอยู่ที่ศาลากับชินอ๋อง นางมิได้กล่าวอะไรมาก รีบเอ่ยลาเกรงว่าจะมารบกวนเวลาส่วนตัว
นางเดินมาถึงตำหนักจวิ้นอ๋องแล้ว วันนี้มิได้ยินเสียงฉินคาดว่าจวิ้นอ๋องคงอยู่ในตำหนักกระมัง กงกงเดินนำข้าไปในตำหนัก นางได้ยินเสียงคนกำลังคุยกันนี่มินับว่านางมาผิดเวลาหรอกหรือ
" องค์หญิงอันหนิงฮวาเสด็จมาพ่ะย่ะค่ะ " กงกงกล่าวได้นั้นทั้งสองจึงหันมามองนาง คนที่นั่งอยู่กับจวิ้นอ๋องนั้นอายุคงน้อยกว่านาง หรือจะเป็นอ๋องน้อยดังที่ชินหวางเฟยเคยเล่า
" ถวายพระพรจวิ้นอ๋องเพคะ " นางย่อกายให้จวิ้นอ๋องและอีกคนที่นั่งอยู่
" เชิญนั่ง " จวิ้นอ๋องกล่าวพลางโบกมือเป็นเชิงให้นางกำนัลและกงกงออกไป นางจึงหันไปรับกล่องไม้จากหลันชิง
" ข้านำเยว่ปิ่งมาให้เจ้าค่ะ " นางกล่าวพลางวางลงบนโต๊ะ
" ลำบากเจ้าแล้ว นี่หลี่ช่างน้องชายข้าเอง " เป็นท่านอ๋องน้อยจริงเสียด้วย นางหันไปว่าจะทักทายหากแต่ท่านอ๋องน้อยกลับกล่าวขึ้นมาก่อน
" พี่สะใภ้ " นางน่ะหรือ
" นางยังมิได้แต่งเข้ามาเรียกนางว่าพี่หญิงเถิด " เป็นจวิ้นอ๋องที่ตอบแทนนาง
" อีกเดี๋ยวก็แต่งแล้วแต่เอาเถอะข้าจะเรียกว่าพี่หญิงก็ได้ พี่หญิงเรียกข้าว่าช่างเออร์ได้นะขอรับ " เขาสดใสมากช่างเหมาะกับการเป็นน้องเล็กเสียจริง
" เจ้าค่ะ "
" ช่างเออร์อายุน้อยกว่าเจ้าสี่ปี เสด็จพี่ส่งเขาไปเรียนที่สำนักหรงหมิง นาน ๆ ครั้งเขาจะกลับมา "
" ครั้งนี้ข้ากลับมาก็เพราะวันไหว้พระจันทร์ขอรับ อีกอย่างข้าก็ต้องมางานแต่งพี่ชายข้าด้วย "
" พี่หญิงนับว่างดงามมาก ไม่ทราบว่าองค์หญิงแคว้นตงมีคนที่อายุใกล้เคียงข้าหรือไม่ขอรับ " ท่านอ๋องน้อยดูจะเป็นคนขี้เล่นไม่น้อย นางหัวเราะเบา ๆ ให้เขา
" เจ้าน่ะเรียนให้จบเสียก่อนค่อยคิดเรื่องอื่น " เป็นจวิ้นอ๋องที่กล่าวพร้อมใช้พัดเคาะบนหน้าผากท่านอ๋องน้อย
" พี่หญิงดูเขาสิ " ท่านอ๋องน้อยหันมาฟ้องนางเขาช่างเป็นคนที่น่าเอ็นดูจริง ๆ
" ข้าทานขนมที่พี่หญิงนำมาให้ดีกว่า " เป็นท่านอ๋องน้อยที่กล่าวและหยิบเยว่ปิ่งขึ้นมากัด
" อร่อยมากขอรับ "
" ขอบคุณเจ้าค่ะ "
หลังจากนั้นนางก็คุยกับพวกเขาสักพักก่อนที่จะขอตัวกลับ จวิ้นอ๋องกล่าวกับนางว่าพรุ่งนี้จะมีเกี้ยวมารับนางที่ตำหนัก ระหว่างเดินกลับตำหนักนางคิดอะไรเรื่อยเปื่อย เทศกาลไหว้พระจันทร์นับเป็นวันรวมญาติ พรุ่งนี้นางคงพบคนไม่น้อย
เมื่อเดินมาถึงที่ตำหนักนางพึ่งสังเกตว่ารอบตำหนักแขวนโคมเรียบร้อยแล้ว คืนนี้นางคงต้องจุดโคมที่จวิ้นอ๋องให้มาแล้วกระมัง
