4.สงครามในห้องครัว
โรงเตี๊ยมที่ถูกไฟไหม้จนเสียหายหนัก
เถ้าแก่ของร้านยืนก้มหน้าตัวสั่นเทา ภายใต้รัศมีอำนาจและสายตาพิฆาตที่จ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "หากเจ้ายังไม่ยอมพูด ข้าจะสั่งคนมาง้างปากเจ้าเดี๋ยวนี้!" อวี้หลงจิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
เถ้าแก่ทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้น ละล่ำละลักตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เรียนใต้เท้า... สตรีที่ปรนนิบัติท่านในคืนนั้น ข้ารู้เพียงว่านางชื่อชิงเหนียง นางมาขอทำงานในร้านของข้าเมื่อสามปีก่อน... แต่หลังจากคืนนั้น นางก็หายตัวไป ไม่กลับมาที่นี่อีกเลยขอรับ!"
อวี้หลงจิ่งหรี่นัยน์ตาลง "ที่เจ้าพูดมาเป็นความจริงงั้นรึ? หากกล้าโกหกข้าแม้เพียงครึ่งคำ เจ้าจะไม่มีลิ้นให้พูดอีกต่อไป!"
"ข้าพูดความจริงทุกประการขอรับใต้เท้า ข้าไม่กล้าหลอกลวงท่านจริงๆ ตอนนี้โรงเตี๊ยมของข้าก็เสียหายยับเยิน ใต้เท้าโปรดเมตตาด้วยเถิดขอรับ" เถ้าแก่โขกศีรษะลงกับพื้นแทบไม่ทัน
ในจังหวะนั้น หมิงรุ่ย องครักษ์คู่กายก้าวเท้าเข้ามาประสานมือรายงาน "ข้าน้อยสอบถามลูกจ้างคนอื่นๆ แล้ว ทุกคนให้การตรงกันว่านางหายตัวไปทันทีหลังจากคืนนั้นขอรับ"
อวี้หลงจิ่งถอนหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิดรำคาญใจ "เจ้าจิ้งจอกเฒ่าสองคนนั้นบังอาจกล้าวางยาข้า" แต่สิ่งที่ทำให้เขาโมโหยิ่งกว่านั้นคือ นางที่กล้าหนีเขาไปและยังลงมือเผาเขาทั้งเป็นอีกด้วย!
อวี้หลงจิ่งทอดสายตาคมกริบดุจเหยี่ยวออกไปเบื้องหน้า ประกายตาฉายแวววับดูลึกล้ำและเต็มไปด้วยโทสะ แต่เมื่อหวนนึกถึงรอยตราประทับที่บ่งบอกว่าสตรีที่ร่วมหลับนอนกับเขาในคืนนั้นเป็นหญิงที่บริสุทธิ์ผุดผ่องความตราตรึงใจก็เกิดขึ้น มุมปากหยักยกยิ้มขึ้น 'ไม่คิดว่าเมืองหลิงอันจะมีสตรีที่อำมหิตเช่นนี้ ข้าจะตามหาเจ้าให้เจอ และให้เจ้าชดใช้อย่างสาสมที่คิดหนีและกล้าลงมือสังหารข้า!'
--
ห้องครัวจวนตระกูลเหอ
บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายความอึดอัด ชามข้าวต้มก้นลึกมีแต่น้ำใสแจ๋วจนสะท้อนเงาหน้าของทุกคน เหอจิ่นตวัดสายตามองชามข้าวต้มของตนเองก่อนจะใช้ปลายตะเกียบเขี่ยดูก่อนจะสะบัดหน้าเทมันทิ้งลงพื้นเรือนอย่างไร้เยื่อใย "ข้าวต้มที่มีแต่กลิ่นน้ำล้างหม้อเช่นนี้ ให้สุนัขกินสุนัขยังเมิน!"
ผิดกับเหอชิงที่นั่งนิ่งสงบ นางตักข้าวต้มเหลวๆ เข้าปากอย่างเงียบเชียบ แม้ไร้รสชาติแต่นางรู้ดีว่าหากไม่กิน นางจะถูกลงทัณฑ์ด้วยความหิวโหย
อีกมุมโต๊ะ เหอมี่แอบลอบยิ้มกระหยิ่ม นางซ่อนลูกบ๊วยเค็มสีคล้ำลูกหนึ่งไว้ใต้แขนเสื้อ รีบตักข้าวต้มเข้าปากตามด้วยการเคี้ยวลูกบ๊วยอย่างเอร็ดอร่อยจนแก้มตุ่ย
เหอจิ่นเหลือบไปเห็นท่าทางมีพิรุธของน้องเล็ก จึงหรี่ตาแคบเอ่ยเสียงเยาะ "น้องเล็ก ปกติเจ้าเกลียดข้าวต้มใสๆ นี่เสียยิ่งกว่าสิ่งใด เหตุใดวันนี้ถึงได้ก้มหน้าก้มตากินเอาเป็นเอาตายเช่นนั้น?"
เหอมี่สะดุ้งโหยง รีบเคี้ยวลูกบ๊วยเม็ดใหญ่ที่ซ่อนอยู่เพื่อกลืนลงคอ ทว่าความรีบร้อนทำให้มันติดหลอดลมจนนางสำลักหน้าดำหน้าแดง ไอโขลกๆ จนตัวงอ
เหอจิ่นขมวดคิ้วมุ่น "เจ้าเป็นอะไรไป? หรือว่ากากข้าวต้มติดคอ?"
เหอชิงปรายตามองแวบหนึ่ง เอ่ยเสียงเรียบไร้ความเห็นใจ "กรรมที่นางแอบขโมยบ๊วยมากำลังเล่นงานนางน่ะสิ"
เหอเหนียนที่นั่งจิบน้ำชาจืดชืดอยู่มุมห้องเอ่ยสมทบด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เช่นนั้นก็สมควรแล้ว คนตะกละย่อมตายเพราะของกิน"
เหอจิ่นเบิกตากว้างขึ้นทันที "ถึงว่าเจ้ากินข้าวต้มใสๆ ได้หน้าตาเฉย ที่แท้ก็แอบขโมยบ๊วยมานี่เอง!"
เหอชิงทำท่าจะลุกขึ้นมา
"ไม่ต้องเจ้าค่ะพี่สาม ข้าช่วยนางเอง" เหอจิ่นยิ้มเหี้ยมเกรียมในดวงตา
เหอชิงชะงัก ส่วนเหอเหนียนแสยะยิ้มรอชมความสนุก ขณะที่เหอจิ่นลุกพรวดเดินเข้าไปหาน้องเล็ก ก่อนจะใช้ฝ่ามือฟาดลงกลางหลังของนางอย่างเต็มแรง ปั้ก!
แรงกระแทกนั้นทำให้บ๊วยเม็ดโตหลุดออกจากลำคอกระเด็นข้ามโต๊ะตกลงบนพื้นดังแป๊ะ!
"พี่สี่! ท่านกะให้ตับไตไส้พุงของข้าหลุดออกมาด้วยหรือไง!" เหอมี่ทรุดฮวบลงกุมหลังตัวเองด้วยความเจ็บแสบ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความโกรธเกรี้ยว
