บท
ตั้งค่า

บทที่ 3

สายตาราวกับอ่านความคิดนางออก

เสียงกลองก้องกังวาน ขบวนราชสำนักค่อย ๆ เคลื่อนเข้าสู่ประตูเมือง นำหน้าโดยสองบุรุษผู้สะกดทุกสายตา

ไป๋เซียวหรานคุณชายอันดับหนึ่งแห่งแคว้น ร่างสูงสง่าในอาภรณ์ขุนนางสีเข้ม ดวงหน้าคมหล่อเหลามีประกายไฟแห่งความทะเยอทะยาน บุคลิกสุภาพดูเข้าถึงง่าย เป็นบุรุษที่ทั้งเหล่าคุณหนูและตระกูลชั้นสูงต่างหมายปอง

เคียงข้างกันคือ อ๋องจิ้นหยาง เสด็จอาขององค์หญิงสี่ ร่างสูงในอาภรณ์เรียบหรูทว่าทรงอำนาจนัก แววตาสงบนิ่งเหมือนผืนน้ำแข็ง แต่กลับแฝงพลังหนักแน่นที่ทำให้ผู้คนสองข้างทางเผลอก้มศีรษะโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าเย็นชา มิได้เผยอารมณ์ หากเพียงการปรากฏตัวก็กดบรรยากาศให้เคร่งขรึมลงอย่างประหลาด

ในความคึกคักนั้น ไป๋เซียวหรานที่มองไล่ผ่านประชาชนที่มาต้อนรับก็หยุดสายตาลงที่สตรีคุ้นตางดงามในอาภรณ์ม่วงดูแปลกตา จากที่เคยสวมชุดปักดิ้นทองแลดูหยักเสมอกลับมีฉลองพระองค์เบาบายแต่งดงงามสะกดสายตายิ่งกว่าเคย นางยืนรออยู่ไกล ๆ สตรีนางนี้คือ องค์หญิงสี่ เยว่หลัว อดีตภรรยาของตน รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปาก

เป็นอย่างที่เขาคิดไว้จริง ข่าวเรื่องหย่า…เขาไม่ใส่ใจเท่าไหร่เพราะรู้ดีว่านางที่หลงรักเขาหนักหนาจะตัดใจง่ายเพียงนั้นได้อย่างไร วันนี้นางย่อมมารอเขาเป็นอันยืนยันสิ่งที่เขาคิดได้ดีนัก

ความมั่นใจพุ่งพล่านในอก อย่างน้อยชีวิตรักที่จืดชืดเพราะนางเฝ้าบอกรักเขาก็ค่อยน่าสนใจหน่อย เขาจะปล่อยให้นางง้อสักหน่อยก่อนแสร้งยกโทษให้นางก็แล้วกัน

ทว่าพอขบวนหยุดลงตรงหน้า สิ่งที่เกิดขึ้นกลับสวนทางกับความคิดของไป๋เซียวหรานทั้งหมด !

เยว่หลัวมิได้เหลียวมองเขาเลยแม้แต่น้อย!

นางก้าวออกมาหนึ่งก้าว ก้มศีรษะเล็กน้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบกับบุรุษที่ลงจากม้ามายืนตรงหน้าเขา

“เสด็จอา การเดินทางครั้งนี้ทรงเหน็ดเหนื่อยหรือไม่

เพคะ?”

เสียงฮือฮาดังขึ้นทันใดกับเรื่องที่องค์หญิงสี่กลับทักทายอ๋องจิ้นหยางเป็นคนแรก ท่าทีดูไม่ใส่ใจต่อคุณชายไป๋ผู้เคยเป็นสามีเลยแม้แต่น้อย

รอยยิ้มที่มั่นใจของไป๋เซียวหรานแข็งค้าง กลายเป็นความขุ่นเคืองที่ตีขึ้นมาในอก

ในขณะนั้นเอง อ๋องจิ้นหยางหันสายตามองเยว่หลัวเจือความไม่เข้าใจไม่ต่างกัน แววตาลุ่มลึกของเขากำลังสำรวจลึกซึ้งจนทะลุถึงวิญญาณของนาง เยว่หลัวรู้สึกสะท้านวูบไปทั้งร่าง ลมหายใจขาดห้วง

สายตาแบบนี้นางไม่ชอบเลยสักนิด !

เยว่หลัวรีบเบือนหน้าหลบ ยกพัดขึ้นบังเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อน มือที่กุมด้ามพัดแน่นจนข้อขาว ดวงใจสั่นระรัว

น่าแปลกนัก…ตอนนางสบตาฮ่องเต้ผู้เป็นบิดายังไม่หวั่นไหวถึงเพียงนี้ แต่เพียงแรกพบเสด็จอา นางกลับไม่กล้าสบตาต่อ เยว่หลัวสูดลมหายใจลึก กลบความรู้สึกปั่นป่วนในอก แววตานางหันไปมองอีกทางเหมือนคนวิวไปทั่วเท่านั้น

อ๋องจิ้นหยางยกสายตามองเยว่หลัวที่ยืนอยู่ด้านหน้า ก่อนเอ่ยเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นอย่างชัดถ้อยแต่ไม่ดังเกินไป

“ไม่คาดคิดเลย…องค์หญิงสี่ ผู้ที่ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาข้า จะมีวันที่มายืนต้อนรับถึงที่นี่”

คำพูดนั้นเรียบง่าย ทว่าเหมือนเข็มทิ่มแทง เยว่หลัวสะดุ้งวูบในใจ ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา…ร่างเดิมหวาดกลัวเขาขนาดนั้นเลยหรือ!

เหตุใดไม่ปรากฎเหมือนใจความทรงจำกันเล่า

นางสูดหายใจสั้น ๆ แล้วปรับสีหน้ายกยิ้มบาง เสียงที่เปล่งออกมาหวานใสแต่คมชัดพยายามใส่ความมั่นใจ

“คนเราไม่พบกันนาน ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงบ้างเพคะ เสด็จอาคงไม่รู้…แต่ที่ผ่านมาหม่อมฉันเผชิญเรื่องมากพอจะเข้าใจว่า บางทีนิสัยเดิมก็ต้องละทิ้ง ถึงจะอยู่ต่อไปได้โดยไม่ถูกผู้ใดเอาเปรียบ...”

ประโยคเรียบ ๆ คล้ายเล่าประสบการณ์แต่ทุกถ้อยคำกลับตบหน้าไป๋เซียวหรานเข้าเต็ม ๆ แม้ไม่เอ่ยชื่อเขาโดยตรงแต่ทุกคนก็เข้าใจว่า ถูกเอาเปรียบ ที่นางเอ่ยถึงย่อมหมายถึงจวนไป๋แน่

ไป๋เซียวหรานขบกรามแน่น เลือดร้อนตีขึ้นขมับแต่ไม่อาจทำอะไรได้ยามยืนต่อหน้าคนมากมายเพียงนี้

ทว่าอ๋องจิ้นหยางกลับเพียงโค้งริมฝีปากเล็กน้อยไม่ถึงกับยิ้มแต่เหมือนรู้ทันทุกอย่าง แววตาลึกล้ำจนเยว่หลัวรู้สึกเหมือนถูกอ่านทะลุทุกชั้นความคิดหลายต่อหลายครั้ง

“ก็คงเปลี่ยนไปจริงนั่นแหละ” น้ำเสียงนิ่งเยือก “ทว่าต่อให้แปรเปลี่ยนเพียงใด บางสิ่งก็ไม่อาจซ่อนจากสายตาผู้อื่นได้ไปตลอด...”

หัวใจเยว่หลัวสะท้านวูบนางรีบเบือนหน้าหลบสายตาคมกริบ คลี่ยิ้มกลบเกลื่อนแล้วเปลี่ยนเรื่องทันที

“เสด็จอาเพิ่งเดินทางไกลมา คงเหน็ดเหนื่อยมากแล้ว หลี่กงกงได้จัดตำหนักไว้รอเรียบร้อย ท่านอ๋องเสด็จพักผ่อน…อย่าได้เสียเวลาอีกเลย”

หลี่กงกงรีบโค้งรับคำ พลันนำทางขบวนเข้าสู่วัง บรรยากาศเริ่มขยับกลับมาคึกคักอีกครา ตลอดช่วงเวลานั้น เยว่หลัวไม่แม้แต่จะหันมองไป๋เซียวหรานราวกับเขาไม่เคยมีอยู่ตรงนั้น

เมื่อขบวนเคลื่อนไป ผู้คนสองข้างทางก็เริ่มซุบซิบกันอีกครั้ง

“เจ้าเห็นหรือไม่ องค์หญิงสี่ไม่เหลียวไปทางคุณชายไป๋เลยสักนิด!”

“จริงแท้ ข้าคิดว่าองค์หญิงคงตัดใจได้แล้วจริง ๆ ข้าว่าแล้วพระนางสง่างามดูมีชีวิตชีวาเช่นนั้นดูไม่เหมือนผิดหวังในความรักเอาเสียเลย”

“คราวนี้ตระกูลไป๋คงเสียใจไปอีกนาน จวนพวกเขายังปิดเงียบไม่รับแขกตั้งแต่เรื่องนั้นแพร่ไปทั่ว...”

เสียงนินทาแว่วชัด ก่อนจะขาดหายไปเมื่อสายตาเย็นเฉียบของ ไป๋เซียวหรานตวัดมองรอบความเย็นชานั้นทำให้ผู้คนถอยห่างอย่างหวาดหวั่น

เขากระตุกบังเหียน หันหัวม้ากลับด้วยโทสะที่เดือดพล่านยากเก็บงำได้อีกต่อไป

เยว่หลัว…นางกล้าหักหน้าข้าเช่นนี้ วันหนึ่ง ข้าจะทำให้นางสำนึกที่ทำเช่นนี้ !

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel