5.เจ้าคิดเจ้าแค้น
"โทษที่ความตะกละของเจ้าเถอะนังขี้ขโมย!" เหอจิ่นลอยหน้าลอยตาปฏิเสธความรับผิดชอบ
"ท่านว่าใครขี้ขโมย!" เหอมี่ชี้หน้า
"ก็เจ้าไง! ดีเลย... ข้าจะได้นำเรื่องที่เจ้าขโมยของในครัวไปฟ้องไท่ฮูหยิน พรุ่งนี้คนที่ได้กินอาหารสามมื้อต้องเป็นข้าแน่!"
เหอมี่โมโหจนหน้าดำหน้าแดง ง้างมือขึ้นเตรียมตบสั่งสอน ทว่ายังไม่ทันได้ลงมือ ประตูห้องครัวก็ถูกกระชากเปิดออกพร้อมร่างสูงสง่าของเหอลี่ที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง
"ข้าบอกพวกเจ้าแล้วใช่หรือไม่ว่าผู้ใดพลาดจะต้องถูกลงโทษ!" พี่ใหญ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน สายตาคมกริบจ้องมองน้องสาวทั้งสอง
น้องเล็กเอ่ยฟ้อง "พี่สี่นั่นแหละที่เป็นคนแกล้งข้า!"
เหอจิ่นสวนกลับทันควัน "ข้าว่ากรรมตามสนองเจ้ามากกว่า! เจ้าจงใจยื่นขามาขัดข้าให้ล้ม แต่คนที่ล้มหน้าหงายดันเป็นเจ้าซะเอง"
"นั่นก็เพราะว่าท่านผลักข้ายังไงเล่า!" เหอมี่เถียงเสียงแข็ง
เหอลี่ตบโต๊ะเสียงดัง ปัง! "พอได้แล้ว! พวกเจ้าทั้งคู่กลับไปคัดตำราสตรีร้อยจบ แล้วนำมาส่งข้าในวันพรุ่งนี้!"
เหอจิ่นขมวดคิ้วชักสีหน้า "ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย อีกอย่างท่านมีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้ข้าทำนั่นทำนี่"
เหอมี่ได้ทีรีบพยักหน้ารับ "นั่นสิ"
เหอลี่ถลึงตาขึ้นอย่างทรงอำนาจ "อย่างไรข้าก็เป็นพี่หญิงใหญ่! ข้ามีสิทธิ์สั่งสอนพวกเจ้า!"
เหอเหนียนที่นั่งอยู่ ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "เช่นนั้นก็รอให้ไท่ฮูหยินมอบหมายตำแหน่งนายหญิงคุมเรือนหลังของจวนตระกูลเหอให้ท่านก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ หรือได้อาหารดีๆเพียงวันเดียว ก็คิดว่าตนเองเป็นหลานรักจนคิดว่าตนมีอำนาจชี้นิ้วสั่งผู้อื่นได้แล้ว?"
เหอมี่หัวเราะร่า เอ่ยเสริมทันที "จริงด้วย! ถ้าท่านได้ตำแหน่งนายหญิงเมื่อไร ค่อยมาวางท่าใหญ่โตใส่พวกข้าแล้วกันนะ"
เหอจิ่นหลุดหัวเราะออกมาอย่างสะใจ
เหอลี่ตบโต๊ะอีกรอบด้วยความโมโหจนหน้าดำหน้าแดง "นี่พวกเจ้า..ช่างกล้านักนะ!"
เหอเหนียนแสยะยิ้มมองชามข้าวต้มที่มีแต่น้ำแล้วหันไปพูดประชดใส่พี่ใหญ่ "อาหารสามมื้อของพี่หญิงใหญ่คงอร่อยมากกระมัง? กินให้อิ่มเถิดเจ้าค่ะ เผื่อวันใดไท่ฮูหยินเบื่อขี้หน้าท่านขึ้นมา... จะได้มีแรงมากระเสือกกระสนแย่งข้าวต้มใสๆ ถ้วยนี้กับพวกข้า"
เหอชิงที่นั่งฟังอยู่นานเอ่ยขึ้นนิ่งๆ "หากไม่มีอะไรแล้วข้าขอตัวก่อนนะ ไม่มีเวลามานั่งฟังเรื่องไร้สาระ"
"เดี๋ยว!" เหอลี่เอ่ยเสียงแข็ง เหอชิงชะงักเท้าหมุนตัวกลับมามอง เหอลี่กวาดสายตามองน้องสามอย่างหงุดหงิด "เจ้าเองก็เช่นกัน เมื่อไรจะเลิกทำท่าทางเย็นชาเช่นนั้นเสียที ข้าเห็นแล้วรำคาญลูกตา!"
เหอจิ่นขำจนต้องเอามือปิดปาก ส่วนอีกสองสาวก็แสยะยิ้มชอบใจ
เหอชิงคลี่ยิ้มเย็นชา ทว่าดวงตากลับว่างเปล่า "หากว่าท่านรำคาญตามากนัก ก็ควักมันออกมาเสียสิเจ้าคะ...จะได้ไม่ต้องทนมองหน้าข้าอีก ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลย"
สิ้นคำพูดของเหอชิง ทั้งน้องเล็ก น้องสี่ และพี่รองก็หลุดหัวเราะพร้อมกันอย่างไม่เก็บทรง
เหอลี่ชี้หน้ามือสั่นด้วยความโมโหสุดขีด "นี่เจ้า...!"
เหอชิงหมุนตัวเดินออกไปอย่างไม่แยแสสิ่งใด!
จากนั้นน้องๆทั้งสี่คนก็เดินตามออกไป ทิ้งให้เหอลี่ยืนโมโหจนหน้าดำหน้าแดงอยู่ตรงนั้น
เหอจิ่นเปิดประตูเข้ามาในห้องนอน ตอนนี้นางเริ่มหิวจนคิดถึงน้ำข้าวต้มที่เททิ้งไปชามนั้น ทว่าในตอนที่ท้องกำลังร้องหนัก ในตอนนั้นเองนางก็พลันคิดบางอย่างขึ้นมาได้ นางรีบก้มลงมองใต้โต๊ะ ในตอนนั้นดวงตาก็เป็นประกายขึ้นทันที นางรีบหยิบถุงสีน้ำตาลขึ้นมาแล้วเปิดดู ด้านในมีน่องไก่ชิ้นโตกับหมั่นโถวลูกใหญ่ นางรีบกินอย่างเอร็ดอร่อยและหิวโหย ถึงแม้จะไม่ได้มากมายและไม่รู้ว่าเป็นน้ำใจจากใคร แต่มันก็ทำให้อิ่มท้องได้อีกมื้อ นางกล่าวขอบคุณเขาในใจ ส่วนพี่น้องที่เหลือก็มีคนปริศนานำของกินไปให้เช่นนี้เหมือนกัน
