บทที่ 4 แคว้นจ้าว
วันนี้เป็นวันที่นางต้องออกเดินทางแล้ว เมื่อคืนนางเร่งปักผ้าเช็ดหน้าให้ไทเฮาและฮ่องเต้คนละผืนแม้จะมิได้เป็นสิ่งของที่มีค่าหากแต่นางมั่นใจว่าฝีมือการปักผ้าของข้านั้นไม่เป็นรองผู้ใดเพราะไทเฮาเคยเอ่ยชมนางอยู่หลายครั้ง นางฝากหลันกูกูให้นำไปให้ไทเฮา นางเชื่อว่าไทเฮาจะส่งมอบให้ฮ่องเต้อย่างแน่นอน นางเดินขึ้นรถม้าอย่างไม่มั่นคงนักวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่นางจะอยู่ที่วังแห่งนี้แล้วสินะ
เสียงจากด้านนอกดังขึ้น " ออกเดินทาง " นางเลิกผ้าม่านมองออกไปเห็นภาพพระราชวังไกลออกไปเรื่อย ๆ แคว้นจ้าวจะเป็นอย่างไรกันนะนางคิดพร้อมหลับตาลง นางคงต้องนอนพักสักหน่อย เมื่อคืนนางพักผ่อนน้อยนักเพราะเร่งปักผ้า เมื่อรถม้าออกเดินทางไปไกลเรื่อย ๆ นางก็เข้าสู่ห้วงนิทรา
การเดินทางไปแคว้นจ้าวใช้เวลาอย่างน้อย 20 วัน วันนี้ย่างเข้าสู่วันที่ 15 แล้ว นางได้ยินนางกำนัลกล่าวกันว่าอีกไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ข้าก็จะถึงแคว้นจ้าว การเดินทางครั้งนี้ราบรื่นอย่างยิ่ง นางกำนัลที่ไทเฮาประทานให้นางมามีห้าคนพวกนางอายุใกล้เคียงกับนางหากแต่ดูเคร่งขรึมนัก หลันกูกูน่าจะเป็นคนฝึกพวกนางกระมัง
วันนี้นางได้เดินทางเข้าสู้แคว้นจ้าวเรียบร้อยแล้วหากแต่ต้องใช้เวลาอีกหนึ่งวันจึงจะเข้าสู่เมืองหลวงได้ จึงแวะพักตำหนักรับรองที่ทางแคว้นจ้าวได้จัดเตรียมไว้ให้ ตำหนักแห่งนี้นับว่าห่างไกลจากผู้คนนักนางจึงเดาว่าตำหนักนี้น่าจะมีไว้รับรองเชื้อพระวงศ์ที่ต้องเดินทางเพราะที่นี่สงบยิ่งนัก จากการสำรวจของนางแคว้นจ้าวนับเป็นแคว้นที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้ตำหนักแห่งนี้ที่นางพักอยู่ก็ตั้งอยู่บริเวณเนินเขา อากาศก็เย็นสบายอาหารที่นางกำนัลตำหนักนี้ทำให้ก็นับว่ารสชาติไม่เลว นางคงสามารถใช้ชีวิตที่นี่ได้อย่างสงบสุขได้ดังที่เสด็จพ่อหวัง
" องค์หญิงเพคะหม่อมฉันว่าเพิ่มปิ่นอีกสักอันเถอะเพคะ " นางกำนัลที่พูดอยู่ผู้นี้นามว่าหลันชิงนางเป็นหลานสาวของหลันกูกู นิสัยนางค่อนข้างเจ้าระเบียบอยู่บ้าง นางมองกระจกพร้อมหยิบปิ่นระย้าอีกอันขึ้นมาปัก " งดงามมากเพคะ " หลันชิงกล่าว นางจึงมองกระจกอีกครั้ง ปกตินางมิชอบใส่เครื่องประดับมากนักแต่ในเมื่อต้องเป็นตัวแทนถวายราชบรรณาการข้าคงต้องแต่งตัวมากกว่าปกติ จากที่นางสังเกตนางกำนัล ผู้คนแคว้นจ้าวนับว่าแต่งกายเรียบง่ายยิ่งนักนางรู้สึกชมชอบเป็นอย่างยิ่งกลายเป็นว่าวันนี้เมื่อเทียบกับคนอื่นแล้วนางแต่งตัวโดดเด่นเป็นอย่างมากด้วยเสื้อผ้าที่นางใส่นับว่ามีสีสันต่างจากแคว้นจ้าวที่ใส่สีพื้น
" เปิ่นกงจู่พร้อมแล้ว " นางกล่าวพร้อมเดินออกไป วันนี้นางรู้สึกตื่นเต้นยิ่งนักมือที่จับหลันชิงอยู่สั่นเล็กน้อย นางพยุงหลันชิงขึ้นรถม้าพร้อมหลับตา ทุกอย่างจะต้องผ่านไปด้วยดี
ท้องพระโรงแคว้นจ้าว
" ถวายพระพรฮ่องเต้และฮองเฮา ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี "
" เจ้าคงเป็นองค์หญิงใหญ่ ใช่รึไม่ " ฮองเฮาตรัสถามนาง
" ทูลฮองเฮาหม่อมฉัน อันหนิงฮวา องค์หญิงใหญ่แห่งแค้วนตงเพคะ " นางตอบด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย
" องค์หญิงเดินทางมาเหนื่อยหรือไม่ ข้าได้จัดเตรียมตำหนักไว้ต้อนรับแล้วหวังว่าองค์หญิงจะชอบ "
" เป็นพระกรุณามากเพคะ หม่อมฉันขอบพระทัยพระองค์ "
หลังจากนั้นทูตแคว้นตงที่ได้เดินทางมาพร้อมกับนางกล่าวถึงเครื่องราชบรรณาการที่จะนำมาถวาย นางฟังมิค่อยทันนัก เมื่อทูตกล่าวเสร็จ ฮ่องเต้ก็ตรัสแสดงความขอบคุณพร้อมทั้งอนุญาตให้นางและทูตไปพักผ่อน
นางกำนัลแคว้นจ้าวพานางมาตำหนักแห่งหนึ่ง ตำหนักนี้ร่มรื่นยิ่งนักมีต้นไม้ใหญ่ล้อมลอบ นางกำนัลเดินนำนางไปด้านในตำหนักพร้อมกล่าวแนะนำส่วนต่าง ๆ ไปด้วย " หากเปิ่นกงจู่จะรบกวนอะไรเจ้าได้รึไม่ " นางถามนางกำนัลแคว้นจ้าว ที่นี่อากาศหนาวยิ่งนักเพราะด้านหลังพระราชวังเป็นเขา นางต้องการผ้าคลุมเพิ่มเหมือนที่คนที่นี่ใส่กัน
" องค์หญิงมีอะไรให้รับใช้บอกหม่อมฉันมาได้เลยเพคะ " ได้ยินนางกล่าวอย่างยินดีนางก็ยิ้มออกมา
" เปิ่นกงจู่ต้องการผ้าสักหกผืนหากไม่เป็นการรบกวนเจ้ามากเกินไป "
" องค์หญิงอยากได้ผ้าแบบไหนหรือเพคะ กองภูษาอยู่บริเวณใกล้ ๆ นี้หากองค์หญิงสะดวกที่จะเสด็จไปองค์หญิงสามารถเลือกได้ด้วยพระองค์เอง "
" เช่นนั้นเปิ่นกงจู่คงต้องรบกวนเจ้านำทางแล้ว " นางเอ่ยพร้อมยิ้มให้นางกำนัล
