บทที่ 5 จวิ้นอ๋อง
" ถวายพระพรชินหวางเฟยเพคะ "นางกำนัลที่เดินนำนางมายังกองภูษากล่าวพลางย่อกายลง นางหันไปมองตามนางกำนัล ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างหน้านับว่างามนัก ใบหน้าที่ดูอ่อนหวานแต่มีความสง่างามแฝงอยู่สตรีผู้นี้คือชินหวางเฟยสินะ
" ถวายพระพรชินหวางเฟยเพคะ" นางกล่าวพร้อมย่อกายลง
" เจ้าคงเป็นองค์หญิงแคว้นตงสินะ มิต้องมากพิธี เจ้ามีนามว่าอะไรหรือ "ชินหวางเฟยถามนางพลางเดินเข้ามาใกล้ น้ำเสียงของนางดูกระตือรือร้นเป็นอย่างยิ่ง
" หม่อมฉันอันหนิงฮวาเพคะ " นางกล่าวพร้อมลอบมอง ชินหวางเฟยมองนางพร้อมยิ้ม นางดูเป็นคนที่มีอัธยาศัยดีทีเดียว
" แล้วนี่เจ้าจะไปไหนหรือ มีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่ "
" หม่อมฉันต้องการผ้าจำนวนหกผืนเพคะ นางกำนัลแจ้งว่ากองภูษาอยู่ใกล้บริเวณนี้ข้าเลยจะไปดูผ้าเพคะ "
" เจ้าจะเอาผ้าไปทำอันใดหรือ "
" หม่อมฉันคิดว่าอากาศที่แคว้นจ้าวนี้หนาวยิ่งนักเพคะ อาภรณ์ที่หม่อมฉันนำมามิได้หนาเฉกเช่นที่นี่จึงคิดจะหาผ้ามาทำเสื้อคลุมเหมือนที่คนแคว้นจ้าวสวมเพคะ " เป็นนางที่สะเพร่าเองมิได้นำเสื้อคลุมติดกายมาด้วยคิดว่าเมื่อเดินทางเข้าแคว้นจ้าวคงต้องแต่งกายเฉกเช่นคนที่นี่ แต่ดูเหมือนแคว้นจ้าวจะให้อิสระนางกระมังเพราะไม่ได้บีบบังคับให้ข้าเปลี่ยนอาภรณ์หรืออย่างไร แต่อากาศที่นี่ก็นับว่าหนาวยิ่ง หากไม่มีเสื้อคลุมติดกายเกรงว่าจะเจ็บป่วยเอาได้
" ให้ข้าพาเจ้าไปดีหรือไม่ " ชินหวางเฟยถามข้าพร้อมเอื้อมมือมากุมมือนาง
" ตายจริง มือเจ้าเย็นมาก รีบไปกองภูษาเถิดข้าจะหาเสื้อคลุมให้เจ้าเอง "
" ขอบพระทัยเพคะ " นางกล่าวพลางรีบเดินตามชินหวางเฟยที่เดินกุมมือข้าไว้ ชินหวางเฟยผู้นี้นับได้ว่าเป็นสตรีที่เป็นมิตรมิเบา
" ผืนนี้เจ้าชอบหรือไม่ ผืนนี้เล่า ผืนนี้ก็ดูเหมาะกับเจ้าไม่น้อย " ตั้งแต่ที่ชินหวางเฟยพานางมายังกองภูษา นางกลายเป็นหุ่นให้ชินหวางเฟยลองเสื้อ ใส่ผ้าคลุมตัวโน้นทีตัวนี้ที นางเกรงใจมากกองภูษามากแต่เมื่อเห็นใบหน้าที่มีความสุขของนางก็มิกล้าห้ามแต่นี่คงจะมากไปกระมังหากจะต้องนำกลับไปทั้งหมด
" ชินหวางเฟยเพคะ หม่อมฉันเกรงว่านี่จะมากไปเพคะ หม่อมฉันมิกล้ารับไว้ทั้งหมด " นางกล่าวพร้อมส่งยิ้มให้ชินหวางเฟย
" เกรงใจอะไรกัน เจ้าเป็นแขกข้าก็ต้องต้อนรับเจ้า เอาไปอีกสักตัวหรือไม่ " ชินหวางเฟยมองสตรีบรรณาการอย่างนางป็นแขกเชียวหรือ นับว่าใจกว้างยิ่งนัก
" หม่อมฉันมิต้องการอันใดเพิ่มแล้วเพคะ เพียงแต่นางกำนัลที่มากับหม่อมฉันยังก็ยังมิมีผ้าคลุมเช่นกัน คงต้องรบกวนชินหวางเฟยแล้ว "
" เจ้าพร้อมที่จะแต่งกายเป็นสตรีแคว้นจ้าวหรือไม่ ข้าจะให้นางกำนัลที่นี่วัดตัวเจ้าแล้วส่งอาภรณ์ไปให้ตามหลังรวมถึงนางกำนัลของเจ้าด้วยเป็นอย่างไร "
" ขอบพระทัยมากเพคะ แต่ไม่เป็นการรบกวนมากไปหรือเพคะ "
" เรื่องนี้ไม่นับว่ามากไปหรอก อีกอย่างฮองเฮาสั่งให้ข้าดูแลเจ้าด้วย เรื่องแค่นี้นับว่าเล็กน้อยนัก "
" ขอบพระทัยเป็นอย่างยิ่งเพคะ " นางกล่าวพลางย่อให้ชินหวางเฟย
" เจ้าจะมากพิธีไปใย อีกมินานก็ต้องแต่งมาเป็นน้องสะใภ้ข้าอยู่ดี พูดธรรมดากับข้าเถอะ " น้องสะใภ้งั้นหรือ ดูท่านางคงต้องแต่งงานกับน้องชายของชินอ๋องเป็นแน่
" เพคะ "
" เจ้าค่ะ " ชินหวางเฟยกล่าวเสียงดุใส่ข้า
" เจ้าค่ะ " นางกล่าวพร้อมยิ้มให้
" หลังจากวัดตัวเสร็จเจ้าไปคุยเล่นกับข้าสักครู่ได้หรือไม่ ข้าคิดว่าเจ้าคงอยากรู้เรื่องแคว้นจ้าวมากเป็นแน่ " ชินหวางเฟยกล่าวพร้อมมองนางอย่างออดอ้อน
" ได้เจ้าค่ะ " นางยิ้มให้ชินหวางเฟยอย่างจริงใจ นางรู้สึกสบายใจอย่างยิ่งที่ได้คุยกับสตรีผู้นี้อย่างน้อยนางก็มีมิตรหนึ่งคนในแคว้นจ้าวแล้ว นางยิ้มให้ความคิดของตัวเอง
" ถวายพระพรจวิ้นอ๋องเพคะ " นางเดินออกมาจากตำหนักได้ไม่ทันใดก็เจอกับชายผู้หนึ่งเข้า ชายผู้นี้นับว่ามีรูปงามอย่างมาก จมูกโด่งเป็นสัน ปากบางเป็นกระจับ นัยน์ตาเปล่งประกายอย่างยิ่งใบหน้าโดยรวมแล้วออกไปทางงดงาม งดงามเสียจนผู้หญิงอย่างนางยังอาย ผู้นี้คงคือจวิ้นอ๋องตามที่ชินหวางเฟยพูดนางลอบมองใบหน้าเขาอย่างเสียกริยา เมื่อนึกได้จึงรีบย่อตัว
" ถวายพระพรจวิ้นอ๋องเพคะ " นางกล่าวพร้อมก้มหน้าอย่างขาดเขลา นางเสียมารยาทกับเขาแล้ว
" นี่คงเป็นองค์หญิงแห่งแคว้นตงใช่หรือไม่ "
" ใช่เพคะ ข้าพึ่งพานางมาวัดตัว จวิ้นอ๋องคงมากองภูษาด้วยเหตุนี้กระมัง มิต้องกังวลข้าจัดการให้เรียบร้อยแล้ว " เป็นชิงหวางเฟยที่ตอบแทนนาง
" เป็นอย่างที่เจ้ากล่าว ขอบคุณเจ้ามาก หากมิมีอันใดแล้วข้าคงต้องขอตัวก่อน " จวิ้นอ๋องกล่าวพร้อมก้มให้นางและชินหวางเฟยเป็นเชิงลา มาเร็วไปเร็วเสียจริง
" คนผู้นี้คือจิงจิ้นอ๋อง เป็นน้องชายของสามีข้าเอง ฮ่องเต้มีพี่น้องด้วยกันสามพระองค์คือ ชินอ๋องสามีข้า จวิ้นอ๋องและอ๋องน้อย ข้าคิดว่าเจ้าคงต้องแต่งให้จวิ้นอ๋องเพราะอ๋องน้อยยังเด็กกว่าเจ้านัก จวิ้นอ๋องเป็นผู้ดูแลเตี้ยนจงเฉิ่ง ที่จริงอาภรณ์ที่เจ้าจะสวมล้วนเป็นหน้าที่ของจวิ้นอ๋อง แต่คงช้าชินหวางเฟยอย่างข้าที่มาตัดหน้าจวิ้นอ๋องอย่างเขา ฮ่าฮ่า " ชินหวางเฟยเดินมากระซิบให้นางฟัง บุรุษผู้นั้นคือว่าที่สามีของข้างั้นหรือดูจากใบหน้าแล้วคงอายุมากกว่านาง ว่าที่สามีของนางนับว่าไม่น่ากลัว ดูแล้วการใช้ชีวิตในแคว้นจ้าวของนางคงมิลำบากนัก
เมื่อเดินมาถึงตำหนักที่นางพักอาศัย ชินหวางเฟยก็พานางมานั่งที่ศาลาในตำหนักพร้อมสั่งให้นางกำนัลนำชาและขนมมาต้อนรับ ชินหวางเฟยนับว่ากระตือรือร้นในการดูแลนางเป็นอย่างยิ่ง
" ข้าลืมบอกเจ้าไปเลย ข้ามีนามว่าหลี่เหมย อายุ 18 หนาว เจ้าล่ะอายุเท่าใดหรือ " ชินหวางเฟยถามนางพลางยกชาขึ้นจิบ
" 17 หนาวเจ้าค่ะ " นางตอบพลางลอบมองชินหวางเฟยอีกครั้ง ความสดใสของนางทำให้นางดูอ่อนเยาว์นักตอนแรกคิดว่านางจะอายุเท่าข้าเสียอีก
" งั้นเจ้าเรียกข้าว่าพี่เหมยดีรึไม่ ข้ามิเคยมีน้องสาวมาก่อน ข้าเอ็นดูเจ้ามาก " นางก็ไม่เคยมีพี่สาวเช่นกัน นับว่าแปลกอยู่บ้างที่จะต้องเรียกคนอื่นว่าพี่สาว แต่นางกลับยินดียิ่งนัก
" เจ้าค่ะ พี่เหมย " นางกล่าวพลางยิ้ม
" ดียิ่ง งั้นข้าจะเรียกเจ้าว่าฮวาเออร์ " หลังจากนั้นนางก็พูดคุยกับชินหวางเฟยอยู่นานจนเกือบถึงมื้อเย็น ชินหวางเฟยก็ขอตัวกลับตำหนักก่อน หลังจากที่ชินหวางเฟยกลับไปได้ไม่นาน นางกำนัลก็นำผ้าหลายหีบมาให้นาง นางรับไว้พร้อมมอบถุงเงินให้พวกนางจำนวนนึง อาภรณ์ของแคว้นจ้าวนับว่ามีหลายชั้นเป็นเพราะอากาศที่หนาวเย็น ที่นี่นิยมใส่เสื้อผ้าสีพื้น อาภรณ์ที่นางได้มาส่วนมากจะเป็นสีเขียวและฟ้า นับว่าถูกใจนางยิ่งนัก หลังจากที่นางรับของแล้วก็ได้เวลามื้อเย็น หลังทานเสร็จนางก็แช่น้ำเป็นเวลานานพลางนึกถึงเรื่องที่ได้เจอในวันนี้ บุรุษที่นางจะต้องแต่งด้วยเป็นจวิ้นอ๋อง ตำแหน่งของเขาคือผู้ดูแลเตี้ยนจงเฉิ่ง นับว่าเหมาะกับเขาดีด้วยกริยาที่ดูสุภาพนุ่มนวล เหมาะกับใบหน้าที่ดูงดงามของเขาทำให้นางแอบอมยิ้มกับความคิดที่ว่านางอาจจะงามสู้เขามิได้ด้วยซ้ำ
เวลานี่เป็นยามห้าย(21.00-22.59)แล้วนางดับจะเกียงในห้องลงหลังจากเก็บของเรียบร้อย ที่นี่สงบมากบวกกับอากาศที่เย็นสบายทำให้ง่วงนอนเอาง่าย ๆ วันนี้นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีในแคว้นจ้าว ขอให้พรุ่งนี้ทุกอย่างก็ราบรื่นด้วยเถิด
เตี้ยนจงเฉิ่ง หมายถึง แผนกท้องพระโรงกลาง ดูแลความเป็นอยู่ของราชวงศ์และราชวัง
