บท
ตั้งค่า

2.ค่อนคืนจนรุ่งสาง

​​เหอชิงยืนนิ่งไม่กล้าขยับแม้เพียงก้าวเดียว ทันใดนั้น แขนแกร่งปริศนาพลันยื่นมากอดรอบเอวบางไว้แน่น แล้วออกแรงรั้งร่างของนางเข้าไปปะทะกับแผ่นอกกว้างอย่างจัง กลิ่นสุราคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นหอมสะอาดโชยแตะจมูก ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยปากหรือส่งเสียงร้อง ริมฝีปากได้รูปของคนร่างสูงก็บดเบียดลงมาครอบครองริมฝีปากของนางจนมิด!

​นางพยายามดิ้นรนขัดขืนอย่างสุดกำลัง ทว่าคนตัวโตกลับไม่สะทกสะท้านหรือขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย รสสัมผัสอันจาบจ้วงเนิ่นนานเสียจนนางเริ่มหายใจไม่ทันกระทั่งลมหายใจเริ่มขาดห้วง เมื่อรับรู้ถึงอาการทุรนทุรายของหญิงสาว บุรุษผู้นั้นจึงยอมถอนจูบออก ชั่วครู่ก่อนจะซุกไซร้ใบหน้าลงมาเล้าโลมตรงซอกคอขาวระหง ​เหอชิงรวบรวมกำลังทุบลงบนแผ่นอกกว้างหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไร้ผล ในความมืดมิด มือเรียวพยายามไขว่คว้าหาวัตถุใดก็ตามที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด จนกระทั่งนิ้วมือไปสัมผัสเข้ากับเชิงเทียนทองเหลือง นางกัดฟันเงื้อเชิงเทียนขึ้นหมายจะฟาดเข้าที่ศีรษะของบุรุษร่างสูง ทว่าเขากลับมีปฏิกิริยว่องไว คว้าข้อมือเล็กไว้ได้ทันท่วงที ก่อนจะออกแรงบีบจนเชิงเทียนร่วงหลุดมือไปกระทบพื้นเสียงดังลั่น!

​ร่างบางถูกเหวี่ยงลงไปบนเตียงนุ่มอย่างแรง ไม่ทันได้ยันกายลุกขึ้น ร่างสูงใหญ่ในความมืดก็โถมกายลงมาทาบทับคุมขังนางไว้ใต้ร่างทันที

​"ปล่อยข้าไปเถอะ!" นางเอ่ยปากขอร้องด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ​ทว่าคนบนร่างที่กำลังขาดสติกลับไม่รับฟัง เสียงผ้าที่ถูกกระชากขาดวิ่นดังบาดหู อาภรณ์หลุดลุ่ยออกจากเรือนร่าง ก่อนที่เขาจะถาโถมความทรมานลงมาอย่างบ้าคลั่ง เหอชิงรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดรวดร้าวราวกับร่างกายกำลังจะแตกสลายออกเป็นชิ้นๆ

​สายลมพัดแรงโชยเข้ามาทางหน้าต่างไม้ที่ปิดไม่สนิท พัดพาผ้าม่านพริ้วไหวเปิดออก เปิดทางให้แสงจันทร์นวลตาภายนอกสาดส่องเข้ามาภายในห้องพักสลัว ในวินาทีนั้นเอง ดวงตาทั้งสองคู่พลันสบประสานกัน

​ท่ามกลางแสงจันทร์สว่างฉาย สายตาคมกริบของ อวี้หลงจิ่ง ใต้เท้าหนุ่มรูปงามผู้กำลังถูกฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดร้ายกาจเข้าครอบงำ จ้องมองลงยังดวงตากลมโตที่กำลังสั่นระริกเต็มไปด้วยความหวาดกลัวของสตรีใต้ร่าง แม้สติสัมปชัญญะในความมืดมิดจะพร่าเลือนจนจำรายละเอียดใบหน้าไม่ได้ชัดเจน ทว่าสิ่งที่สลักลึกลงในสติของเขากลับเป็นกลิ่นหอมจากกายของนาง ​ผ่านพ้นค่ำคืนอันแสนทรมานจนเกือบรุ่งสาง...

​เหอชิงที่ถูกย่ำยีเรือนร่างมาตลอดทั้งคืนหมดสิ้นเรี่ยวแรงจนแทบยืนไม่ไหว นางพายามประคองร่างอันสั่นเทาและเต็มไปด้วยร่องรอยช้ำแดงคลานลงจากเตียง นางหยิบเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นขึ้นมาสวมใส่ปกปิดร่างกายอย่างยากลำบาก ก่อนจะหันกลับไปจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงให้ชัดเต็มสองตา...ความแค้นเคืองที่สุมเต็มอก ทำให้นางหยิบเชิงเทียนขึ้นมาจุดแล้วโยนลงใส่ผ้าม่าน เปลวไฟค่อยๆลุกโชน นางประคองร่างกายที่แหลกสลายออกมาจากห้อง เถ้าแก่ที่เห็นนางเดินลงมาก็รีบเอ่ยถาม "เมื่อคืนเป็นอย่างไรบ้าง?"

นางจ้องเขม็งไปยังเถ้าแก่แล้วเอ่ยเสียงแข็ง "เงินของข้าล่ะ?"

เถ้าแก่หยิบถุงเงินออกมา นางคว้ามาจากมือของเขาแล้วเดินออกไป เถ้าแก่มองตามไปด้วยความฉงน แต่พอหันกลับมา ก็เห็นควันไฟพวยพุ่งออกมาจากห้องหก "ไฟไหม้!" เขาตะโกนร้องพร้อมกับวิ่งลนลานไปทั่ว

อวี้หลงจิ่งค่อยๆลืมตาขึ้น ท่ามกลางเปลวไฟ เมื่อลุกขึ้นแล้วเห็นว่าตนเปลือยเปล่า เขาจึงรีบมองหาและก้มลงไปหยิบอาภรณ์ที่กระจายอยู่บนพื้นขึ้นมาใส่ จังหวะที่เขาหาสายรัดเอว สายตาก็เหลือบไปเห็นรอยเลือดรูปกลีบกุหลาบบนเตียง ถึงแม้จะพอเดาเรื่องราวเมื่อคืนได้บ้างว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่มีเวลาตั้งคำถามแล้วเพราะไฟกำลังลามไปทั่วห้องจนจะถึงประตู เขารีบคว้าสายรัดเอวมาใส่แล้ววิ่งเบี่ยงกายหลบเปลวเพลิงตรงช่องประตูออกไปได้อย่างหวุดหวิด คนในร้านช่วยกันดับไฟกันอลหม่าน

หมิงรุ่ยรีบวิ่งมาก่อนจะคุกเข่าลง "ใต้เท้าขออภัยที่ข้าน้อยมาช้าและไม่ได้อยู่คุ้มกันขอรับ"

อวี้หลงจิ่งเอ่ย "ไม่เป็นไร เมื่อวานข้าเป็นคนสั่งให้เจ้าไปคุมการลงทัณฑ์ที่กรมแทนข้า เจ้าไปทำตามคำสั่งของข้า และตอนนี้ข้าก็ไม่ได้เป็นอะไร"

ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งขึ้นไปยังห้องด้านบนของโรงเตี๊ยมที่กำลังถูกไฟไหม้ สัญชาตญาณของเขารับรู้ได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel