8
ยามที่เสิ่นเสว่หยางฟื้นคืนสติขึ้นมา สตรีที่เคยนอนเคียงข้างเขาก็อันตรธานหายไปแล้ว เพราะมั่นใจว่านี่จะต้องเป็นแผนการของใครบางคนอย่างแน่นอน เมื่อตื่นขึ้นมาจึงเร่งรีบแต่งตัวและก้าวออกไปจากห้องนอนเล็ก ๆ แห่งนี้ในทันที ก่อนจากไปนั้นเขาจึงได้เห็นว่าบนที่นอนมีร่องรอยสีแดงชาดที่บ่งบอกว่าสตรีผู้นั้นยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง ชายหนุ่มมองมันอยู่ครู่หนึ่งอย่างครุ่นคิด เขาทำแค่เพียงพลิกที่นอนกลับด้าน จากนั้นก็เร่งรีบออกมาจากที่นั่น
ตอนเขาเดินทางกลับมายังตำหนักรับรอง จึงได้รู้ว่านี่คือเขตพระราชฐานชั้นใน ซึ่งที่นั่นเป็นตำหนักของใครนั้นเขามิอาจรู้ โชคดีที่เขาตื่นและหลบหนีออกมาได้ทันเวลา ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง เขาพลันได้เห็นขันทีและทหารราชองครักษ์กลุ่มหนึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังตำหนักที่เขาเพิ่งจะหลบหนีออกมา
ไม่นานก็มาถึงตำหนักรับรอง ทันทีที่ฉีอิงเห็นหน้าของผู้เป็นนายก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ ทรงหายไปไหนมาทั้งคืน” ฉีอิงแสดงความเป็นห่วง หากทรงกลับมาช้ากว่านี้อีกนิด เขาคงได้สั่งให้คนออกตามหาแล้ว
เสิ่นเสว่หยางไม่ได้พูดสิ่งใด ผู้เป็นอ๋องยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ ออกมา จากนั้นจึงเดินเข้าห้องปิดประตู ไม่ให้ฉีอิงตามเข้ามา
ฝ่ายผู้เป็นองครักษ์เองเมื่อเป็นเช่นนั้นก็ทำสิ่งใดไม่ได้
“ปลายยามซื่อมาปลุกข้าด้วย” เขาตะโกนสั่งการออกมา
“พ่ะย่ะค่ะ” ฉีอิงรับคำจากนั้นถอยหลังออกมาปล่อยให้พระองค์อยู่ตามลำพัง
เมื่อคนของสือเชี่ยนล่าถอยไปแล้ว เยียนจือจิ้งจึงรีบร้อนกลับไปที่ห้องพักแห่งนั้น เมื่อไปถึงก็พบว่าทุกอย่างถูกค้นจนกระจัดกระจาย นางจำได้ว่าค่ำคืนแรกของสตรีมักจะพบเลือดพรหมจรรย์อยู่บนที่นอน จึงตรงดิ่งเข้าไปสำรวจที่นอนเมื่อคืนนี้ แล้วจึงได้เห็นว่ามันถูกพลิกกลับด้าน เยียนจือจิ้งเดาว่าน่าจะเป็นเขาที่ลงมือทำเช่นนี้ หากเป็นฝีมือคนของสือเชี่ยนคงใช้เรื่องนี้มาจัดการนางไปแล้วแน่ ๆ
เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เสี่ยวหลิงจื่อและจูซินโผล่หน้าเข้ามาพอดี ทั้งสองคนเป็นคนที่นางไว้ใจได้
“สั่งให้ทุกคนออกไปให้หมด” ผู้เป็นองค์หญิงออกคำสั่ง
“เพคะ?” จูซินทำหน้าฉงน
“ส่วนเสี่ยวหลิงจื่อมานี่เดี๋ยวนี้”
ทั้งสองคนยังคงยืนนิ่งทำหน้าฉงนไม่เข้าใจเจตนาขององค์หญิง เยียนจือจิ้งจึงหันไปถลึงตาใส่ทั้งคู่ ทั้งสองคนรู้ตัวจึงรีบทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว
เสี่ยวหลิงจื่อจัดการนำฟูกนอนออกมาจากห้องบรรทมเล็กตามรับสั่ง ส่วนจูซินที่กลับมานั้นถูกสั่งให้ไปเตรียมเชื้อเพลิงมาจุดไฟ
“องค์หญิงจะรับสั่งให้เผาที่นอนจริง ๆ หรือเพคะ ยังใหม่อยู่เลย” จูซินถามเพื่อความแน่ใจ
“ข้าสั่งให้ทำอะไรก็ทำ” เยียนจือจิ้งกล่าวเสียงแข็งกร้าว
เมื่อเป็นเช่นนั้นทั้งสองคนก็ไม่เอ่ยถามอีก พริบตาเดียวทั้งฟูกนอนผ้าห่มและผ้าปูก็ถูกเผาจนเหลือแค่เพียงเถ้าถ่าน เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ตนเองต้องการแล้ว นางจึงถอนหายใจอย่างโล่งใจ แล้วจึงออกคำสั่งให้คนอื่นเข้ามาเก็บกวาดภายในตำหนักอีกครั้ง
องค์หญิงอิ๋งซางมักจะมีการกระทำบางอย่างที่ดูไร้เหตุผลอยู่เสมอ ทุกคนต่างชินชากับพฤติกรรมเช่นนี้ของนาง จูซินและเสี่ยวหลิงจื่อจึงไม่ได้แสดงความสงสัยใด ๆ ต่อเรื่องเมื่อครู่นัก
จำได้ว่าเมื่อเดือนที่แล้วนางบอกว่าชุดพิธีการที่จะสวมใส่ในเดือนนี้ไม่ประณีต คุณภาพไม่ดี นางจึงไม่พอใจและลงมือทำลายชุดนั้นจนกลายเป็นเศษผ้า ลำบากกรมภูษาต้องเร่งรีบตัดเย็บชุดใหม่ให้ทันเวลา พวกเขาไม่ได้หลับไม่ได้นอน สุดท้ายแล้วก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เรื่องนี้แม้แต่องค์จักรพรรดิก็มิได้ตรัสสิ่งใด ได้แต่ปล่อยผ่านเลยตามเลย แล้วมีหรือคนอื่น ๆ จะกล้าพูดทัดทาน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ก็คงจะเป็นเพียงพฤติกรรมเอาแต่ใจดังเช่นปกติเหมือนที่ผ่านมากระมัง
“องค์หญิง แล้ววันนี้จะเสด็จไปร่วมงานเลี้ยงในสวนหรือไม่เพคะ” จูซินถามต่อ
เยียนจือจิ้งเงียบไปสักครู่แล้วตอบคำถาม
“ข้าไม่สบาย ไม่อยากไป” นางกล่าวแค่เพียงสั้น ๆ
เสี่ยวหลิงจื่อและจูซินก็เข้าใจได้ในทันทีและรู้ว่าทรงไม่ต้องการให้พวกนางถามสิ่งใดต่อไปอีกให้วุ่นวาย
เมื่อทุกคนจัดการพื้นที่ที่คนของสือเชี่ยนทำวุ่นวายเอาไว้แล้ว คนตัวเล็กจึงกลับเข้าไปในห้อง แล้วนั่งทบทวนไตร่ตรองเรื่องราวที่เกิดขึ้น พยายามคิดให้ออกว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้สือเชี่ยนกล้าลงมือทำเช่นนี้ หรืออาจจะเป็นเพราะเขาเกลียดนาง เขาจึงตั้งใจลงมือกำจัดนางออกไปให้พ้นทาง
นางมีสถานะเป็นถึงองค์หญิงที่ถือกำเนิดมาจากฮองเฮา เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของเสด็จพี่รัชทายาท ในแผ่นดินนี้คนที่นางต้องก้มศีรษะให้มีแค่เพียงเสด็จพ่อและเสด็จพี่เท่านั้น หรือว่า... เขาคิดจะกบฏจึงลงมือกับนางเช่นนี้ หากเป็นเช่นนี้ บัลลังก์ของเสด็จพี่ก็จะไม่มั่นคงน่ะสิ
ไม่ได้การแล้ว ที่นางต้องทำในตอนนี้คือบอกเรื่องนี้ให้เสด็จพ่อรับรู้ แต่ทว่าเมื่อคิดถึงความโปรดปรานที่เสด็จพ่อทรงมีให้แก่สือเชี่ยนแล้ว หากนางไม่มีหลักฐานแน่ชัด พูดไปพระองค์จะต้องไม่เชื่ออย่างแน่นอน เยียนจือจิ้งจึงวางความคิดวู่วามชั่ววูบของนางลงไปก่อน ตอนนี้ที่ต้องทำคือหาหลักฐานมาเอาผิดเขาให้ได้เสียก่อน
แล้วถ้าเป็นเสด็จพี่ล่ะ ถูกต้องแล้วเรื่องนี้นางจะต้องปรึกษาเสด็จพี่ เพราะอย่างไรนางก็เป็นน้องสาวเขา ซึ่งเขาเองก็แสดงออกอยู่บ่อยครั้งว่าไม่ชอบสือเชี่ยน หากนางบอกเรื่องนี้เสด็จพี่จะต้องเชื่อนางอย่างแน่นอน
