ตอนที่ 4 เหยียดหยามนาง nc
อวิ๋นชีเฟิ่งถูกจ้องจนรู้สึกอึดอัด เอ่ยถามด้วยความรำคาญใจ "เจ้ามองสิ่งใด?"
"พี่อวิ๋น... ท่าน... ช่างงดงามเหลือเกิน" สุ่ยอีอีเริ่มลิ้นพันกันด้วยฤทธิ์สุรา นางอาศัยความกล้าขยับเข้าไปนั่งข้างกายเขา "พี่อวิ๋น... ท่านคือบุรุษที่งดงามที่สุด... ที่ข้าเคยพบ... งามยิ่งกว่าพี่รัชทายาทเสียอีก..."
"ท่านรู้ไหม... ข้าชอบท่าน... ชอบตั้งแต่แรกเห็น..." นิ้วมือเรียวของนางเอื้อมไปสัมผัสคิ้ว ดวงตา และสุดท้ายก็หยุดอยู่ที่ริมฝีปากบางของเขา
"พระสนมกุ้ยเฟยบอกว่า... บุรุษริมฝีปากบาง... มักจะไร้รัก (ป๋อฉิง) ... พี่อวิ๋น... ท่านเป็นเช่นนั้นหรือไม่..."
นางจ้องมองเขาด้วยดวงตาที่ฉ่ำน้ำราวกับกวางน้อยที่พลัดหลง อวิ๋นชีเฟิ่งรู้สึกใจสั่นไหวอย่างประหลาด ราวกับวิญญาณของเขาถูกดึงดูดเข้าไปในดวงตาที่ใสกระจ่างราวน้ำพุคู่นั้น
"เจ้า..." อวิ๋นชีเฟิ่งเพิ่งเอ่ยได้เพียงคำเดียว ก็รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แนบชิดริมฝีปาก เขาเบิกตากว้างมองใบหน้าแดงซ่านที่อยู่ตรงหน้า
นางบังอาจจุมพิตเขา!
อาจเพราะความเมามาย รสสัมผัสของนางจึงดูเงอะงะเก้กัง ริมฝีปากนุ่มนวลเพียงแค่แตะลงบนฝีปากของเขาเบาๆ ราวกับลูกนกหัดจิกอาหาร ทว่าสัมผัสอันไร้เดียงสานี้กลับทำให้ร่างกายของเขาเร่าร้อนขึ้นมาทันที และในพริบตานั้น เขาก็กลายเป็นฝ่ายควบคุม
เขาบดจูบลงบนริมฝีปากเล็กแดงฉ่ำนั้นอย่างรุนแรง กลิ่นสุราที่หลงเหลือผสมผสานกับความหวานละมุนจากกายนาง กลายเป็นความหอมที่เย้ายวนใจจนยากจะถอนตัว
สุ่ยอีอีรู้สึกเจ็บที่ริมฝีปากจนต้องถอยหนี ทว่าฝ่ามือใหญ่ของเขากลับกักขังทางถอยไว้ บีบรัดที่ท้ายทอยของนางจนนางต้องเบียดกายเข้าหาเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้...
ลิ้นหนาที่ร้อนฉ่ำตวัดเข้าไปดูดกลืนความหอมหวานในโพรงปากเล็กอย่างดูดดื่นมือหนาค่อยๆ เคลื่อนย้ายปลดเปลื้องอาภรณ์ของนางจากนั้นเขาก็ช้อนร่างบางที่อ่อนระทวยขึ้นไปบนเตียงใหญ่
บนเตียงสีแดงที่กว้างใหญ่มีร่างอันขาวโพลนราวหิมะของคนทั้งสองที่กำลังพัวพันกันอยู่
สุ่ยอีอีนั้นมึนเมายิ่งนัก นางไม่รู้ว่าพี่อวิ๋นจะทำอะไร แต่นางรู้สึกว่าทั่วทั้งร่างของนางเวลานี้ร้อนรุ่มจนแทบจะหายใจไม่ออก
อวิ๋นซีเฟิงดูดกลืนสองเต้างามที่ชูชันอย่างเคลิบเคลิ้ม มือเรียวลูบไล้ร่างบางอันเนียนนุ่มสัมผัสไปทั่วทุกซอกมุม ดวงตาหงส์คู่งามของเขาตวัดขึ้นมองใบหน้างามที่เวลานี้สุกปลั่งเหมือนผลตำลึงงดงามจนต้องหยุดหายใจ
เขาใช้หัวเข่าดันขาเรียวเล็กของนางให้ถ่างออกในขณะที่มือยาวก็จับทวนแท่งหยกรูดไปมาจดจ่อตรงปากถ้ำงาม
สุ่ยอีอีรู้สึกหายใจติดขัดฤทธิ์สุราทำให้นางสติพร่าเลือน ความรู้สึกที่ถูกเขาดูดกลืนยอดปทุมถันบีบเคล้นลูบไล้บางเบาราวขนนก บางครั้งก็จมดิ่งในเหวลึกหาทางออกไม่เจอ
ในช่วงเวลาที่เขาสุดจะควบคุมความต้องการมือหนาของเขาก็กดแท่งหยกอันใหญ่โตเข้ามาในร่างของนางอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ทันให้สุ่ยอีอีตั้งตัว
พรึ่บ ฉึก!
"อ๊า!!จะ~~เจ็บ... จะเจ็บเจ้าค่ะพี่อวิ๋น~~"
ในตอนที่อวิ๋นชีเฟิงดันแท่งหยกอันใหญ่ร้อนของเขาเข้าไปในถ้ำรักของนางคราวเดียวจนปลายหยกชนเข้ากับผนังด้านในสุ่ยอีอีถึงได้สะดุ้งสุดตัวกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บแทบจะขาดใจ
"พี่อวิ๋นขะ ข้าเจ็บ!..เจ็บมาก.." นางพร่ำบอกเขาพลางยกมือขึ้นควานหาที่ยึดเหยี่ยว
ยามนี้บนใบหน้าหล่อเหลาของอวิ๋นชีเฟิงนั้นแดงก่ำราวกับกำลังต่อสู้กับความอดทน เขามองดูใบหน้างามใต้ร่างที่กำลังส่ายไปมาร่างบางสั่นน้อยๆ ด้วยความรู้สึกซับซ้อนเล็กน้อยแต่ทว่าก็แค่เพียงชั่วครู่เท่านั้น ใบหน้าหล่อเหลาก็กลับมาเย็นชาและยกยิ้มเย้ยหยันขึ้น
อวิ๋นชีเฟิ่งไม่สนใจความเจ็บปวดของนาง เขาจับขาเรียวงามถ่างออกกว้างเอวสอบขยับเข้าออกอย่างรุนแรงและหนักหน่วงราวกับจะตอกความเกลียดชังฝังเข้าไปในร่างของนางอย่างมิดชิด
ความคับแน่นในถ้ำรักของนางบีบรัดแท่งหยกของเขาจนร่างหนาสั่นสะท้าน เขากระแทกแท่งหยกร้อนเข้าออกอย่างรุนแรงแม้ความรู้สึกเกลียดชังนางจะมีมากแต่เขาก็ต้องยอมรับว่าความรู้สึกเสียวซ่านในตอนนี้ทำให้เขาลุ่มหลง
สุ่ยอีอีที่เจ็บแสบในครั้งแรกตอนนี้ร่างบางที่ถูกเขาจู่โจมเข้ามาอย่างหนักหน่วงรุนแรงก็ครางครวญเสียงแว่วหวานสลับกับเสียงครางต่ำของเขาในยามที่ล่องลอย
ยิ่งเขาขยับเอวสอบเข้าออกเร็วๆและรุนแรงสุ่ยอีอีก็ยิ่งรู้สึกจุกเสียวจนยากจะทานทน
"อื้อ~~~อื้ม~~"
เสียงหวานครวญครางไม่หยุดอวิ๋นชีเฟิงที่ตั้งใจจะหยามเกียรตินางเพียงครั้งเดียวกลับรู้สึกไม่เพียงพอ สุดท้ายในตอนนี้จวบจนล่วงเลยไปสองชั่วยามสามเค่อเขาก็ยังคงสอดใส่ในร่างของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่หยุดหย่อน
แม้ว่านางจะหลับไปแล้วเขาก็ยังไม่คิดจะหยุด เขาตักตวงความสุขสมจากร่างบางครั้งแล้วครั้งเล่าจวบจนเลยค่อนคืนพายุที่โหมกระหน่ำถึงได้สงบลง
อวิ๋นชีเฟิงถอนแท่งหยกของตนออกมา มองดูร่างของสุ่ยอีอีที่สั่นระริกเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจ เขาสูดลมหายใจเพื่อปรับอารมณ์ พลันเช็ดมือที่เปื้อนคราบรักกับผ้าห่มจนสะอาด
หลังจากล้างมือสวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อย อวิ๋นชีเฟิ่งก็หยิบถุงเงินออกมาวางลงบนโต๊ะ "สุ่ยอีอี เจ้าจงจำไว้... เจ้าก็มิได้ต่างจากนางโลมชั้นต่ำในหอว่านฮวาแห่งนี้หรอก เป็นเพียงสตรีที่บุรุษใช้เงินซื้อหามาเพื่อความสำราญเท่านั้น"
ทว่าดรุนีน้อยที่กำลังหลับนางกลับไม่ได้ยินคำพูดอันโหดร้ายของเขา นางยังคงหลับตาพริ้ม ขนตายาวทอดเงาลงบนพวงแก้มที่ยังคงแดงซ่าน
.
