บท
ตั้งค่า

บทที่ 2.2

แสงแดดยามสายสาดกระทบอาภรณ์ไหมสีม่วงอ่อนของเยว่หลัวกลายเป็นประกายระยิบยับจับตา ชุดวันนี้มิใช่เพียงงาม หากแต่สะกดทุกสายตา กระโปรงยาวพลิ้วถูกปรับแต่งให้แนบเข้ากับสัดส่วนโค้งเว้า ช่วงเอวรัดกระชับรับกับอกอิ่มพอดี ไหล่ขาวเผยให้เห็นอย่างพอเหมาะไม่เกินเลย ทุกชิ้นผ้าผสานศิลป์การตัดเย็บแปลกตาไม่ใช่ความหรูหราที่ผู้ใดในยุคนี้เคยพบ แต่คือสีสันที่ชวนให้ผู้คนละสายตาไม่ได้

วันนี้นางถูกสั่งให้ออกมาต้อนรับขบวนเสด็จที่กำลังเดินทางกลับจากการตรวจราชการ ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ ท่านอ๋องจิ้นหยาง เสด็จอาขององค์หญิงสี่ผู้ไม่อยู่ในความทรงจำ และ ไป๋เซียวหราน สามีเก่าที่เดินทางร่วมขบวนมาด้วย

ดวงหน้างามสะคราญสะกดตาหากแต่สีหน้าขององค์หญิงสี่กลับยากจะซ่อนความไม่เต็มใจ แววตาที่ทอดมองลานกว้างเบื้องหน้าเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองที่ไม่กล้าแสดงออกเต็มที่

เสด็จพ่อคงตั้งใจจะทดสอบนางแน่ ๆ ว่าจะตัดใจจากไป๋เซียวหรานได้จริงหรือไม่ โดยการให้มาเจอหน้ากันต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้

ด้านข้างของอาหลีมี หลี่กงกง ยืนอยู่เช่นเงาตามติด ท่วงท่าสุขุมแต่แฝงความเข้มงวด ทว่ากลับนิ่งเฉยทำราวกับว่าไม่มีเสียงกล่าวถึงตัวละครเด่นเช่นเยว่หลัวจากในหมู่ชาวบ้านและกลุ่มคุณหนูที่มารอต้อนรับเสด็จเช่นกัน

“ข่าวจริงหรือไม่ว่า องค์หญิงสี่หย่าขาดจากคุณชายไป๋แล้ว?”

“จริงแท้แน่นอน ข้าได้ยินจากนางกำนัลในวังเอง! ว่าฮูหยินซูถึงกับเสียหน้าจนแทบล้มป่วย”

“โถ…นึกไม่ถึงว่าองค์หญิงที่รักใคร่จะลงเอยเช่นนี้”

เสียงหัวเราะคิกคักเบาลง แต่กลับต่อกันไม่ขาดสาย

“คุณชายไป๋รูปงาม เฉลียวฉลาดนักหนา ขนาดองค์หญิงยังรั้งไว้ไม่ได้ เช่นนี้หากเขาหย่าแล้วจริง ๆ ข้าว่าตระกูลอื่นคงอยากได้เขาเป็นเขยนัก”

“ใช่แล้ว! เจ้าว่าคุณหนูสกุลหลิวไม่หรือ? ข้าเห็นนางเอ่ยปากนักหนาว่าชื่นชมคุณชายไป๋ วันก่อนยังพึมพำว่าหากมีโอกาส อยากได้เป็นสามีแทนองค์หญิงเสียด้วยซ้ำ”

“อย่าเสียงดังไป! แต่ก็จริง…ตระกูลไป๋ถึงกับปิดจวนเงียบ ไม่ติดต่อกับคนนอกเลยตั้งแต่ข่าวนี้แพร่ออกมา คงกลัวเสียหน้าเป็นแน่”

“นั่นสิ ใครฉลาดก็อย่าเพิ่งไปยุ่งเลย รอให้เรื่องเงียบก่อนดีกว่า ไม่แน่ว่าองค์หญิงอาจจะกลับไปง้อคุณชายไป๋อีกก็ได้”

เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังก้องในโสต เยว่หลัวได้ยินทุกถ้อยคำชัดเจน ก่อนที่นางจะโทษะแตกกระเจิงก็มีเสียงคนผู้หนึ่งเอ่ยเรื่องจรรโลงใจขึ้นมาก่อน ทำให้มือที่กำแน่นคลายลงทันใด

“ข้าว่าหลังองค์หญิงสี่ทรงหย่า พระนางกลับงามขึ้นกว่าเดิมเสียอีกนะ! ตั้งแต่ข้ามาที่นี่ข้ายังหยุดมองพระองค์ไม่ได้เลย”

“จริงของเจ้า ฉลองพระองค์นี้…ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน คุณหนูข้าบ่นว่าเบื่อชุดยิ่งนักคงต้องจำแล้วไปถามว่าร้านใดตัดได้บ้างเสียแล้ว”

“ข้าเอาด้วย ทว่าเจ้าก็อย่าลืมนะว่าองค์หญิงทรงหย่าขาดจากตระกูลไป๋แล้ว คุณหนูหลิวบ้านเจ้าจะสนใจอยากสวมหรือไม่ปิดไว้ให้ดีเล่า คริคริ”

อาหลีที่ยืนอยู่ด้านหลังทนฟังมานานกลับเป็นฝ่ายทนไม่ไหว ขยับจะก้าวออกไปต่อว่าพวกปากพล่อย แต่ยังไม่ทันขยับก็ถูกเสียงเรียบเย็นของเจ้านายหยุดไว้ “อย่า อาหลี”

“แต่ว่าเพคะ...”

“จำไว้นะ” เยว่หลัวเอียงหน้ามองอย่างคมกริบ เสียงนุ่มแฝงอำนาจ “วันนี้เสด็จพ่อส่งหลี่กงกงตามดูทุกอากัปกิริยาของข้า เจ้าอยากให้ข้าถูกตำหนิหรืออย่างไร”

อาหลีชะงัก ก้มหน้าลงด้วยความกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ส่วนเยว่หลัวเพียงคลี่ยิ้มบาง สงบเยือกเย็นอย่างผู้เหนือกว่า ปล่อยให้พวกนั้นซุบซิบไปเถอะ อีกไม่นานนัก ข้าจะทำให้ทั้งแคว้นเห็นเอง ว่าองค์หญิงสี่ที่ถูกดูถูกกลับมาอย่างสง่างามเพียงใด

เสียงกลองแตรดังขึ้น ขบวนเสด็จเริ่มใกล้เข้ามาผู้คนเงียบเสียงลงทันที ลานกว้างที่เคยเอะอะกลับสงบลงด้วยอำนาจบารมีของขบวนราชสำนัก ทุกสายตาเริ่มจับจ้องไปยังเหล่าขุนนางผู้มากับขบวน…รวมถึงบุรุษลึกลับที่กำลังจะปรากฏตัวให้เยว่หลัวเห็นครั้งแรกด้วย

...เสด็จอา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel