บทที่ 3.1
ในยามเช้าเช่นทุกวันที่ผ่านมา หานเชี่ยนหนิงและน้องสาวเดินออกมาส่งบิดายังหน้าจวน กระทั่งรถม้าของบิดาลับตาทั้งสองจึงหมุนตัวเดินกลับเข้าไปด้านใน
ทว่าวันนี้กลับต่างออกไปจากทุกวัน เนื่องจากยังไม่ทันที่หญิงสาวทั้งสองจะหมุนตัวกลับเข้าไป รถม้าหรูหราคันหนึ่งก็วิ่งมาจอดยังหน้าจวนเสียก่อน
ผู้ที่ลงมาไม่ใช่ใครแต่กลับเป็นคุณหนูตระกูลจางและคุณหนูตระกูลหวัง ซึ่งพวกนางเคยได้พบและทักทายกับหานเชี่ยนหนิงมาก่อนแล้ว
“พี่ใหญ่” หานเยี่ยนหรงมองผู้เป็นพี่สาวเป็นเชิงถาม
“คุณหนูทั้งสองที่วัดไป๋จื่ออย่างไรเล่า เจ้าจำได้หรือไม่ข้าเคยพบและสนทนากับพวกนาง” ดวงตาของทั้งคู่สานสบกัน “โดยบังเอิญ”
แน่นอนความบังเอิญอันน่าตายนี้ไม่มีอยู่จริง ดังนั้นหานเยี่ยนหรงจึงได้แต่ลอบถอนหายใจออกมา
มองดูสตรีในชุดหรูหราทั้งสองก้าวลงมาจากรถม้าด้วยรอยยิ้ม นางอดไม่ได้ที่จะมองพี่สาวของตนที่แต่งกายเรียบง่าย ทั้งยังปักปิ่นเรียบๆ เพียงหนึ่งเดียวบนเรือนผม
รู้ทั้งรู้ว่าพี่สาวของนางไม่ชื่นชอบตกเป็นเป้าสายตาของผู้ใด แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังอดที่จะรู้สึกขุ่นเคืองผู้มาเยือนขึ้นมาไม่ได้
มาเยือนผู้อื่นถึงจวน เหตุใดต้องทำให้รู้สึกว่ามาโอ้อวดอย่างไรอย่างนั้น
“แม่นางหาน” หวังอิงลี่เดินนำจางหลินซินเข้ามา
“ได้ยินมาว่าใต้เท้าหานแยกจวนที่พักกับจวนว่าการออกจากกันอย่างชัดเจน วันนี้ผ่านมาเห็นใต้เท้าออกไปพอดี แน่ชัดว่าข่าวลือคงเป็นเรื่องจริง”
“ดูเหมือนข่าวลือของเมืองอันหยางช่างรวดเร็วและแม่นยำทุกเรื่องจนน่ากลัว” หานเยี่ยนหรงเปรยออกมาลอยๆ
หานเชี่ยนหนิงขมวดคิ้วน้อยๆ ก่อนจะหันไปปรามผู้เป็นน้องสาว “อย่าเสียมารยาท” นางกระซิบเสียงเบา
จากนั้นจึงหันมาทักทายแขกผู้มาเยือน “แม่นางทั้งสองมาเยือนแต่เช้าตรู่ ไม่ทราบว่ามีเรื่องด่วนอันใดหรือ”
“มิใช่เรื่องด่วนอะไร เพียงแต่พรุ่งนี้พวกเราจะมีงานเลี้ยงน้ำชาที่สระต้นหลิวนอกเมือง ที่นั่นเป็นที่ดินซึ่งตระกูลหวังมอบให้เป็นที่ดินสาธารณะ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทุกคนได้เข้าไปนั่งชื่นชมทิวทัศน์อันงดงามของเมืองอันหยาง” จางหลินซินเอ่ยจบก็มองไปยังหวังอิงลี่
“กล่าวเกินไปแล้ว ความจริงที่ดินผืนนั้นข้าไม่ได้ใช้ทำประโยชน์ใด เพียงเห็นว่าตั้งอยู่ใกล้ถนนเข้าเมืองอันหยาง ที่นั่นทิวทัศน์งดงาม ทั้งยังอากาศดีจึงอยากให้ทุกคนที่ผ่านไปมาได้ชื่นชมร่วมกัน” หวังอิงลี่เอ่ยอย่างถ่อมตัว แต่ถึงอย่างนั้นนี่ยังคงดูเหมือนการโอ้อวดและอยากให้ผู้อื่นชื่นชม
หานเชี่ยนหนิงเพียงแย้มยิ้ม “อย่างไรเชิญท่านทั้งสองเข้าไปนั่งจิบชากันก่อนเถิด” นางกล่าว
“เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้ว ท่านเจ้าเมืองย้ายมาหลายวัน ข้าเองก็อยากจะมาเยี่ยมคารวะฮูหยินท่านเจ้าเมืองอยู่เหมือนกัน”
“นั่นคงไม่ใคร่จะสะดวกนัก ท่านแม่ล้มป่วยจากการเดินทาง เพิ่งหายดีไม่กี่วันแต่ยังคงต้องพักรักษาตัว วันนี้เกรงว่าคงไม่สะดวก”
ไม่รอให้ผู้เป็นพี่สาวกล่าวอะไร หานเยี่ยนหรงจึงรีบบอก เนื่องจากเรื่องอื่นนางพอจะยอมได้ แต่เรื่องของมารดาที่เพิ่งอาการดีขึ้นนั้น นางไม่อยากให้ผู้ใดหรือเรื่องใดเข้าไปรบกวน
“อ้อ เช่นนั้นก็น่าเสียดายยิ่ง”
แม้ถ้อยปฏิเสธจะไร้เยื่อใยไปบ้าง แต่หญิงสาวทั้งสองที่ล่วงรู้ความเคลื่อนไหวของจวนตระกูลหานย่อมเข้าใจดี อาการป่วยของหานฮูหยินนับจากเข้าเมืองอันหยางมานั้น ไม่มีใครในเมืองไม่ทราบทั้งยังเข้าใจดี ดังนั้นจึงไม่มีใครเข้ามาขอพบ ทั้งนี้ก็เพราะเกรงว่าจะเป็นการรบกวน
หานเชี่ยนหนิงได้แต่ลอบถอนหายใจ อาการของมารดานั้นยังคงใช้เป็นข้ออ้างได้ หากแต่หลังจากบังเอิญพบหญิงสาวทั้งสองที่วัด ข้ออ้างนี้กลับไม่อาจใช้ได้อย่างแนบเนียนนัก
แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่ได้แก้ตัวให้ผู้เป็นน้องสาว เพราะจะอย่างไรการแก้ตัวก็รังแต่จะยิ่งทำให้ทั้งสองมองน้องสาวของนางในทางที้ไม่ดี
“เชิญด้านในเถิด” หานเชี่ยนหนิงผายมือด้วยรอยยิ้ม
จวนท่านเจ้าเมืองที่ตกแต่งเรียบง่าย แต่ยังคงให้กลิ่นอายแห่งขุนนางราชสำนัก ทำให้หญิงสาวทั้งสองของตระกูลใหญ่เมืองอันหยางชื่นชม ข้าวของตบแต่งภายในจวน ทุกอย่างล้วนผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี อีกทั้งทุกอย่างล้วนให้กลิ่นอายแห่งความคงแก่เรียน
“แม่นางทั้งสองเชิญดื่มชา” หานเชี่ยนหนิงกล่าวด้วยท่าทีสุภาพ
“อย่างไรเราก็ได้พบกันถึงสองครั้งแล้ว เจ้าเรียกข้าว่าพี่ลี่เอ๋อร์ก็ได้” หวังอิงลี่กล่าว
“นั่นสิ เช่นนั้นเจ้าเรียกข้าว่าพี่ซินเอ๋อร์ พวกเราจะเรียกเจ้าว่าหนิงเอ๋อร์ อ้อยังมีหรงเอ๋อร์อีกคน” จางหลินซินเผื่อแผ่รอยยิ้มไปให้หานเยี่ยนหรง
หานเชี่ยนหนิงยิ้มยังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้า “ข้าเพิ่งเข้ามาอยู่ที่เมืองอันหยางไม่นาน หากมีอะไรท่านทั้งสองช่วยชี้แนะด้วย”
“เช่นนั้นก็อย่าลืมงานเลี้ยงน้ำชาที่สระหลิวพรุ่งนี้เล่า”
“เจ้าค่ะ”
รั้งอยู่ไม่นานหญิงสาวทั้งสองก็จากไป แม้หานเชี่ยนหนิงจะยังคงท่าทีสุภาพ แต่ระยะห่างที่นางวางตัวยังคงเท่าเดิม แต่ถึงอย่างนั้นหวังอิงลี่และจางหลินซิน ก็ยังเข้าใกล้นางได้มากกว่าสตรีใดๆ ในเมืองอันหยาง เนื่องจากอย่างน้อยหญิงสาวก็ตอบรับเข้าร่วมงานเลี้ยงที่สระหลิวนอกเมือง
“พี่ใหญ่” หานเยี่ยนหรงมองรถม้าที่กำลังวิ่งออกไปด้วยดวงตาไม่เข้าใจ “เหตุใดท่านตอบตกลงเล่าเจ้าคะ”
“แล้วเหตุใดต้องปฏิเสธเล่า เจ้าก็รู้ว่าเรื่องเช่นนี้หลีกเลี่ยงไปก็เท่านั้น จะอย่างไรการคบค้ากับคุณหนูตระกูลต่างๆ ในเมืองอันหยางย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงอยู่แล้ว”