บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 ไปฉลองกัน - 3

“เต้าหู้ครับ...”เขาตอบเสียงแผ่ว พลางช้อนสายตาขึ้นมองเพียงครู่เดียวก่อนจะรีบหลบสายตาคมคู่นั้นไปทางอื่น

“แล้วทำไมถึงมาที่แบบนี้ ดูไม่เห็นจะเหมาะกับเราเลย”คณินถามพลางกวาดสายตามองการแต่งตัวที่ดูเรียบง่ายและสะอาดสะอ้านของคนตรงหน้า ซึ่งมันช่างย้อนแย้งกับแสงสีและความฉูดฉาดของสถานที่แห่งนี้เหลือเกิน

เต้าหู้ก้มหน้าลงมองมือตัวเองที่ประสานกันแน่นบนตัก

“เพื่อนชวนมาครับ... ผมไม่อยากขัดใจเพื่อน”

คณินนิ่งไป ไม่ได้เอ่ยคำตำหนิหรือสั่งสอนอย่างที่เต้าหู้กังวล เขาเพียงแค่จ้องมองความบริสุทธิ์เดียงสาที่ฉายชัดผ่านท่าทางและคำพูดนั้นด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ความเงียบระหว่างคนสองคนถูกเติมเต็มด้วยเสียงลมพัดผ่านเบา ๆ ก่อนที่ชายหนุ่มจะขยับตัวแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม

“ลงไปหาเพื่อนเถอะ เดี๋ยวพวกนั้นจะเป็นห่วงเอา”

คำพูดนั้นคล้ายเป็นคำสั่งทว่าแฝงไปด้วยความห่วงใยลึก ๆ เต้าหู้พยักหน้าอย่างว่าง่ายราวกับเด็กน้อยที่เชื่อฟังผู้ใหญ่ เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นแล้วเดินตามหลังแผ่นหลังกว้างที่ดูแข็งแกร่งและมั่นคงนั้นไปเงียบ ๆ ตลอดทางเดินลงสู่เบื้องล่าง เขาไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกมาอีก มีเพียงเสียงหัวใจที่ยังคงเต้นผิดจังหวะ และความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นบุหรี่นั้นที่เริ่มสลักลึกลงในใจทีละน้อยอย่างไม่รู้ตัว

ทันทีที่ฝีเท้าเล็กก้าวพ้นจากทางหนีไฟกลับมายังพื้นที่ส่วนกลาง แรงกดดันจากความวุ่นวายรอบข้างก็ดูจะเบาบางลงเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเผชิญมา เพื่อนทั้งสี่คนซึ่งนั่งกระสับกระส่ายอยู่ก่อนแล้ว ต่างพุ่งตัวเข้ามาหาเขาแทบจะพร้อมกันด้วยความตระหนกที่ฉายชัดบนใบหน้า

“เฮ้ยหู้! หายไปไหนมาน่ะ นานมากจนพวกเราจะเดินไปตามอยู่แล้วนะ!”

โรสเป็นคนแรกที่โพล่งขึ้นมาพร้อมคว้าไหล่เขาไว้แน่น แววตาที่เคยมั่นใจตอนนี้สั่นระริกด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิด เต้าหู้เม้มริมฝีปากที่สั่นเทาของตัวเองไว้แน่น เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับมา ก่อนจะค่อย ๆ เล่าเหตุการณ์อัน

ที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าห้องน้ำด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นพร่า

“เรา... เราเจอคนลวนลามมา แต่ว่ามีคุณคนหนึ่งเขาเข้ามาช่วยเอาไว้ได้ทันพอดี”

สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรื่นเริงรอบโต๊ะกลับเงียบกริบลงทันตาเห็น ราวกับมีใครบางคนกดปุ่มหยุดเสียงเพลงและเสียงหัวเราะลงในพริบตา ความสนุกสนานที่เคยอบอวลอยู่จางหายไปจนเหลือเพียงความเย็นยะเยือกและความรู้สึกผิดที่กัดกินใจเพื่อนทุกคน

“กลับกันเลยไหม!”ต้นข้าวลุกขึ้นยืนพรวดพราดด้วยแรงอารมณ์ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความโกรธแค้นต่อสิ่งที่เพื่อนต้องเจอ ผสมปนเปไปกับความห่วงใยจนขอบตาเริ่มร้อนผ่าว

“เออ กลับเถอะ ไม่ต้องอยู่มันแล้วสถานที่แบบนี้!”บันนี่ขมวดคิ้วแน่นจนเป็นปม มือที่เคยถือแก้วเครื่องดื่มวางลงบนโต๊ะอย่างแรงด้วยความฉุนเฉียว เธอโกรธตัวเองที่ชวนเพื่อนมาเผชิญอันตรายในคืนนี้

ท่ามกลางเสียงพูดคุยของเพื่อน ๆ ที่พยายามจะพาเขาออกจากคลับแห่งนี้ เต้าหู้กลับยังคงนั่งนิ่ง หัวใจดวงน้อยยังคงเต้นระรัวแรงไม่ยอมสงบลงง่าย ๆ ทว่าความรู้สึกในตอนนี้กลับเริ่มบิดเบี้ยวและเปลี่ยนทิศทางไปอย่างน่าประหลาด

มันไม่ใช่ความหวาดกลัวที่สั่นประสาทเหมือนตอนแรก แต่มันกลายเป็นความกระวนกระวายใจที่ยากจะอธิบาย... ความรู้สึกวูบโหวงโหมกระหน่ำขึ้นมาในอก เมื่อเขาเพิ่งตระหนักได้ว่า ในช่วงเวลาของความวุ่นวายนั้น เขาทำได้เพียงแค่กล่าวขอบคุณ แต่กลับยังไม่ทันได้เอ่ยถามแม้แต่ชื่อจริงของผู้ชายคนที่ยื่นมือเข้ามาฉุดเขาขึ้นจากความกลัว

ภาพของชายหนุ่มเจ้าของกลิ่นบุหรี่ที่ติดตรึงอยู่ในโสตประสาท น้ำเสียงทุ้มลึกที่แม้จะดูดุดันแต่กลับแฝงไปด้วยพลัง และคำพูดสั้น ๆ เพียงไม่กี่คำที่ยังคงดังก้องวนเวียนอยู่ในหูราวกับมนต์สะกด..."ไม่เป็นไรแล้ว"ประโยคเรียบง่ายนั้นกลับทรงพลานุภาพยิ่งกว่าสิ่งใด มันไม่ได้เพียงแค่ปลอบประโลม แต่กลับสลักลึกเข้าไปในความทรงจำของเต้าหู้ จนทำให้ความมืดมิดในคืนนี้ดูจะพร่าเลือนไป

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel