บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 มีค่าเช่นนางโลม

อวิ๋นชีเฟิ่งขมวดคิ้ว เอื้อมมือไปจับชีพจรที่ข้อมือ เมื่อมั่นใจว่านางเพียงแค่เหนื่อยล้าจนหลับไป เขาจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วหยิบผ้าห่มมาคลุมกายให้นาง ก่อนจะนึกหงุดหงิดตัวเองขึ้นมา

เขามิใช่เกลียดองค์หญิงผู้นี้หรอกหรือ? เหตุใดต้องใส่ใจนางเพียงนี้?

เขาส่งเสียงฮึในลำคอ พลันผลักประตูเดินจากไปโดยมิเหลียวหลัง ปล่อยให้สุ่ยอีอีทิ้งกายหลับใหลอยู่ในหอนางโลมเพียงลำพัง

เนื่องจากคนในวังมิเห็นนางกลับไป ต่างเข้าใจว่านางค้างคืนที่จวนแม่ทัพ ส่วนสุ่ยรั่วซิงก็เข้าใจว่านางอยู่กับอวิ๋นชีเฟิ่งจึงมิได้กังวล

ด้วยเหตุนี้ องค์หญิงผู้เป็นที่รักที่สุดแห่งแคว้นชิ่งเจ๋อจึงได้นอนหลับอยู่ในหอนางโลมตลอดทั้งคืน โชคดีที่เงินที่อวิ๋นชีเฟิ่งทิ้งไว้นั้นมากพอ แม่เล้าจึงรู้ความว่าในห้องมีแขกผู้สูงศักดิ์ มิกล้าให้ใครเข้าไปรบกวน สุ่ยอีอีจึงนอนหลับยาวจนถึงเช้า

"พี่อวิ๋น..." สุ่ยอีอีขยี้ตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเมื่อยขบไปทั้งเอว

เมื่อนึกถึงเรื่องราวน่าอายที่ตนเองส่งเสียงคร่ำครวญอยู่ใต้ร่างอวิ๋นชีเฟิ่งเมื่อคืน ใบหน้าของนางก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที

"พี่อวิ๋น ท่านอยู่ที่ใด?" นางมองไปรอบห้องที่ว่างเปล่า กลับไร้เงาของเขา

ขณะที่กำลังสงสัย นางพลันเห็นก้อนเงินวางอยู่บนโต๊ะ ริมฝีปากเล็กหยักยิ้มออกมา

'พี่อวิ๋นคงมีธุระด่วน และไม่อยากปลุกข้าจึงจากไปก่อน ทว่าเขายังคงเป็นห่วงข้า ถึงขนาดทิ้งเงินไว้ให้ข้าเป็นค่ารถม้ากลับวัง'

นางหน้าแดงพลางหยิบอาภรณ์บนพื้นมาสวมใส่ เมื่อเห็นรอยแดงพรายพืดตามผิวกายขาวนวลประดุจไขมันแพะ นางก็เขินอายจนต้องเอามือปิดหน้า

แม้ใจจะอยากไปหาอวิ๋นชีเฟิ่งทันที ทว่าอาภรณ์ของนางฉีกขาด ทั้งยังมีสภาพมิม่ามองเช่นนี้ หากไปจวนแม่ทัพ พี่หญิงรั่วซิงต้องซักไซ้แน่นอน นางมิได้กลัวเสด็จพ่อกริ้ว ทว่าเกรงว่าเสด็จพ่อและพี่หญิงจะตำหนิพี่อวิ๋น

นางจึงพยุงร่างกายที่อ่อนล้า เดินออกจากหอว่านฮวาภายใต้สายตาพินิจพิจารณาของแม่เล้า ก่อนจะแวะซื้อผ้าคลุมไหล่ที่ร้านค้าใกล้ๆ และเช่ารถม้ากลับวัง

สุ่ยอีอีคิดว่าอวิ๋นชีเฟิ่งคงจะรีบมาหานางในเร็ววัน ทว่านางรอจนกระทั่งสุ่ยรั่วซิงพาหลงฉีหลินเข้าวังมาหา ก็ยังไร้เงาอวิ๋นชีเฟิ่ง

"พี่หญิงรั่วซิง พี่อวิ๋นมิได้มาพร้อมท่านกับฉีหลินหรือเจ้าคะ?" ในอุทยานหลวง สุ่ยอีอีขยำผ้าเช็ดหน้าพลางเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง

"ไม่ได้มานี่" สุ่ยรั่วซิงมองดูน้องสาว นางย่อมดูออกว่าในใจอีกฝ่ายคิดสิ่งใด

"พี่อวิ๋น... เขาคงงานยุ่งมากใช่ไหมเจ้าคะ?" สุ่ยอีอีถามตะกุกตะกัก ใบหน้าเริ่มแดงซ่าน

"อีอี เจ้าชอบชีเฟิ่งจริงๆ หรือ?" สุ่ยรั่วซิงดึงมือน้องสาวมานั่งในศาลาด้วยความเอ็นดู

"เจ้าค่ะ!" สุ่ยอีอีหน้าแดงจนแทบจะมีหยาดเลือดซึมออกมา

"เจ้าเคยคิดหรือไม่ว่าชีเฟิ่งชอบสตรีแบบใด?"

คำถามของพี่สาวทำให้สุ่ยอีอีเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตกะพริบปริบๆ

เห็นท่าทางซื่อบื้อของน้องสาว สุ่ยรั่วซิงก็ลูบผมของนางเบาๆ "อันที่จริง ชีเฟิ่งไม่ค่อยชอบสตรีที่รุกร้ำหนักมือเกินไป คนที่รุมล้อมเขาช่างมีมากมายนัก เขาคงจะรู้สึกเบื่อหน่าย ดังนั้นยิ่งเจ้าตามตื๊อเขา เขาก็ยิ่งจะหลบหน้าเจ้า"

'มิน่าเล่าเขาถึงไม่มาหาที่แท้ก็เพราะเหตุนี้เอง' สุ่ยอีอีทำหน้ามุ่ย "แล้วข้าควรทำอย่างไรดีเจ้าคะ? ที่ผ่านมาข้าเอาแต่ตามติดเขาตลอดเลย"

"ก็ลองให้เวลาเขาสักสองสามวัน เมื่อเขาเริ่มโหยหาความดีของเจ้า เขาจะมาหาเจ้าเอง" สุ่ยรั่วซิงยิ้มให้กำลังใจ "อย่าเพิ่งท้อแท้ พี่จะช่วยเจ้าเอง"

สุ่ยอีอีพยักหน้ารับคำ นางตัดสินใจแล้วว่า หากอวิ๋นชีเฟิ่งไม่มาหานางก่อน นางจะขอตัดใจไม่ไปหาเขาเด็ดขาด

ทว่าผ่านไปเพียงสามวัน สุ่ยอีอีก็เริ่มทนไม่ไหว

กลางวันทานข้าวไม่ลง กลางคืนนอนไม่หลับ เพียงสามวันนางก็ซูบผอมลงไปถนัดตา

"เฮ้อ..." นางขังตัวอยู่ในห้อง เด็ดกลีบดอกไม้ในแจกันหยกเล่น "พี่อวิ๋น เมื่อใดท่านถึงจะนึกถึงอีอีบ้างนะ?"

กลีบดอกไม้ร่วงหล่นลงทีละกลีบ ราวกับคำตัดพ้อต่อความไร้เยื่อใยของเขา... หรือของนางเองกันแน่

...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel