บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.3

วัดไป๋จื่อเป็นอันดับหนึ่งของเมืองอันหยาง ตั้งอยู่บนเขาหูซานนอกกำแพงเมืองอันหยาง วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงมากในเรื่องของน้ำพุขอพร ซึ่งแน่นอนว่าจูเซวี่ยถิงย่อมพาบุตรสาวมาไหว้พระขอพรเป็นแห่งแรก หลังจากที่นางย้ายตามผู้เป็นสามีมายังเมืองอันหยาง

จูเซวี่ยถิงนัดแนะกับบุตรสาวคนเล็ก หลังจากที่ล่วงรู้มาว่าน้ำพุแห่งการขอพรแห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง นางให้สาวใช้หลอกล่อหานเชี่ยนหนิงไปอีกด้าน ในขณะที่นางกับบุตรสาวคนเล็กแอบไปขอพรให้บุตรสาวคนโตได้มีคู่ครองที่ดี

แม้หานเยี่ยนหรงไม่ใคร่จะเห็นด้วย แต่เพราะเห็นมารดาตื่นเต้นกระทั่งลุกขึ้นมาเตรียมการด้วยตัวเอง นางจึงได้แต่คล้อยตาม ทั้งที่ตัวนางและพี่สาวหาได้เชื่อถือในเรื่องงมงายเช่นนี้ไม่

“ท่านแม่ทำเช่นนี้พี่ใหญ่จะโกรธเอาได้ ท่านเองก็เพิ่งอาการดีขึ้น” หานเยี่ยนหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

“เชี่ยนเชี่ยนไม่เชื่อเรื่องนี้ ยังหาว่าแม่เชื่อเรื่องงมงาย แต่คนที่นี่ต่างก็ร่ำลือว่าน้ำพุแห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์นัก หากไม่ทำเช่นนี้นางจะยอมพาเราสองคนมาหรือ”

“ลูกพาท่านแม่มาต่างหาก”

“เอาเถิดเราสองคนรีบไปที่น้ำพุนั่นก่อนที่เชี่ยนเชี่ยนจะรู้ตัวดีกว่า”

หานเยี่ยนหรงพยุงมารดาเดินไปอีกทาง ในขณะที่เสี่ยวจิ่นหลอกล่อหานเชี่ยนหนิงไปอีกด้าน นางมองแผ่นหลังของผู้เป็นพี่สาวแล้วได้แต่ถอนหายใจ ดูเหมือนทั้งบิดาและมารดาของนางคงหวังให้พี่สาวของนางได้แต่งงานในปีนี้เป็นแน่กระมัง

ขณะเดียวกันหานเชี่ยนหนิงที่ถูกเสี่ยวจิ่นหลอกล่อให้เดินไปอีกทางก็เพิ่งรู้ตัว หญิงสาวหันกลับมาด้านหลังอีกครั้งก็พบว่าน้องสาวกับมารดาพร้อมกับคนติดตาม ทั้งหมดหายตัวไปแล้ว

“เสี่ยวจิ่น”

“เจ้าคะคุณหนูใหญ่”

“เป็นความคิดท่านแม่หรือหรงเอ๋อร์”

นางมองสาวใช้ของตนด้วยสายตาคาดคั้น เคยได้ยินข่าวลือเรื่องน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามายังเมืองอันหยาง นางไหนเลยจะไม่รู้เท่าทัน เพราะทันทีที่มารดาล่วงรู้ก็ดวงตาเป็นประกาย

“คือ...” เสี่ยวจิ่นยิ้มแหย “ฮูหยินบอกว่าไม่เชื่อก็ไม่สมควรลบหลู่ ดังนั้น...”

หานเชี่ยนหนิงถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง มองสาวใช้ตัวน้อยของตนที่แม้จะรู้สึกผิด แต่ก็ยังร่วมมือกับมารดาของนางเป็นอย่างดีแล้ว หญิงสาวก็ได้แต่จนใจ

นางรู้ว่ามารดาและคนในบ้านหวังดี แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่คิดว่าทุกคนจะกังวลเรื่องนางถึงเพียงนี้ “ท่านแม่ให้เจ้าทำเช่นไร”

“หลอกล่อให้ท่านไปไหว้พระเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นก็ไปเถิด ไปรอท่านแม่กับหรงเอ๋อร์ที่นั่นก็แล้วกัน”

“เจ้าค่ะ” เสี่ยวจิ่นกระวีกระวาดเข้ามาพยุงผู้เป็นนาย

เห็นท่าทีเช่นนั้นหญิงสาวก็อดที่จะค้อนให้อีกฝ่ายไม่ได้ “ดีใจถึงเพียงนั้นเลยหรือ”

“โธ่ คุณหนูใหญ่ เรื่องนี้เป็นที่ร่ำลือกันในเมืองหยางอัน หากไม่มีมูลจะมีคนพูดถึงหรือเจ้าคะ ไม่แน่ว่าน้ำพุนั่นอาจศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ก็ได้นะเจ้าคะ”

“เจ้าเองก็อยากให้ข้าออกเรือนถึงเพียงนี้เลยหรือ”

“มิใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะ เพียงแต่หากได้พบคนดีๆ ก็นับเป็นเรื่องดีมิใช่หรือเจ้าคะ ข้าน้อยติดตามท่านมาตั้งแต่ยังเล็ก ท่านดีถึงเพียงนี้ ข้าน้อยก็อยากให้ท่านแต่งให้กับนายท่านที่เป็นบุรุษผู้กล้า”

ฟังดูสาวใช้ที่อยู่กับนางมานาน หานเชี่ยนหนิงพลันหลุดหัวเราะ “เจ้าอายุเท่าไรกัน ไยพูดเหมือนแม่นมที่เพิ่งเกษียณไปเช่นนี้”

เสี่ยวจิ่นเองก็หลุดหัวเราะ “ข้าน้อยเคยได้ยินแม่นมพูดเจ้าค่ะ” พูดจบทั้งนายและสาวใช้ก็หัวเราะออกมาเสียงเบา

เพราะยังเป็นเวลาเช้า ดังนั้นผู้คนจึงยังไม่มาก หานเชี่ยนหนิงและเสี่ยวจิ่นจึงเข้าไปไหว้พระได้อย่างสบายใจ ไม่เบียดเสียดกับผู้อื่นมากนัก

แต่ถึงอย่างนั้นการจะไปยืนโอ้เอ้อยู่นานๆ ก็เกรงว่าจะเกะกะ ดังนั้นสองคนจึงเดินมานั่งชมทิวทัศน์ด้านนอก

บรรยากาศร่มรื่นทั้งยังมีที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจ ทำให้หานเชี่ยนหนิงรู้สึกผ่อนคลาย นั่งสนทนากับสาวใช้อยู่ครู่ใหญ่ คนกลุ่มใหญ่ก็เดินเข้ามาไหว้พระ

“คุณหนูใหญ่” เสี่ยวจิ่นกระซิบเมื่อมองเห็นคนกลุ่มนั้นชี้ชวนกันมองมายังผู้เป็นนาย

กลุ่มของผู้มาใหม่ล้วนแล้วแต่เป็นหญิงสาว ที่สำคัญมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคุณหนูตระกูลมั่งคั่ง เนื่องจากหญิงสาวเหล่านั้นล้วนแล้วแต่มีสาวใช้และผู้ติดตามด้านหลัง เสื้อผ้าอาภรณ์หรือก็ดูหรูหรา เกินกว่าจะมาเพียงเพื่อไหว้พระขอพร

หานเชี่ยนหนิงเหลือบมองคนกลุ่มนี้ตั้งแต่แรก นางไหนเลยจะมองไม่ออกว่าฐานะของนาง ถูกผู้อื่นล่วงรู้ตั้งนานแล้ว ดังนั้นนางจึงได้แต่ส่งสายให้สาวใช้ของตนสงบลง

ตั้งแต่ก้าวเข้ามาหญิงสาวเหล่านี้ไม่ได้มีทีท่าว่าจะเข้าไปไหว้พระ แต่กลับกวาดสายตามองไปโดยรอบ ราวกับมองหาใคร ซึ่งทันทีที่เห็นนางกับสาวใช้ก็เดินปรี่เข้ามาหา เห็นได้ชัดว่าเป้าหมายก็คือนาง

ตอนอยู่ที่เมืองหลวงบ่อยครั้งที่ได้เห็นบุตรสาวขุนนางต่างจับกลุ่มกัน หากตำแหน่งของบิดาสูงหน่อย หญิงสาวเหล่านั้นก็มักจะโอ้อวดและเกาะกลุ่มแบ่งพรรคแบ่งฝ่าย

แต่หากว่ามีใครที่บิดาฐานะด้อยลงมา ก็มักจะถูกมองข้าม และหนึ่งในนั้นคือตัวนางกับน้องสาว

กระนั้นที่เมืองอันหยางแห่งนี้ต่างออกไป บิดาของนางเป็นเจ้าเมืองที่มีอำนาจสูงสุดในเมือง ดังนั้นแน่นอนว่ามารดา น้องสาว และตัวนางเองก็คงได้รับความสนใจจากชาวบ้านเช่นกัน

“แม่นางท่านนี้ หากข้าเดาไม่ผิดคงจะเป็นแม่นางหาน”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel