บทที่ 6 ราชโองการ
ดูเหมือนว่าร่างกายของนางจะอ่อนแอกว่าที่นางคิดไว้ วันนี้นางตื่นขึ้นมาพร้อมอากาศปวดเมื่อยตามร่างกาย อีกทั้งตัวก็ร้อนราวจับไข้ ใช่แล้ว นางเป็นไข้ หลันชิงที่เข้ามาปรนิบัตินางเป็นปกติในยามเช้าเอ่ยเป็นคนไปแจ้งแก่นางกำนัลแคว้นจ้าวให้ตามมาหลวงมาตรวจนาง ทำให้เช้าวันนี้ในตำหนักดูวุ่นวายเป็นอย่างยิ่ง
จากการตรวจของท่านหมอหลวง หมอหลวงกล่าวว่าอาจจะเป็นเพราะความเหนื่อยล้าจากการเดินทองกอปรกับการที่นางต้องลมหนาวทำให้ร่างกายมีไข้ พร้อมให้เทียบยาแก่นางกำนัลไปจัดการ ไม่นานนักหลันชิงก็นำยาต้มมาให้ดื่ม ยานี่ขมมากนางคงต้องรีบหายป่วยไว ๆ จะได้ไม่ต้องมาดื่มยานี่อีก หลังจากนั้นไม่นานนางก็หลับไปตื่นมาอีกครั้งก็ยามโหย่ว(17.00-18.59) หลังจากกินมื้อเย็นแล้วนางก็ฝืนดื่มยาอีกครั้ง ยานี่คงส่งผลให้มีความง่วงกระมังเปลือกตานางคล้ายจะปิดอยู่เรื่อย
" องค์หญิงเพคะมีนางกำนัลมาแจ้งว่ายามซื่อ(09.00-10.59) ฮองเฮาจะเสด็จมาเพคะ " หลันชิงเดินเข้ามาบอกนาง นางมองตัวเองในกระจก วันนี้นางหายจากการป่วยไข้แล้วแต่ร่างกายยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ทำให้ใบหน้าดูซีดเซียวอยู่บ้าง นางหยิบชาดขึ้นมาเม้มพร้อมหันไปบอกหลันชิง
"เตรียมอาภรณ์ที่แคว้นจ้าวมอบมาให้ข้าด้วย "
" เพคะ "
หลังจากที่นางสวมอาภรณ์แคว้นจ้าวเรียบร้อยแล้ว นางยืนมองตัวเองในกระจกเป็นเวลานาน จากที่นางสังเกตดูจากหีบที่บรรจุอาภรณ์เมื่อวาน อาภรณ์แคว้นเจ้ามีแบบสำหรับใช้ในพิธีการและแบบสวมใส่ในวันปกติ ไม่ว่าจะแบบไหนนางก็คิดว่างามยิ่ง นางนำต่างหูมาสวม สำรวจความเรียบร้อยอีกครั้ง พร้อมเดินออกจากห้องไปเตรียมตัวต้อนรับฮองเฮา
" ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ " นางกล่าวพลางย่อตัวคำนับฮองเฮา
" ฮวาเออร์เจ้างดงามยิ่งในอาภรณ์แคว้นจ้าว " ฮองเฮาตรัสพลางเดินมาจับนางหมุนไปมา ทั้งฮองเฮาและชินหวางเฟยดูตื่นเต้นกับนางมิน้อย นางอดยิ้มให้กับความตื่นเต้นนั้นไม่ได้
" ไปนั่งในศาลาเถอะ " ฮองเฮาตรัสพลางจูงมือนางไปนั่งในศาลาในตำหนัก ฮองเฮาเป็นสตรีที่งดงามยิ่ง ใบหน้าที่ดูอ่อนหวานแต่แฝงไปด้วยความน่าเคารพ เหมาะสมกับตำแหน่งแม่แห่งแผ่นดินยิ่ง
" ข้ายังมิได้สนทนากับเจ้าแบบเป็นส่วนตัวเลย ข้ามีนามว่าหลี่ลี่หรู เจ้าเรียกข้าว่าพี่หรูก็ได้ข้าอายุ 24 หนาวแล้ว "
" หม่อมฉันมิกล้าเพคะ " กับชินหวางเฟยนางกล้าเรียกด้วยชื่อเล่นหากแต่ฮองเฮาแล้วกล้ามิกล้าหรอก
" แคว้นจ้าวมิได้เคร่งครัดเรื่องระเบียบนัก หากเจ้ามิกล้าก็ไม่เป็นไรเพราะเร็ว ๆ นี่เจ้าก็ต้องเรียกข้าว่าพี่สะใภ้อยู่ดี " เมื่อได้ยินคำกล่าวดังนั้นนางจึงรีบเงยหน้ามองฮองเฮาอย่างรวดเร็ว อ่า นางเสียอาการอีกแล้ว
" ฮ่า ๆ เจ้าคงได้คุยกับชินหวางเฟยแล้วกระมังเรื่องจวิ้นอ๋อง วันนี้ข้าก็จะมากล่าวเรื่องนี้กับเจ้าเหมือนกัน ข้าจะให้เจ้าอยู่ในตำหนักนี้เป็นเวลาหนึ่งเดือนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแต่งงาน พรุ่งนี้จะมีราชโองการถึงเจ้าเรื่องการแต่งงาน จวิ้นอ๋องเป็นบุรุษที่อ่อนโยนมากข้ามั่นใจว่าเขาจะใจดีกับเจ้าเป็นแน่ เจ้าอยากลองพบจวิ้นอ๋องเป็นการส่วนตัวหรือไม่ "
" ตามแคว้นตงแล้วบุรุษและสตรีมิควรอยู่ใกล้กันเพคะ " นางตอบตามตรง เมื่อข้าโตมานางต้องดูแลรับใช้ไทเฮามาตลอด โอกาสได้พบปะบุรุษนั้นมีน้อยมากอีกทั้งยังต้องพบเป็นการส่วนตัวอีกข้ามิกล้าหรอก
" ข้าบอกแล้วว่าแคว้นจ้าวมิเคร่งครัดธรรมเนียมอะไรมาก ข้ากลับคิดว่าดีเสียอีก การได้พบปะพูดคุยกับว่าที่สามีทำให้ได้ศึกษากันมากขึ้นยิ่งด้วย " นางคิดตามที่ฮองเฮาพูดนั่นก็นับว่าเป็นเหตุผลที่ดีหากแต่นางคงไม่ชินนักที่จะอยู่ใกล้ชิดบุรุษ
" หลังจากเจ้ารับราชโองการแล้วข้าจะบอกให้จวิ้นอ๋องพาเจ้าไปเดินตลาดในเมืองหลวง จวิ้นอ๋องอยากมีน้องสาวมานานแล้ว เขาคงเอ็นดูเจ้าเป็นอย่างยิ่ง " เมื่อได้ยินฮองเฮาพูดเช่นนั้นนางกลับรู้สึกละอายยิ่งนัก นางมิได้ช่างอ้อนเหมือนองค์หญิงสามหรือช่างเจรจาเหมือนองค์หญิงห้า ไหนเลยจะทำให้จวิ้นอ๋องเอ็นดูได้ นางคงต้องทำให้ฮองเฮาผิดหวังแล้ว
" เพคะ " นางกล่าวพลางเงยหน้ามองฮองเฮา
" ข้าได้ยินว่าเจ้าป่วย เป็นอย่างไรบ้างหรือ "
" หม่อมฉันดีขึ้นมากแล้วเพคะ นับว่าเทียบยาที่ท่านหมอหลวงให้มานั้นดียิ่งเพคะ " เทียบยาที่หมอหลวงให้มานั้นดีมากแม้ใบหน้านางจะดูซีดเซียวอยู่บ้างแต่มิได้ปวดเมื่อยเนื้อตัวเหมือนเมื่อวานอีกแล้ว
" สมุนไพรแคว้นจ้าวนั้นดีเป็นที่หนึ่ง " ฮองเฮาตรัสพร้อมยิ้ม หลังจากนั้นนางได้สนทนากับฮองเฮาอยู่หลายประโยคก่อนที่ฮองเฮาจะกลับไปในต้นยามอู่(11.00-12.59) นางทานอาหารเที่ยงเสร็จแล้วกินยาอีกครั้ง หลังจากนั้นก็พักผ่อนตื่นมาอีกทีในยามเซิน(15.00-16.59) อากาศดีเช่นนี้นางควรเดินไปสูดอากาศบ้าง
หลังจากที่นางไปเดินสำรวจรอบตำหนักมานางก็กลับมาทานมื้อเย็นพร้อมกินยาขมนั่นอีกรอบ หนึ่งวันของข้าก็หมดไปอย่างรวดเร็ว
" องค์หญิงอันหนิงฮวาแห่งแคว้นตงรับราชโองการ เนื่องด้วยองค์หญิงอันหนิงฮวาเดินทางมาเป็นตัวแทนถวายราชบรรณาการอีกทั้งยังมีกริยามารยาทที่งดงาม ขอแต่งตั้งองค์หญิงเป็นจวิ้นหวางเฟยแต่งเข้าตำหนักจิงจวิ้นอ๋อง จบราชโองการ "
ราชโองการมาเร็วกว่าที่นางคิดไว้นัก
" อันหนิงฮวารับราชโองการ ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี "
