2
เสียงร้องครวญครางร้องขอความช่วยเหลือดังเล็ดลอดออกมาจากห้องห้องหนึ่ง ทั้งที่ตั้งใจจะไม่ยุ่งเกี่ยวข้องแวะกับใครก็ตาม แต่กระนั้นก็ไม่สามารถห้ามตนเองไม่ให้เดินไปยังทิศทางของต้นเสียงได้ ชายหนุ่มก้าวเท้าช้า ๆ พลางคลายคอเสื้อของตนเองเล็กน้อยเพื่อระบายความร้อนรุ่มในกาย
“ใครก็ได้ช่วยข้าที” เยียนจือจิ้งถูกขันทีสองคนพามายังห้องพักแห่งหนึ่ง แทนที่จะเป็นตำหนักอาคเนย์ กลับพานางมาทิ้งไว้ที่ใดไม่รู้
ร่างเล็กถูกผลักขึ้นไปนอนอยู่บนเตียงนุ่ม ความร้อนรุ่มก่อกำเนิดขึ้นทีละเล็กทีละน้อย ความปรารถนาอันวาบหวามในกายเพิ่มพูนมากขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ คนตัวเล็กถอดอาภรณ์พิธีการหนักอึ้งของตนเองออกทีละชิ้นอย่างหลงลืมตัว ผิวพรรณขาวผ่องเริ่มแดงซ่าน นางเองก็อยากรู้สาเหตุที่ตนนั้นเป็นเช่นนี้
เอี๊ยด...
ประตูห้องพักที่นางถูกส่งเข้ามาถูกใครบางคนเปิดออก น่าเสียดายที่ในนี้มืดเกินไป ทำให้นางมองเห็นได้ไม่ชัดว่าใครกันที่ปรากฏตัวอยู่ในห้องพักของนางในเวลานี้
“จูซิน... เป็นเจ้าหรือไม่ ช่วยข้าด้วย... ข้าร้อนเหลือเกิน” นางคิดเอาเองว่าคือจูซินซึ่งเป็นนางกำนัลคนสนิทของตนเอง
เจ้าของเสียงหวานเอ่ยชื่อคนผู้หนึ่งขึ้นมาทันทีที่เขาเปิดประตูห้อง นอกจากนั้นภายในห้องยังมีกลิ่นหอมของบางสิ่งบางอย่างอบอวลไปทั่วบริเวณ กลิ่นหอมประหลาดยิ่งกระตุ้นปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนบางอย่างของตนเองให้ตื่นขึ้น
เพราะอีกฝ่ายไม่ตอบเสียที เยียนจือจิ้งจึงลุกขึ้นเปิดม่านออกไป ก่อนจะเดินไปชนเข้ากับร่างแกร่งของคนผู้หนึ่ง
“เจ้าเป็นใคร” ไม่ใช่! ไม่ใช่ทั้งจูซิน ไม่ใช่เสี่ยวหลิงจื่อ แต่ทันทีที่อีกฝ่ายจับข้อมือของนางเอาไว้ ความรุ่มร้อนในกายก็พลันมลายจางหายไปชั่วขณะ
“แล้วเจ้าล่ะเป็นใคร” เสิ่นเสว่หยางถามกลับพร้อมโอบร่างเล็กนุ่มนิ่มเอาไว้ในอ้อมแขนแกร่ง
“ข้าถามเจ้าก่อน” เยียนจือจิ้งแหวใส่เขา น้ำเสียงเจือความเอาแต่ใจดั่งเช่นเคย
“เอาแต่ใจเสียจริง” เสิ่นเสว่หยางจับมือทั้งสองข้างของนางเอาไว้แน่น ความรู้สึกในตอนนี้กลับพบว่าผิวของนางเนียนนุ่มและเย็นยิ่งนัก
“ท่านสิเอาแต่ใจ” เยียนจือจิ้งไม่ยอมแพ้ พลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ เพื่อดูให้ชัดว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แต่ทว่าเพราะห้องนี้มืดจนเกินไป แม้จะพยายามเพ่งมองแล้ว แต่ก็มองไม่เห็นว่าอีกฝ่ายหน้าตาเป็นเช่นไร
ความอดทนของเสิ่นเสว่หยางมีจำกัด ชายหนุ่มใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงผิวนุ่มของนางตามสัญชาตญาณปรารถนา การกระทำเช่นนั้นของอีกฝ่าย ทำเอาเยียนจือจิ้งขนลุกซู่ไปทั้งร่าง แม้จะรู้ว่าไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสม แต่นางกลับมิอาจห้ามความปรารถนาอันเร่าร้อนบางอย่างของตนเองได้
“เจ้าต้องการหรือไม่” เสิ่นเสว่หยางเอ่ยถามเสียงพร่าพลางยกมือเล็กข้างหนึ่งขึ้นมาจุมพิตอย่างอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความเว้าวอน
ต้องการ... ในเวลานี้นางกำลังต้องการสิ่งใดอย่างนั้นหรือ หรือว่าเขากำลังพูดถึงความทรมานนี้ที่นางกำลังเผชิญอยู่
“ช่วยข้า...” เยียนจือจิ้งพูดออกไปอย่างไร้เดียงสา..
เยียนจือจิ้งกล่าวยังไม่ทันจบประโยคดี ริมฝีปากหยักลึกของบุรุษแปลกหน้าก็ประทับลงมาที่ริมฝีปากนาง คนตัวเล็กตาเบิกโพลง กำลังจะกรีดร้องขอความช่วยเหลือ แต่กลายเป็นว่านางเป็นฝ่ายเปิดริมฝีปากให้เขารุกล้ำเข้ามาอย่างไม่ตั้งใจ
เขาปล่อยมือทั้งสองข้างของนาง จากนั้นจึงใช้มือข้างหนึ่งขยับเลื่อนลงมาจับรั้งเอวเล็กบอบบางของนางเอาไว้ มือหนาหยาบของชายหนุ่มนั้นเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง ซึ่งช่วยดับความรุ่มร้อนในกายนางได้ในพริบตาเดียว
เยียนจือจิ้งไม่เคยจูบใครมาก่อน เมื่อถูกเขาตะโบมจูบลงมา ท่าทางจึงเต็มไปด้วยความเงอะงะไร้เดียงสา มือทั้งสองข้างที่ไร้พันธนาการทุบตีไปที่เขาในทันทีที่นางตั้งสติได้
“ไม่ใช่” คนตัวเล็กพยายามกล่าวด้วยน้ำเสียงพร่าสั่น
ร่างสูงถอนจุมพิตอย่างอ้อยอิ่ง “หมายความว่าอย่างไรที่บอกว่าไม่ใช่” เขาถามพลางผลักดันร่างเล็กของนางให้ถอยร่นชิดเข้าไปด้านในมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งเสียหลักล้มลงไปบนเตียงนอนนุ่ม
“ที่บอกให้ช่วย ไม่ได้หมายถึงเรื่องเช่นนี้” เยียนจือจิ้งบอก พร้อมกับใช้สองมือทั้งผลักทั้งดัน หมายจะให้เขาถอยออกไปให้พ้นตัว
นี่คงเป็นมารยาหนึ่งของสตรี เขาพอจะคาดเดาได้แล้วว่านี่ต้องเป็นแผนการของใครสักคนอย่างแน่นอน
“ที่เจ้ามาปรากฏตัวอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่เพราะต้องการให้เรื่องราวเป็นเช่นนี้อย่างนั้นหรือ” เสิ่นเสว่หยางไม่รอให้นางตอบคำถามนั้น กลับประทับจุมพิตลงบนริมฝีปากนุ่มหยุ่นของนางอย่างหื่นกระหายอีกครา
“ข้า...” เยียนจือจิ้งนึกโกรธยิ่งนัก นางเป็นใคร และเขาเป็นใครกัน แล้วเหตุใดนางจะต้องวางแผนเรื่องเช่นนี้ด้วยเล่า
เสิ่นเสว่หยางจุมพิตนางพลางสอดเรียวลิ้นแทรกซอนเข้าไปช่วงชิงความหอมหวาน ดูดดึงเรียวลิ้นเล็กที่พยายามหลบหลีกอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนตวัดรัดรึงเกี่ยวพันจนเกิดเสียงน่าอายดังเฉอะแฉะ หยาดน้ำใสไหลซึมมุมปากชวนให้รู้สึกวาบหวามเสียวซ่านจนแทบขาดใจ ชายหนุ่มขบเม้มริมฝีปากอวบอิ่มอย่างหยอกเย้า ท่าทางของนางดูไร้เดียงสายิ่งนัก
หัวสมองเล็ก ๆ ของนางพร่าเลือนไร้สติ ทั้งที่ใจอยากจะบอกให้เขาหยุด แต่เยียนจือจิ้งกลับทำไม่ได้ นางไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน ได้แต่อ้าปากตอบรับการสัมผัสเร่าร้อนของอีกฝ่ายอย่างหลงลืมตัว นางไม่เคยจูบใครมาก่อน และไม่รู้วิธีการ แต่ทว่าบุรุษตรงหน้ากลับเป็นฝ่ายเริ่มต้นสั่งสอนนางด้วยการกระทำอันช่ำชอง