บท
ตั้งค่า

บทที่ 4

บุคคลที่นางควรหลีกเลี่ยง

ไป๋เซียวหรานเดินทางกลับถึงจวนไป๋ ประตูใหญ่ไร้เงาผู้คนมาต้อนรับผิดปกติ มีเพียงทหารเฝ้ายืนเงียบไม่เอ่ยถ้อยคำ

เขาก้าวลงจากม้า คิ้วขมวดมุ่น อย่างไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นนอกเหนือจากเรื่องที่ฝ่าบาทประกาศราชโองการหย่าระหว่างเขากับองค์หญิงสี่ด้วยหรือ

เมื่อเดินเข้ามาในเรือนใหญ่ ความเงียบวังเวงยิ่งชัดเจน สวนที่เคยเต็มไปด้วยของกำนัลหรูหราจากขุนนางทั้งหลายกลับรกร้าง บ่าวไพร่ที่เคยพลุกพล่านก็ทำเพียงก้มหน้าหลบตา ไม่มีใครกล้าส่งเสียงหรือทำสีหน้ารื่นเริง

ไม่นานหลังคนในจวนรู้ว่าเขาเดินทางมาถึงแล้ว เขาก็ถูกเรียกตัวเข้าห้องนอนด้านในของมารดาอย่างซูเสวี่ยถงที่เอนกายนอนป่วยซูบเซียวอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดเซียวเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ตวัดสายตามองบุตรชายทันทีที่เขาเข้ามา

“หรานเอ๋อร์…ในที่สุดเจ้าก็กลับมา” น้ำเสียงสั่นเครือ “เจ้ารู้หรือไม่ ตระกูลเรากำลังยืนอยู่บนปากเหว! ทุกคืนข้าฝันว่าราชโองการลงโทษจะมาถึง แต่สิบกว่าวันแล้ว…กลับไม่มีเงาใด ๆ ยิ่งไม่รู้ยิ่งน่ากลัว!”

มือนางสั่นเทาจนกุมไม่อยู่ “องค์หญิงสี่…นางเคยส่งคนมาแจ้งเรื่องจะเอาคืน แต่ข้าเฝ้ารอตั้งนานนางก็ไม่มาเสียที ของอันใดที่เคยได้จากนางข้าก็คืนไปหมดแล้วเหตุใดนางถึงได้ขู่ข้าเพียงนี้!”

ไป๋ห่าวหยู บิดา เดินเข้ามาในห้อง สีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน

“หรานเอ๋อร์ เจ้าคงไม่เข้าใจ ตั้งแต่เจ้ามีองค์หญิงเป็นภรรยา ข้าก้าวไปทางใดก็มีคนยกย่อง ของกำนัลส่งถึงมือไม่ขาด แต่เมื่อข่าวหย่าแพร่ไป ทุกคนตีตัวออกห่าง ไม่มีใครแม้แต่จะเหลียวมองตระกูลไป๋อีกแล้ว ยังดีที่เจ้ากลับมาพร้อมผลงาน หน้าตาข้าในราชสำนักก็ค่อยดีขึ้นบ้าง”

ห้องทั้งห้องเต็มไปด้วยบรรยากาศกดดัน ซูเสวี่ยถงที่อ่อนแรงแต่ยังฝืนพยุงกายขึ้น นางเอื้อมมือคว้าบุตรชายไว้แน่นราวหาที่พักพิง

“หรานเอ๋อร์…ไปง้อองค์หญิงคืนดีเสียเถิด! ไม่ว่าอย่างไร นางก็มีเจ้าอยู่เต็มหัวใจ นางย่อมใจอ่อนกลับมาแน่...”

ไป๋ห่าวหยูเองก็เอ่ยสมทบเสียงเครียด “ใช่แล้ว หากไม่รีบผูกสัมพันธ์กับราชวงศ์ เราอาจถูกเหวี่ยงทิ้งจนสิ้นอนาคตทั้งตระกูล!”

แววตาของทั้งสองจับจ้องมาที่บุตรชาย เต็มไปด้วยความคาดหวังและความกดดันราวกับจะบีบคั้นให้หายใจไม่ออก แต่แทนที่ไป๋เซียวหรานจะคล้อยตาม เขากลับตวัดแขนสะบัดมือมารดาออก ใบหน้าหล่อเหลาขึงตึงด้วยทิฐิที่มีไม่ยิ่งหย่อนกว่าความสามารถ

“ข้าไม่ทำ!” น้ำเสียงแข็งกร้าว “องค์หญิงทรงกล้าประกาศหย่า นั่นแสดงว่านางไม่เห็นค่าข้าอีกแล้ว แล้วเหตุใดข้าต้องลดตัวไปง้อพระนางด้วย!”

ดวงตาเขาวาวโรจน์ด้วยโทสะที่คุกรุ่น “นางอาจทำให้พวกท่านหวาดกลัว แต่กับข้า… ไม่มีทางที่ข้าจะไปตามง้ออย่างที่นางต้องการได้ อีกไม่นานนางกลับมาง้อข้าเอง พวกท่านไม่ต้องกังวล”

พูดจบเขาหันหลังกลับอย่างหุนหัน ปึงปังออกจากห้อง ทิ้งบิดามารดาไว้ในความสิ้นหวังที่กัดกร่อนจิตใจจนสีหน้าไม่สู้ดีเช่นวันวาน...

ตรงกันข้ามภายในตำหนักขององค์หญิงสี่กลับคึกคักมีชีวิตชีวา ม่านไหมสีชมพูพริ้งพลิ้วไหว ลมอ่อนพัดกลิ่นดอกโบตั๋นจากสวนเข้ามา เยว่หลัวเอนกายบนตั่งไม้ประดับมุก ด้านหนึ่งมีนางกำนัลคอยพัดให้ อีกด้านพากันช่วยบีบไหล่คลายความปวดเมื่อยอย่างรู้หน้าที่ เสียงหัวเราะคิกคักของนางกำนัลสาววัยอ่อนที่เยว่หลัวเลือกสรรมาดีทำให้ตำหนักดูสดชื่นยิ่ง

“ออกไปข้างนอกแดดร้อนทำข้าผิวเสียชะมัด อาอิงเย็นนี้เจ้าเตรียมน้ำอาบสมุนไพรสูตรที่ข้าสอนไว้ด้วยนะ”

“เพคะองค์หญิง”

เยว่หลัวพึมพำพลางทอดสายตามองท้องฟ้า แต่แล้วคิ้วเรียวงามก็ขมวดเล็กน้อย ความสุขสบายไม่ได้ลบความสงสัยที่คาใจไปได้เลย

“ว่าอย่างไรอาหลี เรื่องที่ข้าให้ไปสืบ…เป็นอันใดบ้าง”

อาหลีชะงักวูบทำหน้างุนงงอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะนึกขึ้นได้ทันทีว่าเจ้านายหมายถึงใคร “อ๋องจิ้นหยางหรือเพคะ?”

เยว่หลัวเพียงเลิกคิ้วแทนคำตอบ อาหลีรีบรายงาน “วันนี้หลังเสด็จกลับจากขบวน ท่านอ๋องเข้าเฝ้าฝ่าบาทอยู่ครู่หนึ่งเพคะ หลังจากนั้นก็เสด็จกลับไปพักที่ตำหนักของพระองค์เลย บ่าวไม่อาจล่วงรู้ได้มากกว่านี้แล้วเพคะ”

เยว่หลัวนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “ไม่ใช่สิ…ที่ข้าอยากรู้ มิใช่ว่าเขาทำสิ่งใด แต่…เขาจะอยู่ในเมืองหลวงนี้นานเท่าไร ต่างหาก”

อาหลีเบิกตากว้างอย่างไม่เข้าใจว่าเจ้านายจะรู้ไปทำไมแต่เมื่อนางไม่ได้สืบมาก็รีบส่ายหน้าทันใด

“เรื่องนั้นเกรงว่าจะไม่ง่ายนะเพคะ…”

เยว่หลัวเบ้ปากอย่างขัดใจสีหน้าแฝงความครุ่นคิดหนัก จากที่นางเผชิญหน้ากับเสด็จอาของร่างเดิมมานางสรุปได้ว่าเพื่อความสุขสบายทั้งกายและใจนางควรจะอยู่ให้ห่างบุรุษผู้นี้ให้มากที่สุด นั่นทำให้เยว่หลัวรอคอยวันที่อ๋องจิ้นหยางจะออกไปทำงานนอกเมืองหลวงเสียที “ไม่ยากเกินไปดอก เดี๋ยวข้าจะหาทางจัดการเอง”

“พรุ่งนี้…เจ้าให้โรงครัวจัดขนมที่รสไม่หวานมากไว้สักสามอย่างหน่อยนะ”

อาหลีขมวดคิ้วเล็กน้อย “องค์หญิงจะเสวยเองหรือเพคะ?”

เยว่หลัวหัวเราะเบา ๆ พลางมองออกไปยังสวน “ไม่ใช่หรอก ข้าจะนำไปถวายเสด็จยาย…ไทเฮาน่ะ เจ้าเตรียมชุดเข้าเฝ้าให้ข้าด้วย”

นางให้อาหลีเตรียมเพราะไม่อาจสวมชุดที่นางออกแบบเองเข้าเฝ้าผู้ใหญ่ได้มันจะไม่งามและดูไร้มารยาทเกินไปหน่อย

“หม่อมฉันจะจัดเตรียมให้เรียบร้อยเพคะ”

เยว่หลัวกวาดปลายนิ้วลูบขอบที่วางแขนของเก้าอี้เอนนอนนี้ในหัวครุ่นคิดหนัก

ไทเฮา…คือญาติคนเดียวในวังหลังขององค์หญิงสี่ นางคือพี่สาวของกุ้ยเฟยผู้ล่วงลับหรือมารดาแท้ ๆ ของร่างนี้

นอกจากองค์หญิงสี่จะเป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาทแล้ว นางก็เป็นหลานทางสายเลือดของไทเฮาเช่นกัน มีคนหนุนหลังสองคนก็ดีกว่าหนึ่งคนนั่นล่ะ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel