1.แขกพิเศษในคืนเทศกาล
เมืองหลิงอัน... คืนเทศกาลชีซีอันคึกคัก
ในโรงเตี๊ยมที่อบอวลไปด้วยกลิ่นสุรา เหอชิง คุณหนูสามแห่งตระกูลเหอผู้ซ่อนตัวตน กำลังง่วนอยู่กับการเช็ดโต๊ะเพื่อแลกกับเศษเงินอันน้อยนิด นางเกิดที่เมืองหลิงเฉิง มีพี่น้องร่วมสายโลหิตห้าคน บิดาเป็นขุนนางท้องถิ่น ครอบครัวไม่ได้ร่ำรวยแต่เปี่ยมด้วยความอบอุ่น กระทั่งย่างเข้าวัยเจ็ดขวบ พ่อแม่ของพวกนางตายในไฟสงคราม ต่อมาเหอจินซานผู้เป็นน้าชายที่ทราบข่าวจึงมารับพวกนางกลับมายังตระกูลเหอซึ่งเป็นตระกูลเดิมของมารดา ทว่ากว่าไท่ฮูหยินจะยอมรับเข้าตระกูลก็กินเวลานานหลายปี ได้สวมแซ่สกุลเหอก็จริง แต่ชีวิตในจวนใหญ่กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ พวกนางต้องก้มหัวทำตัวเจียมเนื้อเจียมตัวราวกับบ่าวไพร่ ทำงานบ้านทุกอย่างด้วยสองมือ ไร้ซึ่งเบี้ยหวัดหรือเครื่องประดับดีๆติดกาย ยามค่ำคืนเหอชิงจึงต้องแอบย่องออกจากจวนมาทำงานหาเงิน เพื่อความอยู่รอดและไขว่คว้าชีวิตที่ดีกว่า
"ชิงเหนียง! เอาสุราไปส่งโต๊ะห้าที!" เสียงเถ้าแก่ตะโกนล่วงหน้ามาก่อนตัว
เหอชิงดึงสติกลับมา รีบวางผ้าในมือแล้วยกไหสุราไปบริการแขกจนเสร็จสรรพ ทว่ายังไม่ทันได้พักเหนื่อย อาหลิวลูกจ้างสาวก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาเถ้าแก่
"เถ้าแก่ เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!"
"มีอะไร เอะอะโวยวายไปได้"
"แม่นางอิงเถาที่ขุนนางใหญ่โต๊ะนั้นจองตัวไว้ เกิดอาการปวดท้องกะทันหันจนมารับแขกไม่ไหวแล้วน่ะสิเจ้าคะ!"
เถ้าแก่หน้าถอดสี เบิกตากว้างด้วยความตกใจ "อะไรนะ! แล้วเช่นนี้จะทำอย่างไร ลูกค้าโต๊ะนั้นคือขุนนางในวังเชียวนะ หากไม่ได้ตัวอิงเถาตามรับปาก มีหวังร้านเราได้พังพินาศแน่!"
ท่ามกลางความตื่นตระหนก สายตาของเถ้าแก่พลันเหลือบไปเห็นเหอชิงที่กำลังยืนเช็ดโต๊ะอยู่ ร่างบางอรชร ผิวพรรณผุดผ่อง แม้จะสวมชุดเรียบง่ายแต่ก็ไม่อาจปิดบังความงามสะพรั่งได้ "ชิงเหนียง เจ้ามานี่สิ"
เหอชิงขมวดคิ้วเดินเข้าไป "มีอะไรหรือเจ้าคะ เถ้าแก่"
"อาหลิว พาชิงเหนียงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและแต่งหน้าใหม่เสีย"
"แต่งทำไมเจ้าคะ?" นางถามด้วยความสงสัย
"เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง รีบไปเถอะ อย่าให้แขกรอนาน" เถ้าแก่เร่งเร้า
"มาเถอะ ชิงเหนียง อย่ามัวถามเลย" อาหลิวรีบดึงแขนนางตรงไปยังห้องแต่งตัวหลังร้านทันที
ครู่ต่อมา เมื่อเหอชิงก้าวออกมาในชุดผ้าแพรสีสดส่งผิวขาวผุดผ่องให้โดดเด่นและขับเน้นสัดส่วนอรชร เถ้าแก่ก็รีบพานางเดินตรงไปยังโต๊ะของขุนนางอาวุโสสองคนนั้นทันที
"ขออภัยที่ปล่อยให้รอนานขอรับ นี่คือแม่นางชิงเหนียงที่จะมาปรนนิบัติรับรองพวกท่านในคืนนี้ขอรับ"
ขุนนางคนแรกปรายตามองด้วยความไม่พอใจ "ไม่ใช่แม่นางอิงเถาหรอกหรือ? ข้าย้ำนักหนาแล้วไม่ใช่หรือว่าต้องเป็นนางเท่านั้น!"
เถ้าแก่รีบยิ้มประจบสอพลอ "เรียนใต้เท้าทั้งสอง พอดีว่าแม่นางอิงเถาป่วยกะทันหัน ข้าจึงให้แม่นางชิงเหนียงผู้เป็นสาวงามอันดับสองของร้านมาดูแลแทนรับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนขอรับ"
ขุนนางทั้งสองกวาดสายตาสำรวจหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนที่คนหนึ่งจะตบโต๊ะฉาดใหญ่จนเถ้าแก่สะดุ้งโหยง "นี่น่ะรึสาวงามอันดับสอง? เหลวไหล! งามหยาดเยิ้มปานนี้ ต่อให้อิงเถาสิบคนก็เทียบไม่ติดฝุ่น!" พูดจบทั้งคู่ก็หัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจ
เถ้าแก่ลอบถอนหายใจโล่งอก "ใต้เท้าตาแหลมยิ่งนัก เช่นนั้นคืนนี้ให้นางปรนนิบัติพวกท่าน..."
"เจ้าเข้าใจผิดแล้ว" ขุนนางอีกคนโบกมือขัดจังหวะ "คนที่จะให้มาดูแล... ไม่ใช่พวกข้า แต่เป็นใต้เท้าอีกท่านที่อยู่ห้องพิเศษชั้นบนต่างหาก" พูดจบเขาก็โยนถุงเงินหนักๆ ลงบนโต๊ะ "พานางขึ้นไปรับใช้ใต้เท้าในห้องหกเสีย"
เถ้าแก่เห็นถุงเงินก็ตาลุกวาว รีบคว้าถุงเงินไว้ก่อนจะดึงแขนเหอชิงที่ทำท่าจะอ้าปากปฏิเสธขึ้นชั้นสองทันที
"เดี๋ยวสิเถ้าแก่ ตอนแรกท่านไม่ได้บอกนี่ว่าต้องไปปรนนิบัติแขกในห้องส่วนตัว!" เหอชิงเอ่ยท้วงด้วยความตื่นตระหนก
"โถ ชิงเหนียง วันนี้คนมันขาดแคลนจริงๆ เจ้าช่วยข้าหน่อยเถอะ เอาอย่างนี้... คืนนี้ข้าให้ค่าแรงเจ้าสามเท่าเลย เป็นอย่างไร?"
เหอชิงชะงักไป ค่าแรงสามเท่าเป็นจำนวนเงินที่นางต้องทำงานเกือบสามเดือนถึงจะได้ แต่สัญชาตญาณเตือนภัยก็ร้องเตือนเสียงดัง "แล้ว... ถ้าเขาคิดทำมิดีมิร้ายกับข้าเล่า?"
"ไม่มีเรื่องแบบนั้นเด็ดขาด ข้าเอาหัวเป็นประกัน! รีบเข้าไปเถอะน่า" เถ้าแก่ไม่รอให้ปฏิเสธ แกะมือเรียวออกแล้วผลักร่างบางเข้าไปในห้องหก ก่อนจะปิดประตูลงกลอนจากด้านนอกอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้นางยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องพักรับรองอันมืดสลัวเบื้องหน้า
