บท
ตั้งค่า

5

ทันทีที่ปลายลิ้นร้ายของเขาสัมผัสส่วนนั้นของนาง เยียนจือจิ้งก็ดิ้นพล่านบิดเร่าไปมา นางรู้สึกเสียวซ่านจนแทบขาดใจ

“อาห์... อย่าทำเช่นนี้” นางส่งเสียงร้องครางกระสันขอความเห็นใจจากเขา เขาตั้งใจจะทำให้นางขาดใจตาย หรือไม่ก็ตั้งใจให้นางรู้สึกอายจนตายใช่หรือไม่

“...” เสิ่นเสว่หยางไม่ปล่อยให้นางได้มีอิสระอย่างที่นางต้องการ เขายังคงสอดลิ้นดูดกลืนความหอมหวาน ยิ่งเห็นนางทรมานเพราะความเสียวซ่านก็ยิ่งพอใจ ไม่นานร่างเล็กบอบบางก็สั่นไหวกระตุกเกร็งเพราะถึงฝั่งปรารถนา ชายหนุ่มดูดดื่มกลืนกินธารน้ำใสของนางจนไม่เหลือสักหยาดหยด

เยียนจือจิ้งนอนหมดแรง ลมหายใจหอบถี่ นึกแล้วก็รู้สึกดีที่ตอนนี้มืดมิดอีกทั้งยังเป็นยามราตรี ไม่ได้เห็นหน้ากันและไม่ได้รู้ว่าเขาเป็นใคร อาการจากฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดทุเลาเบาบางลงไปมาก เมื่อเป็นเช่นนี้นางจึงนึกเอาเองว่าคงพอได้แล้ว

“ข้าจะกลับตำหนัก” นางเอ่ยแล้วค่อย ๆ ยันตัวเองพยายามจะลุกขึ้นนั่ง

กลับตำหนัก? เสิ่นเสว่หยางคิดคำนวณเรื่องราวของนางในใจ นางมีตำหนักส่วนตัวของตัวเอง ดังนั้นแล้วจะต้องเป็นคนในวังหลวงอย่างแน่นอน ตัดเหล่าคุณหนูที่มาร่วมงานเลี้ยงในคืนนี้ออกไปได้เลย วงค้นหาค่อย ๆ แคบลงเรื่อย ๆ

“เจ้าไม่รู้สึกว่าตนเองเห็นแก่ตัวไปหน่อยหรือ” เสิ่นเสว่หยางจับแขนทั้งสองข้างของนางกดลงบนที่นอน

“เห็นแก่ตัว? ข้าทำเรื่องเห็นแก่ตัวเมื่อไรกัน” เยียนจือจิ้งมีแรงเถียงแล้ว สติที่เลอะเลือนไปชั่วครู่ก็ฟื้นคืนกลับมา นางไม่เห็นหน้าเขา แต่เดาว่าเขาจะต้องยิ้มอย่างชั่วร้ายอยู่เป็นแน่

“ข้าทำให้เจ้าเสร็จสมถึงสองครั้งสองคราแล้ว นึกจะจากไปเฉย ๆ เช่นนี้ ไม่เรียกว่าเห็นแก่ตัวแล้วจะให้เรียกว่าอะไร”

คนตัวเล็กอ้าปากพะงาบ ๆ พูดไม่ออกเถียงไม่ได้ นางเงียบไปอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามอย่างไร้เดียงสา

“มะ... เมื่อครู่นี้... เขาเรียกว่า... เสร็จสมอย่างนั้นหรือ” นางพูดตะกุกตะกักถามออกไปเพราะความไม่รู้ของตนเอง

เสิ่นเสว่หยางเหลือจะเชื่อ เขาโน้มใบหน้าลงไปกระซิบที่ข้างหูของนางแล้วขบเม้มเบา ๆ “ถูกต้อง เมื่อครู่นี้เรียกว่าเสร็จสม”

“อ้อ...” นางร้องอ้อเบา ๆ อย่างโล่งใจที่เมื่อครู่นี้นางไม่ได้ปัสสาวะราด

“แต่อย่าลืมว่าเจ้าเอาเปรียบข้านะ” เสิ่นเสว่หยางเอ่ยเตือน

“...” เยียนจือจิ้งเข้าใจดีว่าต้องไปถึงขั้นไหน เขาจึงจะพอใจ เรื่องพวกนี้แม้จะอยู่ในตำราแต่นางก็ไม่ใช่เด็กสาวที่ไม่รู้ความ

ตอนเขาพูดประโยคนั้นจบ เสิ่นเสว่หยางสัมผัสรับรู้ได้ว่านางตัวสั่นเล็กน้อย แม้จะเห็นใจอยู่บ้าง เพราะเขานั้นมิเคยคิดข่มเหงรังแกสตรี แต่เป็นเพราะในเวลานี้นั้นเขาเองก็ถูกพิษของยาปลุกกำหนัดเล่นงานอยู่เช่นเดียวกัน ที่เขาพูดออกไปว่าต้องการรับผิดชอบนาง ไม่ใช่คำพูดพกลมเลื่อนลอย แต่เขากล่าวออกมาด้วยความสัจจริง

“แม่นางไม่ต้องกลัว” ชายหนุ่มกระซิบเสียงพร่า “ข้าคือลิ่นอ๋องแห่งเป่ยชาง ดังนั้นแล้วอย่างไรข้าก็ต้องรับผิดชอบเจ้า” มาถึงขั้นนี้แล้วปิดบังไปก็ไร้ประโยชน์ เพราะเขามั่นใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกขณะว่านางเองก็เป็นเหยื่อเช่นกัน

“ลิ่นอ๋อง!” เยียนจือจิ้งได้ยินชื่อเขาแล้วนิ่งไป เทพสงครามผู้บ้าคลั่งแห่งเป่ยชางผู้นั้นน่ะหรือ เหตุใดนางจะไม่รู้จักเขา เมื่อหลายวันก่อนเป็นนางนั่นแหละที่ต้อนรับเขา หญิงสาวยังจดจำสายตาดูถูกเหยียดหยามของเขาได้อยู่เลย นางรู้ว่าเขารังเกียจองค์หญิงอิ๋งซาง เดิมทีชื่อเสียงของนางก็ไม่ดีอยู่แล้ว มีใครบ้างในแผ่นดินไม่รังเกียจองค์หญิงเช่นนาง ดังนั้นแล้วนางจึงคิดจะปิดปากให้เงียบ ไม่ให้เขารู้ว่าตนเองเป็นใครอย่างแน่นอน

“แล้วเจ้าเล่าคือใคร” เขาถามต่อ ในระหว่างนั้นชายหนุ่มก็ถอดเสื้อผ้าของตนเองออกจนตอนนี้ไม่เหลือเลยสักชิ้น ร่างกายของเสิ่นเสว่หยางไร้อาภรณ์ปกปิด แก่นกายขนาดใหญ่ขยับไปตามการขยับร่างกาย

“ข้าเป็นเพียงนางกำนัลผู้หนึ่งเท่านั้น” เยียนจือจิ้งปด แล้วจึงรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างขยับไปมาที่หน้าท้องของนาง

“นางกำนัล? ตำหนักใด” เขาถามต่อพลางจุมพิตหน้าผากกลมมนของนางอย่างอ่อนโยน

นางรู้สึกรำคาญสิ่งสิ่งนั้นที่ขยับไปมาอยู่ตรงหน้าท้องนางเหลือเกิน เยียนจือจิ้งพยายามขยับตัวหนีแต่กลับถูกบุรุษที่ตัวใหญ่กว่าตรึงเอาไว้

“ไม่ต้องรู้หรอก” นางบอกปัด “แล้วก็เอามีดสั้นของท่านออกไปจากหน้าท้องข้าด้วย”

เสิ่นเสว่หยางยิ้มร้าย ชายหนุ่มไม่เซ้าซี้ถามต่อ หากเขาอยากรู้ว่านางเป็นใคร เพียงพริบตาเดียวก็สืบเจอ

“มันไม่ใช่มีด” เขาบอก “แล้วก็... ครั้งแรกอาจจะเจ็บสักหน่อย” เสิ่นเสว่หยางพูดแล้วก็จุมพิตปลอบประโลม โดยไม่เปิดโอกาสให้นางได้ตั้งตัว

ร่างสูงจับขาทั้งสองข้างของนางแยกออกจากกัน จากนั้นค่อย ๆ สอดหัวหยักขนาดใหญ่แทรกเข้าไปในกายนางช้า ๆ
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel