3
ในขณะเดียวกันนางก็สัมผัสรับรู้ได้ถึงความปรารถนาในกาย ทุกการสัมผัสของเขาทว่ามันกลับช่วยเยียวยาอาการร้อนรุ่มเมื่อครู่นี้ได้ชะงัดนัก มือเล็กที่เคยผลักไส กลับกลายเป็นค่อย ๆ ขยับขึ้นไปคล้องต้นคออีกฝ่ายอย่างหลงลืมตัว
ถึงตอนนี้มือหนาหยาบของชายหนุ่มค่อย ๆ สัมผัสฟอนเฟ้นนางไปทั่วทั้งร่างอย่างหยาบคาย ฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้บีบเคล้นไปตามส่วนโค้งเว้า ปลุกปั่นอารมณ์เสียวซ่านจนช่องท้องน้อยปั่นป่วน กระแสความรุ่มร้อนแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย ร่องสวาทเบื้องล่างหลั่งหยาดน้ำแห่งความปรารถนาออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เป็นอีกครั้งที่เยียนจือจิ้งไม่รู้สึกโกรธเคือง ทว่ากลับปล่อยให้เขากระทำตามอำเภอใจได้อย่างน่าละอาย
เพราะก่อนหน้านางถอดชุดพิธีการออกไปแล้ว บนกายจึงเหลือเพียงอาภรณ์ชั้นในตัวบางเท่านั้น ในชั่วเวลาพริบตาเดียว เสื้อตัวในของนางก็ถูกชายหนุ่มคลายออกได้อย่างง่ายดาย เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องนวลเนียนที่บัดนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อ คนตัวเล็กสัมผัสรับรู้ได้ถึงอากาศที่หนาวเย็นยามที่ผิวกายปะทะกับสายลม ทว่าความหนาวเหน็บนั้นกลับถูกทดแทนด้วยไอร้อนผ่าวจากฝ่ามือและริมฝีปากของบุรุษเบื้องหน้า
“อาห์...” เยียนจือจิ้งเผลอส่งเสียงร้องครางออกไปอย่างหลงลืมตัว พอรู้ตนว่าทำเรื่องน่าละอาย ริมฝีปากอวบอิ่มที่ถูกชายหนุ่มแปลกหน้าจุมพิตจนบวมเจ่อก็เม้มเข้าหากันในทันที
เสิ่นเสว่หยางในเวลานี้นั้นก็มิอาจอดทนต่อความต้องการของตนเองได้อีกต่อไป เขากำลังถูกฤทธิ์ของยาปลุกกำหนัดสร้างความทรมานให้กับตนเอง เมื่อได้ยินเสียงร้องครางอันแสนยั่วยวนของคนตัวเล็กใต้ร่าง สติสัมปชัญญะก็ขาดผึง
“ข้าต้องการเจ้า...” ร่างสูงกล่าวเสียงพร่าต่ำ
“หมายความว่าอย่างไร?” นางถามกลับเพราะตีความคำพูดนั้นของเขาไม่ได้
ชายหนุ่มยันกายนั่งคุกเข่าก่อนจะถอดเสื้อผ้าที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นสุราออกอย่างรวดเร็ว แม้ว่าบนเตียงจะมืดจนมองแทบไม่เห็นอะไร แต่กระนั้นก็ยังพอมีแสงไฟราง ๆ ส่องเข้ามาด้านในอยู่บ้าง จึงทำให้นางเห็นว่าในตอนนี้เขากำลังทำสิ่งใดอยู่
“ไม่ได้” เยียนจือจิ้งรู้สึกผิดชอบชั่วดีขึ้นมาได้บ้าง นางรู้ว่าทำเช่นนี้ไม่ได้ ตอนนี้นางเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่เขาบอกว่าต้องการนางหมายความว่าอย่างไร ร่างเล็กขยับตัวถอยหนีจนกระทั่งแผ่นหลังติดกับหัวเตียง ทันทีที่ห่างออกมาจากเขา อาการรุ่มร้อนจากฤทธิ์ของบางสิ่งบางอย่างก็พลุ่งพล่านขึ้นมาในทันที หัวสมองพลันนึกย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ต่าง ๆ ก่อนที่ตนเองนั้นจะถูกชักนำเข้ามาสู่เรื่องราวนี้
สุราจอกนั้น! จะต้องเป็นเพราะสุราจอกนั้นแน่ ๆ นางเคยได้ยินเรื่องยาปลุกกำหนัดมาจากการอ่านหนังสือในห้องสมุดหลวง หากไม่ใช่เพราะมันนางเองก็นึกไม่ออกแล้วว่าจะมีเหตุใดทำให้นางไร้สติ และไร้สำนึกผิดชอบชั่วดีได้ถึงเพียงนี้
ที่นอนยวบลงเล็กน้อย เยียนจือจิ้งที่ขยับไปจนชิดหัวเตียงสัมผัสรับรู้ได้ถึงร่างกายของคนผู้หนึ่งที่กำลังขยับชิดเข้าหานางมากขึ้นเรื่อย ๆ สองขาเรียวหนีบเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว นางรู้ว่าวิธีการนี้สามารถช่วยให้นางคลายความทุกข์ทรมานจากตัวยาได้ลงเปลาะหนึ่ง
“ข้าจะรับผิดชอบเจ้า” เขาเอ่ย ในเมื่ออย่างไรนางก็อุตส่าห์ปีนขึ้นมาอยู่บนเตียงนอนของเขา หากหลับนอนกันไปก็ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของเขาคนหนึ่ง เมื่อคาดเดาจากปฏิกิริยาไร้เดียงสาเช่นนี้ ชายหนุ่มจึงเดาเล่น ๆ ว่านางเองก็คงเป็นเหยื่อของเหตุการณ์นี้เช่นกัน
“ท่านรับผิดชอบข้าไม่ไหวหรอก” เยียนจือจิ้งเถียงกลับ นางเป็นถึงองค์หญิง แบกภาระเอาไว้บนบ่ามากมาย เขากล้าดีอย่างไรถึงกล้าพูดว่าจะรับผิดชอบนาง
รับผิดชอบไม่ไหวงั้นหรือ? เสิ่นเสว่หยางเหยียดยิ้มมุมปาก มีสิ่งใดในหล้าที่เขารับผิดชอบไม่ไหว แค่สตรีเพียงคนเดียวไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงสำหรับเขา
เสิ่นเสว่หยางแค่นหัวเราะออกมาในทันทีที่นางบอกว่าเขารับผิดชอบนางไม่ไหว นางเป็นใครกันเล่าก็แค่สตรีที่ถูกส่งมาปีนเตียงลิ่นอ๋องแห่งแคว้นเป่ยชางก็เท่านั้นกระมัง
“เหตุใดข้าจะรับผิดชอบเจ้าไม่ไหว เจ้าเป็นใครกันเล่า ข้าถึงจะรับผิดชอบเจ้าไม่ได้” เขาเอ่ยถามเสียงหยัน
“ข้าคือ...” นางกำลังจะบอกว่าตนเองคือองค์หญิงอิ๋งซาง มีสถานะเป็นถึงองค์หญิงแห่งต้าเยียน แต่สุดท้ายแล้วก็กลืนคำพูดพวกนั้นลงท้อง ที่เขาพูดออกมาเช่นนั้นเพราะไม่รู้ว่านางเป็นใคร จึงกล้ารับปากว่าจะรับผิดชอบนาง ดังนั้นแล้วก็ควรปล่อยให้เขาไม่รู้ว่าเป็นนางต่อไปน่าจะดีกว่ามากนัก
“คือใคร?” เสิ่นเสว่หยางถามกลับ น่าเสียดายที่ในนี้มืดจนเกินไปจึงทำให้มองไม่เห็นว่าบัดนี้ สตรีตรงหน้ากำลังแสดงสีหน้าท่าทางเช่นไร “ในเมื่อเจ้าไม่บอกก็ไม่เป็นไร ข้ามีสารพัดวิธีการที่จะรู้ว่าเจ้าเป็นใคร”
“...” เยียนจือจิ้งพูดไม่ออกแม้เพียงครึ่งคำ
ตอนนี้นางทรมานเหลือเกินและนางต้องการเขา หากที่นางคาดเดานั้นไม่ผิด การหลับนอนกับบุรุษจะช่วยคลายฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดในกายของนางได้ นางรู้สึกว่าอีกไม่นานตนนั้นจะทนไม่ไหวอีกต่อไป ในเมื่อไม่มีทางรอดเหลือแล้ว ก็คงต้องเป็นเขาที่ช่วยให้นางก้าวข้ามความทรมานนี้
“ไม่ต้องรับผิดชอบข้า” เยียนจือจิ้งเอ่ยขึ้น
วงแขนเรียวเล็กขยับขึ้นคล้องลำคอของบุรุษตรงหน้า ทว่าในจังหวะนั้นผิวเนื้อบริเวณต้นคอแกร่งกลับสัมผัสได้ถึงความสากระคายของผืนผ้าหยาบ ๆ ผิดกับผิวกายส่วนอื่นของนางที่นุ่มลื่นดุจหยก เสิ่นเสว่หยางปรายตามองฝ่าความมืดสลัว เห็นรอยสีขาวของผ้าพันแผลพันทับหลังมือบางไว้ลวก ๆ ทว่าฤทธิ์ราคะที่กำลังพลุ่งพล่านกลับเหนี่ยวรั้งสติให้เขาเลิกใส่ใจความสงสัยนั้น แล้วก้มลงบดจูบตอบรับความร้อนแรงของนาง..