บทที่ 1.2
“ท่านพ่อ กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ”
ทันทีที่ลงจากรถม้าหานลู่ก็มองเห็นบุตรสาวทั้งสองยืนรออยู่ หลายวันมานี้หานเชี่ยนหนิงบุตรสาวคนโต และหานเยี่ยนหรงจะมายืนรอเขากลับบ้านเวลาเดิม เขาเองก็ชื่นใจกระทั่งหายเหนื่อย เพราะเรื่องราวในบ้านทั้งหมดบุตรสาวของเขาช่วยจัดการเป็นอย่างดี
หลายปีมานี้ฮูหยินของเขาแม้ล้มป่วยจนไม่อาจแบกรับภาระ แต่การที่เขามีบุตรสาวในวัยปักปิ่นสองคนแบ่งเบาภาระในบ้าน เขาผู้เป็นบิดายังจะคาดหวังสิ่งใดอีกเล่า
“ท่านแม่ของเจ้าเล่า”
“ท่านแม่อยู่ด้านในเจ้าค่ะ วันนี้ดื่มยาและได้นอนพัก อาการดีขึ้นมาก พรุ่งนี้ยังคิดว่าจะรอดูอาการอีกสักวันก่อนจะพาไปไหว้พระที่วัด”
“เช่นนั้นพ่อจะให้คนเตรียมรถม้าไว้ให้”
“ลูกเตรียมไว้แล้วเจ้าค่ะ”
“หืม” หานลู่มองบุตรสาวคนโตด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
“เพราะลูกทราบว่าท่านพ่อไม่อยากให้ใช้รถม้าของจวนว่าการ ดังนั้นลูกจึงให้ท่านพ่อบ้านไปซื้อมา เผื่อจะออกไปข้างนอกจะได้ไม่ลำบาก ราคาเองก็สมน้ำสมเนื้อ”
“เช่นนั้นหรอกหรือ”
“เจ้าค่ะ”
เสียงดังโหวกเหวกดังขึ้นยังคฤหาสน์ด้านข้าง หานลู่มองบุตรสาวด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถาม หานเชี่ยนหนิงยิ้มบาง “คฤหาสน์หลังนี้มีคนซื้อแล้วเจ้าค่ะ วันนี้มีพ่อบ้านและบ่าวไพร่หลายคนเข้าไปทำความสะอาด แต่กลับไร้เงาของเจ้าบ้าน”
หานลู่พยักหน้าช้าๆ เขามองคฤหาสน์หลังใหญ่นั้นด้วยดวงตาแสนเสียดาย หานเชี่ยนหนิงเห็นเช่นนั้นก็รีบปลอบ
“ช่างเถิดเจ้าค่ะ หลังนี้หรือหลังไหนก็เหมือนกัน ขอเพียงเราอยู่อย่างสงบสุขเป็นใช้ได้แล้ว ข้าชอบที่นี่ ท่านแม่และหรงเอ๋อร์เองก็เช่นกัน”
ได้ยินดังนั้นหานลู่พลันพยักหน้า เขามองคฤหาสน์ข้างๆก่อนเดินนำเข้าไปด้านใน บุตรสาวของเขาจะทำอะไรล้วนรอบคอบรัดกุม เช่นกันกับเรื่องการจ่ายเงินก้อนใหญ่ซื้อคฤหาสน์ในเมืองอันหยาง ดังนั้นเขาที่ต้องออกไปสะสางงานที่จวนว่าการจึงไม่ต้องเป็นกังวล เพราะทุกอย่างล้วนวางไว้ในมือหานเชี่ยนหนิง บุตรสาวคนโตวัยสิบหกปีคนนี้
มองดูหานเยี่ยนหรงปรึกษาเรื่องราวต่างๆ กับผู้เป็นพี่สาว หานลู่พลันยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน
เขาโชคดีที่แต่งฮูหยินเพียงคนเดียว บุตรสาวสองคนเองก็รักใคร่กันเป็นอย่างมาก ครอบครัวกลมเกลียวสงบสุข นี่จึงจะเรียกว่า ‘บ้าน’ อย่างแท้จริงในความรู้สึกของเขา
เย็นย่ำแล้วหานเชี่ยนหนิงยังคงไม่ได้กลับเรือน นางยังคงง่วนอยู่กับสมุดบัญชี เนื่องจากหลายวันมานี้ซื้อข้าวของมากมาย รายจ่ายที่สมควรจัดการให้เรียบร้อยยังไม่ลงตัว นางที่รับผิดชอบบัญชีรายรับรายจ่ายทั้งหมดแทนมารดาจึงไม่อาจนอนหลับ
“พี่ใหญ่” หานเยี่ยนหรงเดินเข้ามาพร้อมกับป้านชา ด้านหลังยังมีสาวใช้สองคนที่ตามมาด้วย “ดึกแล้วนะเจ้าคะ หากมีอะไรข้าค่อยช่วยท่านทำต่อพรุ่งนี้”
“หรงเอ๋อร์เจ้ามานี้สิ” หานเชี่ยนหนิงกวักมือเรียกน้องสาว “วันนี้ท่านพ่อบ้านเบิกเงินไปจ่ายค่าทำสวนเรือนท่านแม่ แต่ในนี้ไม่มีลงบันทึก”
“ข้าลืมไปเลย!” หานเยี่ยนหรงอุทานออกมาทันที “พี่ใหญ่ข้าผิดเอง ท่านคงไม่ได้ตำหนิท่านพ่อบ้านนะเจ้าคะ”
“ยัง แต่ครั้งหน้าระวังด้วย บัญชีต่างๆ ต้องรอบคอบกว่านี้”
หานเยี่ยนหรงกอดแขนผู้เป็นพี่สาวก่อนซบใบหน้าเข้าหาอย่างออดอ้อน “ข้าไหนเลยจะละเอียดรอบคอบเท่าพี่ใหญ่ เรื่องบัญชีข้าไม่ถนัดแม้แต่น้อย”
“ไม่ถนัดไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้ เจ้าเรียนรู้เอาไว้ให้มาก ต่อไปในอนาคตย่อมทำได้ดีขึ้น บัญชีรายรับรายจ่ายหากไม่ระวังเกิดปัญหาขึ้นมาจะยุ่งไปกันใหญ่”
“ข้าทราบแล้ว แต่ว่า...” ใบหน้าที่เกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มมองผู้เป็นพี่สาว “ข้าไม่อยากให้พี่ใหญ่ออกเรือนเลย ทำไมตระกูลหานของเราต้องมีกฎนี้ด้วย มีอย่างหรือบุตรคนโตต้องเป็นฝ่ายแยกเรือนออกไป ไม่ยุติธรรมสักนิด”
หานเชี่ยนหนิงยิ้มกว้าง “ไม่ยุติธรรมต่อใครเล่า”
“ข้าอย่างไรเล่าเจ้าคะ!” หานเยี่ยนหรงตอบอย่างมั่นใจ “ทั้งท่านและข้าอยู่แบบนี้ ออกเรือนแล้วยังอยู่ด้วยกันไม่ได้หรือ ข้าไม่อยากแยกจากท่านเลยสักนิด”
“ไม่อยากแยกจากพี่ใหญ่ หรือเพราะเจ้าขี้เกียจรับผิดชอบบัญชีของจวนกันแน่”
หานเยี่ยนหรงหัวเราะเสียงเบาแต่ยังคงกอดผู้เป็นพี่สาวแน่น “ไม่ช้าก็เร็วท่านพ่อต้องพูดถึงเรื่องนี้แน่ ล่วงเลยมาปีหนึ่งแล้ว”
นางหมายถึงพี่สาวที่ปักปิ่นมาแล้วปีกว่า ในขณะที่นางเพิ่งปักปิ่นไปเมื่อเดือนก่อน
“เหตุใดมามัวแต่กังวลเรื่องนี้เล่า ท่านพ่อกับท่านแม่ไหนเลยจะบังคับพี่ใหญ่กับเจ้าให้รีบออกเรือน หาไม่คงรีบยกให้พี่ใหญ่แต่งออกไปแล้ว ไม่รอจนย้ายมายังอันหยางเช่นนี้”
“ข้ารู้เจ้าค่ะ แต่ยังคงกังวลว่าหากพี่ใหญ่แต่งออกไปแล้วข้าคงเหงาแน่นอน”
“เอาเถิด ยังไม่ถึงเวลาไยจึงมัวมานั่งครุ่นคิดเล่า ท่านพ่อกับท่านแม่รักเราที่สุด ไม่มีทางฝืนใจให้เราแต่งออกไปหากเราไม่ยินดี เราสองคนโชคดีในเรื่องนี้เจ้าต้องจำไว้ให้แม่น เจ้าเห็นตัวอย่างแล้ว สหายของเจ้าที่เมืองหลวง หลายคนถูกบังคับให้แต่งออกไปเพื่อผลประโยชน์ หลายคนถูกยกให้เป็นอนุของผู้อื่น”
“เจ้าค่ะ”
“เอาละกลับเรือนได้แล้ว ดึกแล้วพี่ใหญ่เองก็จะเข้านอนเช่นกัน เสี่ยวหลันพาคุณหนูของเจ้าไปนอนได้แล้ว” หานเชี่ยนหนิงหันไปบอกกับสาวใช้ต้นห้องของน้องสาว
“เจ้าค่ะคุณหนูใหญ่”
“เจ้าก็พาพี่ใหญ่กลับเรือน” หานเยี่ยนหรงหันไปบอกเสี่ยวจิ่นสาวใช้ของผู้เป็นพี่สาว เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะกลับไปคร่ำเคร่งกับสมุดบัญชีอีกครั้ง
