ห้าคุณหนูตระกูลเหอ

17.0K · อัพเดทล่าสุด
หยางซือซือ
15
บท
280
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

​ในเมื่ออยู่เพื่อรอความตายไม่ได้... ต้าเหนียง(เหอลี่)​ เอ้อร์เหนียง(เหอเหนียน)​ ซานเหนียง(เหอชิง)​ ซื่อเหนียง(เหอจิ่น และอู๋เหนียง(เหอมี่)​ จึงต้องลุกขึ้นสู้! พวกนางพร้อมเหยียบย่ำกันเองเพื่อการมีข้าวดีๆสักจาน หรือผ้าห่มอุ่นๆสักผืน ใครขวางทาง เตรียมตัวรับมือกับแผนร้ายสะท้านโลกันตร์จากพี่น้องของตัวเองได้เลย! ​“ในจวนนี้ คนที่ไว้ใจได้มากที่สุด คือคนที่ตายไปแล้วเท่านั้น”

นิยายรักโรแมนติกนางเอกเก่งจีนโบราณโรแมนติกพระเอกเก่งนิยายย้อนยุค18+

1.แขกพิเศษในคืนเทศกาล

เมืองหลิงอัน... คืนเทศกาลชีซีอันคึกคัก

​ในโรงเตี๊ยมที่อบอวลไปด้วยกลิ่นสุรา เหอชิง คุณหนูสามแห่งตระกูลเหอผู้ซ่อนตัวตน กำลังง่วนอยู่กับการเช็ดโต๊ะเพื่อแลกกับเศษเงินอันน้อยนิด นางเกิดที่เมืองหลิงเฉิง มีพี่น้องร่วมสายโลหิตห้าคน บิดาเป็นขุนนางท้องถิ่น ครอบครัวไม่ได้ร่ำรวยแต่เปี่ยมด้วยความอบอุ่น กระทั่งย่างเข้าวัยเจ็ดขวบ พ่อแม่ของพวกนางตายในไฟสงคราม ต่อมาเหอจินซานผู้เป็นน้าชายที่ทราบข่าวจึงมารับพวกนางกลับมายังตระกูลเหอซึ่งเป็นตระกูลเดิมของมารดา ​ทว่ากว่าไท่ฮูหยินจะยอมรับเข้าตระกูลก็กินเวลานานหลายปี ได้สวมแซ่สกุลเหอก็จริง แต่ชีวิตในจวนใหญ่กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ พวกนางต้องก้มหัวทำตัวเจียมเนื้อเจียมตัวราวกับบ่าวไพร่ ทำงานบ้านทุกอย่างด้วยสองมือ ไร้ซึ่งเบี้ยหวัดหรือเครื่องประดับดีๆติดกาย ยามค่ำคืนเหอชิงจึงต้องแอบย่องออกจากจวนมาทำงานหาเงิน เพื่อความอยู่รอดและไขว่คว้าชีวิตที่ดีกว่า

​"ชิงเหนียง! เอาสุราไปส่งโต๊ะห้าที!" เสียงเถ้าแก่ตะโกนล่วงหน้ามาก่อนตัว

​เหอชิงดึงสติกลับมา รีบวางผ้าในมือแล้วยกไหสุราไปบริการแขกจนเสร็จสรรพ ทว่ายังไม่ทันได้พักเหนื่อย อาหลิวลูกจ้างสาวก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาเถ้าแก่

​"เถ้าแก่ เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!"

​"มีอะไร เอะอะโวยวายไปได้"

​"แม่นางอิงเถาที่ขุนนางใหญ่โต๊ะนั้นจองตัวไว้ เกิดอาการปวดท้องกะทันหันจนมารับแขกไม่ไหวแล้วน่ะสิเจ้าคะ!"

​เถ้าแก่หน้าถอดสี เบิกตากว้างด้วยความตกใจ "อะไรนะ! แล้วเช่นนี้จะทำอย่างไร ลูกค้าโต๊ะนั้นคือขุนนางในวังเชียวนะ หากไม่ได้ตัวอิงเถาตามรับปาก มีหวังร้านเราได้พังพินาศแน่!"

​ท่ามกลางความตื่นตระหนก สายตาของเถ้าแก่พลันเหลือบไปเห็นเหอชิงที่กำลังยืนเช็ดโต๊ะอยู่ ร่างบางอรชร ผิวพรรณผุดผ่อง แม้จะสวมชุดเรียบง่ายแต่ก็ไม่อาจปิดบังความงามสะพรั่งได้ "ชิงเหนียง เจ้ามานี่สิ"

​เหอชิงขมวดคิ้วเดินเข้าไป "มีอะไรหรือเจ้าคะ เถ้าแก่"

​"อาหลิว พาชิงเหนียงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและแต่งหน้าใหม่เสีย"

​"แต่งทำไมเจ้าคะ?" นางถามด้วยความสงสัย

​"เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง รีบไปเถอะ อย่าให้แขกรอนาน" เถ้าแก่เร่งเร้า

​"มาเถอะ ชิงเหนียง อย่ามัวถามเลย" อาหลิวรีบดึงแขนนางตรงไปยังห้องแต่งตัวหลังร้านทันที

​ครู่ต่อมา เมื่อเหอชิงก้าวออกมาในชุดผ้าแพรสีสดส่งผิวขาวผุดผ่องให้โดดเด่นและขับเน้นสัดส่วนอรชร เถ้าแก่ก็รีบพานางเดินตรงไปยังโต๊ะของขุนนางอาวุโสสองคนนั้นทันที

​"ขออภัยที่ปล่อยให้รอนานขอรับ นี่คือแม่นางชิงเหนียงที่จะมาปรนนิบัติรับรองพวกท่านในคืนนี้ขอรับ"

​ขุนนางคนแรกปรายตามองด้วยความไม่พอใจ "ไม่ใช่แม่นางอิงเถาหรอกหรือ? ข้าย้ำนักหนาแล้วไม่ใช่หรือว่าต้องเป็นนางเท่านั้น!"

​เถ้าแก่รีบยิ้มประจบสอพลอ "เรียนใต้เท้าทั้งสอง พอดีว่าแม่นางอิงเถาป่วยกะทันหัน ข้าจึงให้แม่นางชิงเหนียงผู้เป็นสาวงามอันดับสองของร้านมาดูแลแทนรับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนขอรับ"

​ขุนนางทั้งสองกวาดสายตาสำรวจหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนที่คนหนึ่งจะตบโต๊ะฉาดใหญ่จนเถ้าแก่สะดุ้งโหยง "นี่น่ะรึสาวงามอันดับสอง? เหลวไหล! งามหยาดเยิ้มปานนี้ ต่อให้อิงเถาสิบคนก็เทียบไม่ติดฝุ่น!" พูดจบทั้งคู่ก็หัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจ

​เถ้าแก่ลอบถอนหายใจโล่งอก "ใต้เท้าตาแหลมยิ่งนัก เช่นนั้นคืนนี้ให้นางปรนนิบัติพวกท่าน..."

​"เจ้าเข้าใจผิดแล้ว" ขุนนางอีกคนโบกมือขัดจังหวะ "คนที่จะให้มาดูแล... ไม่ใช่พวกข้า แต่เป็นใต้เท้าอีกท่านที่อยู่ห้องพิเศษชั้นบนต่างหาก" พูดจบเขาก็โยนถุงเงินหนักๆ ลงบนโต๊ะ "พานางขึ้นไปรับใช้ใต้เท้าในห้องหกเสีย"

เถ้าแก่เห็นถุงเงินก็ตาลุกวาว รีบคว้าถุงเงินไว้ก่อนจะดึงแขนเหอชิงที่ทำท่าจะอ้าปากปฏิเสธขึ้นชั้นสองทันที

​"เดี๋ยวสิเถ้าแก่ ตอนแรกท่านไม่ได้บอกนี่ว่าต้องไปปรนนิบัติแขกในห้องส่วนตัว!" เหอชิงเอ่ยท้วงด้วยความตื่นตระหนก

​"โถ ชิงเหนียง วันนี้คนมันขาดแคลนจริงๆ เจ้าช่วยข้าหน่อยเถอะ เอาอย่างนี้... คืนนี้ข้าให้ค่าแรงเจ้าสามเท่าเลย เป็นอย่างไร?"

​เหอชิงชะงักไป ค่าแรงสามเท่าเป็นจำนวนเงินที่นางต้องทำงานเกือบสามเดือนถึงจะได้ แต่สัญชาตญาณเตือนภัยก็ร้องเตือนเสียงดัง "แล้ว... ถ้าเขาคิดทำมิดีมิร้ายกับข้าเล่า?"

​"ไม่มีเรื่องแบบนั้นเด็ดขาด ข้าเอาหัวเป็นประกัน! รีบเข้าไปเถอะน่า" เถ้าแก่ไม่รอให้ปฏิเสธ แกะมือเรียวออกแล้วผลักร่างบางเข้าไปในห้องหก ก่อนจะปิดประตูลงกลอนจากด้านนอกอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้นางยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องพักรับรองอันมืดสลัวเบื้องหน้า