บท
ตั้งค่า

6

“เจ็บ” นางรู้ว่าเจ็บแต่ไม่รู้ว่าจะเจ็บถึงเพียงนี้ เยียนจือจิ้งรู้สึกว่าร่างกายของตนเองนั้นราวกับจะฉีกขาดออกจากกัน คนตัวเล็กกอดเขาแน่น อีกทั้งยังใช้ปลายเล็บจิกลงไปบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความเจ็บปวด

เสิ่นเสว่หยางอดทนเป็นอย่างยิ่ง ด้วยภายในกายนางตอดรัดเขาจนแทบคลั่ง และเพราะยิ่งรอช้านางก็จะยิ่งเจ็บปวด ชายหนุ่มผละออกแล้วจุมพิตสองเต้าอวบของนางอีกครั้ง เมื่อคนตัวเล็กผ่อนคลายลงจึงกดแก่นกายของตนสอดแทรกเข้าไปในกายนางทั้งลำ ทะลวงผ่านเยื่อบางที่ขวางกั้นจนขาดสะบั้น หยาดโลหิตพรหมจรรย์หลั่งรินอาบชโลมความเป็นชาย เป็นเครื่องยืนยันถึงความบริสุทธิ์ผุดผ่องของสตรีใต้ร่าง จากนั้นแช่ค้างเอาไว้ไม่ยอมขยับในทันที เพื่อรอให้นางปรับตัวได้

“ฮึก...” เยียนจือจิ้งน้ำตาคลอ ภายใต้ความมืดมิดยามราตรีนางมองไม่เห็นใบหน้าของเขา อยากรู้จริง ๆ ว่าเขากำลังแสดงสีหน้าเช่นไร เหตุใดจึงใจร้ายลงมือกับนางได้ลงคอ “ฮึก... ท่านใจร้ายมาก” นางต่อว่าแล้วกัดแขนเขาแรง ๆ เพื่อระบายโทสะ

แรงมีเท่าแมวข่วน กัดไปมีแต่นางจะเจ็บตัว แต่กระนั้นเขาก็ปล่อยให้นางกัดตามอำเภอใจ

ตอนที่เขาเริ่มขยับกาย ความรู้สึกเจ็บปวดค่อย ๆ มลายหายไป ความเสียวซ่านบางอย่างเข้ามาแทนที่ เมื่อนางเริ่มโอนอ่อนและผ่อนคลาย เสิ่นเสว่หยางจับเอวคอดเล็กของนางเอาไว้แล้วตอกอัดความเป็นชาย สอดแทรกตัวตนแข็งแกร่งให้นางกลืนกินจนสุดทาง

“อาห์...” เมื่อความเจ็บปวดจางหายความเสียวซ่านก็เข้ามาแทนที่ เยียนจือจิ้งเองก็เช่นกัน ร่างเล็กเผลอร้องครางขึ้นในลำคอเป็นระยะตามจังหวะการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย

เขาพึงพอใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้ยินอีกฝ่ายร้องครางเสียงหวาน ชายหนุ่มถาโถมกายเข้าใส่อย่างดุดันและหยาบโลน เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องสะท้อนแข่งกับเสียงหอบหายใจ แก่นกายใหญ่โตเสียดสีกับผนังเนื้อนุ่มที่ตอดรัดรุนแรงจนเกิดเสียงน่าละอาย น้ำหวานใสทะลักทลายออกมาชโลมอาบความแข็งขืนจนชุ่มฉ่ำ ยิ่งนางตอดรัด เขาก็ยิ่งกระแทกกระทั้นอย่างบ้าคลั่ง ปรนเปรอความเสียวซ่านจนร่างเล็กแอ่นหยัดรับสัมผัส โยกคลอนไปตามแรงอารมณ์ราวกับเรือลำน้อยกลางพายุ

เสิ่นเสว่หยางกระแทกเอวสอบต่ออีกไม่กี่ครั้ง ก็ปลดปล่อยธารน้ำพิสุทธิ์ลึกเข้าไปในกายนางจนเอ่อล้น สายธารอุ่นร้อนฉีดพ่นชโลมผนังนุ่มระลอกแล้วระลอกเล่า เติมเต็มความปรารถนาจนล้นทะลักออกมาตามง่ามขา

คนตัวเล็กกระตุกเกร็งถึงฝั่งปรารถนาไปพร้อมกัน นางกรีดร้องเสียงหลงพร้อมกับฝังคมเล็บลงบนแผ่นหลังกว้าง ร่างกายบอบบางอ่อนระทวยราวกับขี้ผึ้งลนไฟ ลมหายใจของทั้งคู่สอดประสานกันท่ามกลางความมืดมิด เสิ่นเสว่หยางซบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น มือหนาเลื่อนลงไปสอดประสานกุมมือน้อยของนางเอาไว้ ทว่ายามที่ปลายนิ้วแกร่งเกลี่ยไล้ไปตามหลังมือบางกลับสะดุดเข้ากับผ้าพันแผลผืนหนาที่พันทบอยู่รอบฝ่ามือ แผลพุพองด้านในนั้นคล้ายจะยังอุ่นวาบจากพิษไข้ ชายหนุ่มขมวดคิ้วในความมืด ครุ่นคิดว่านางกำนัลชั้นต่ำเหตุใดจึงมีบาดแผลและได้รับการใส่ใจพันแผลอย่างดีเช่นนี้

ชายหนุ่มสลัดความคิดนั้นทิ้งไปก่อนที่ไม่นานฤทธิ์ยาจะชักนำพวกเขากลับเข้าสู่วังวนแห่งตัณหาอีกครั้งและอีกครั้งตลอดทั้งค่ำคืน

 

เพราะเยียนจือจิ้งมักจะตื่นก่อนฟ้าสางอยู่เสมอ ยามนี้นางรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาแล้ว ท้องฟ้าด้านนอกยังคงมืดสนิทเช่นดังเคย แม้จะมีอาการวิงเวียนหลงเหลืออยู่ แต่ทว่านางมิสามารถโอ้เอ้รีรอให้ชายหนุ่มที่กักขังนางเอาไว้ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่านางเป็นใครได้อีก

ร่างเล็กฉวยโอกาสตอนที่เขาพลิกกายเปลี่ยนท่า รีบคลานลงจากเตียงนอนอย่างเงียบเชียบ ท้องฟ้าด้านนอกค่อย ๆ ทอประกายแสงสีทองเรืองรอง ทำให้นางพอจะมองเห็นข้าวของส่วนตัวที่ถูกถอดทิ้งกระจัดกระจายไปทั่วทั้งห้อง จากนั้นจึงรีบสวมใส่อาภรณ์พร้อม ๆ กับการกวาดสายตาไปโดยรอบห้องเพื่อมองให้ชัดว่าไม่หลงเหลือสิ่งใดที่สามารถใช้ระบุตัวตนของนางได้

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เยียนจือจิ้งก็รีบสาวเท้าออกไปจากห้องพักแห่งนี้ในทันที

เมื่อออกมาจากห้องพักนั้นจึงได้รู้ว่านางอยู่ในตำหนักของตนเอง เพียงแต่เข้าผิดห้องไปสักหน่อย ก่อนที่นางกำนัลจะลุกขึ้นมาทำหน้าที่ของตน เยียนจือจิ้งก็เข้าไปในห้องบรรทมของตนเองเรียบร้อยแล้ว เสื้อผ้าอาภรณ์ที่นางสวมใส่เมื่อคืนนั้นถูกถอดออกและนำไปกองรวมกับเสื้อผ้าตัวอื่นที่ใส่แล้ว

หัวสมองเล็ก ๆ คิดทบทวนเรื่องราวเมื่อคืนให้ดี ๆ ว่ามันเกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่

คนตัวเล็กนั่งมองตนเองในกระจก ก่อนจะพบว่าต้นคอของนางเต็มไปด้วยรอยตราประทับสีแดงกุหลาบที่เสิ่นเสว่หยางสร้างเอาไว้ นางพยายามใช้ผ้าเช็ด แต่เช็ดอย่างไรก็เช็ดไม่ออก หากพวกนางกำนัลเข้ามาทำหน้าที่ของพวกนาง มีหรือจะไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel