บท
ตั้งค่า

4 ฉันยังไม่ตาย

เข็มนาฬิกาช่างเดินเร็วกว่าวันไหนเพราะถึงเวลาที่ต้องมานั่งร่วมรับประทานอาหารกับเจ้านายทั้งสองและแขกคนพิเศษ แม้อยากจะเลี่ยง เลี่ยงไปให้ไกล แต่ได้รับเชิญจากคุณมีน เธอก็ต้องทนนั่งฟังการพูดคุย และพยายามไม่สบตาคนที่เคยเหยียบหัวใจเธอไว้ใต้ฝ่าเท้าเขา จนย่อยยับไม่มีชิ้นดี หน่ำซ้ำมีคนที่บ้านเขาช่วยส่งเสริม

มืออัมนิชาสั่นเมื่อคิดถึงวันเวลาเหล่านั้น จนแมททิวถอดเสื้อหนังเขาให้เธอใส่เพราะคิดว่าเธอหนาว และเธอได้ยินมีนภาแหย่น้องชายและหัวเราะ

“แหมอาหารพี่หวานขึ้นไปอีก พอเถอะพอนายแมท จะหวานก็ไปหวานกันสองคนเลยนะ”

“เอ่อ อัมไม่หนาวค่ะ” เธอดึงเสื้อตัวหนาออกจากไหล่ แต่แมททิวไม่ยอม ในตอนนั้นเสียงที่เธอไม่อยากได้ยินก็ดังขึ้น

“วัยรุ่นก็แบบนี้แหละครับมีน ถือว่ายังเป็นช่วงวัยรุ่นนะ จะเหมือนเราได้ยังไงล่ะ”

แววตานั้นมองมาที่เธออย่างรังเกียจ เธอไม่ได้มองผิด อัมนิชาก้มหน้า ฉันเองก็เกลียดคุณ ไม่ต้องสำคัญตัวเองไปหรอกนะ เกลียดมากด้วย ด้วยความคิดฟุ้งซ่านทำให้เธอเผลอเอามือปัดแก้วน้ำดื่มตกจากโต๊ะ ร้อนถึงสุภาพบุรุษอย่างแมททิวเพราะไม่มีบริกรเข้ามาในห้องรับประทานอาหารของเจ้านาย

“ขอบคุณค่ะ แต่อัมจัดการเองดีกว่า” อัมนิชาแย่งแก้วที่ไม่แตกไปเก็บเอง แมททิวยิ้มให้คนที่ชอบพอ ทิวามองคนทั้งสองก่อนจะตั้งใจปัดซ้อมบนโต๊ะบ้าง สายตาสามคู่หันมอง

“ขอโทษนะครับ สงสัยยังเมาเรืออยู่น่ะ”

“ใช่หรือคะ อย่าบอกว่าดื่มมาก่อนมาที่นี่” มีนภาลุกขึ้นจะไปเก็บช้อน ทว่าทิวาก้มเก็บและเดินไปที่ร่างบอบบางซึ่งเดินไปด้านนอก

“เข้าห้องน้ำนะมีน”

มีนภาพยักหน้าก่อนหันหาน้องชาย ถามเรื่องอัมนิชาว่าคืบหน้าแค่ไหน

“เขาไม่มีใครนี่ครับ ไม่พ้นมือผมหรอกพี่ อย่าห่วงเลย”

มีนภามองตรงประตูเอ่ยเรื่องที่เพิ่งรู้มาสดๆ ร้อนๆ จากแม่

“แม่ไม่ยอมนายหรอก นี่จะพาคนที่เลือกไว้มาอีกแนะ คนที่อยากได้น่ะ เตรียมรับมือไว้เถอะ พี่คงช่วยได้แค่บอกให้เตรียมตัว เห้อ ชักเป็นห่วงอัมนิชาแล้วล่ะ”

ไม่เอาใครคนไหนนะแม่ มีคนเดียวที่คิดจริงจัง ทำไมไม่เคยฟังลูกคนนี้บ้าง

อาหารอร่อยแค่ไหน มีคนที่รักนั่งกินข้างๆ ได้ยินข่าวนี้แมททิวก็ชักเซ็ง คนเป็นพี่ต้องปลอบใจ ว่าคนเราบางทีก็อาจไม่ได้สิ่งที่ต้องการ แมททิวมองพี่

“พูดเหมือนพี่มีความในใจอะไรอีกนะครับ”

“เปล่าซะหน่อย อย่าห่วงพี่เลย เอ้ากินเข้าไป เขาไม่เคยยอมร่วมโต๊ะนิ เลิกงานก็หายใจเป็นลูกสาว วันนี้พี่ช่วยนายไว้ อย่ามานั่งเศร้า ให้พี่เป็นห่วงสิ”

แมททิวเชือดเนื้อในจานช้าๆ สายตาหันมองที่ประตู รอว่าเมื่อไหร่อัมนิชาจะกลับมา

ตรงประตูห้องน้ำที่ไร้ผู้คน อัมนิชาเดินหนีร่างสูงที่กำลังเดินตรงมา ทว่าเสียงเหน็บแหนมที่รู้ว่าส่งมาที่เธอทำให้ต้องหยุดเดิน

“เก็กเลี้ยงแกะอย่างเธอยังมีชีวิตอยู่เหรอเนี่ย ไม่เจอกันนานมาก จนฉันคิดว่าเธออาจไม่มีชีวิตอยู่แล้วนะ”

เลี้ยงแกะ ถ้าเธอเป็นอย่างนั้นเขามันก็ผู้ชายใจโลเล หลอกเคลมเด็กไม่ในบ้านที่เพ้อฝันถึงเขาในตอนนั้น เธอพยายามไม่หลบสายตารังเกียจที่มองมา

“คนที่เห็นผู้หญิงเป็นแค่ที่ระบายความใคร่ จากนั้นโยนทิ้งให้แม่ตนเองจัดการ ให้หลายคนรุ้มึ้งไม่น่ารังเกียจหรือไง ไอ้ที่ว่าเลี้ยงแกะนั่น ฉันอยากเป็นอย่างนั้นจริงๆ”

ก็เธอไม่ได้เป็น จะยอมรับมันทำไม ใจเธอกำลังเต้นแรง เธอเดินห่างเขาออกมา แต่กลับโดนดึงมือไว้

“ตอนนี้หลอกสำเร็จไปถึงไหนล่ะ ล้างคราบผู้ชายที่ผ่านมาออกหมดแล้วหรือไง แนะนำนะไปหาที่ใหม่เถอะ กับครอบครัวมีนคงไม่สำเร็จ เพราะฉันจะมาเป็นคนในครอบครัวเขา เธอคนมีอดีตเน่าๆ ควรหลีกทาง”

“ไม่ ไม่หลีก” เธอไม่รู้จะพูดอย่างไร นอกจากทำให้เขาหน้าแดง ให้เขาโกรธ ว่าแล้วก็สะบัดมือออก ทว่าร่างเธอกลับโดนกักที่มุมห้องน้ำ สองสายตาสบกันด้วยความเกลียดชัง ลมหายใจของทิวารดรินแก้มแดงก่ำ มือเขายกขึ้นลูบเบาๆ เธอเมินหน้าหนี

“ปล่อยฉันนะ ปล่อย อย่ามาแตะต้อง ฉันขยะแขยง”

“เรื่องนั้นรู้อยู่แล้ว และฉันเองก็ขยะแขยง แค่อยากเตือนให้ไปให้พ้นจากคนบ้านมีนเสีย ไป ไปได้ยินมั้ย ก่อนฉันจะโพนทะนาความชั่วเธอ”

แก้มสาวโดนบีบ แรงมาก เหมือนครั้งนั้นที่เธอไม่เคยลืม พลันเกิดเจ็บในอกขึ้นแต่อัมนิชาก็อดทน ซ่อนน้ำตาไว้ อย่าร่วงออกมาเชียวนะ ทนเอาไว้ และเมื่อเขาไม่ระวังตัว เธอยกเข่าขึ้นกระทุ้งเข้าไปที่เป้ากางเกง เขาตัวงอ หน้านิ่วด้วยความเจ็บปวด เธอสะใจ ลูบผมสั้นสีดำเสมอหูให้เข้าที่เดินห่างออกมา

ตายจากไป เขาอยากให้เธอตาย ดีเธอยังไม่ตาย คอยดูว่าใครจะอยู่ใครจะไปก่อนกัน คราวนี้เธอจะไม่วิ่งหนีอีกแล้ว เธอเดินไปที่โต๊ะและนั่งลง ทานอาหาร ชวนเจ้านายทั้งสองคุย

เข็มนาฬิกา เธออยากให้เดินเร็วๆ เหมือนการกินของเธอตอนนี้ เพราะเธออยากกลับบ้านแล้ว

ลูกอมลูกสาวที่น่ารัก คือหัวใจของเธอ เหมือนเด็กน้อยจะมอบพลังให้เธอมา เธอไม่ได้อ่อนแอ หวาดหวั่นเหมือนวันวานอีกแล้ว ใครคิดมารังแกกันอีก แม่คนนี้จะไม่ยอมเด็ดขาด

“เจอทิวามั้ยอัม เขากฌไปนานแล้วนะ”

อัมนิชายิ้มบางๆ และจำโกหก “ไม่เจอค่ะ” ว่าแล้วหันไปตักอาหารให้แมททิวเพราะคนที่มีนภาเอ่ยถึงเดินเข้ามาพอดิบพอดี

สายตาพิฆาตคงเล็งมาที่เธอ แม้ใจสั่นๆ แต่เธอไม่สบก็ไม่เป็นไร ดังนั้นเธอจึงสนใจแต่แมททิว จนคืนนี้เขายิ้มหน้าบาน

ขอโทษนะคุณแมท แต่อัมไม่มีทางเลือกจริงๆ การเสแสร้งของเธอ อาจทำให้คนๆ หนึ่งมีความหวัง แต่เธอก็ต้องทำ บางครั้งความเห็นแก่ตัวก็เข้ามาให้ต้องทำโดยเลี่ยงไม่ได้ เธอแอบถอนหายใจ เมื่อคิดว่าอาจต้องทำจนกว่ามีนภาจะพาทิวากลับไป

คนในครอบครัว แต่เขาบอกว่าจะเป็นอย่างนั้นไม่ใช่หรือ คิดอีกที เธอจะชนะในเกมนี้ได้อย่างไร…

“กินเยอะๆ สิอัม มัวตักให้ผมและคิดถึงคนที่บ้านใช่ไหม ไม่ต้องห่วงนะ ผมส่งอาหารไปให้ที่บ้านอัมแล้วล่ะ”

อัมนิชามองหน้าแมททิว ทำไมฉันไม่เจอคุณก่อนหน้านี้นะ ทำไมโชคชะตาต้องสร้างมลทินร้ายๆ ให้ฉัน ทำให้ไม่กล้าเปิดใจกับใครจริงจังเสียที ทำไม!

“ไปต่อผับกันมั้ยมีน นานๆ มาที่นี่ ผมอยากไปครับ”

ขัดลูกหูลูกตาคนสองคนซึ่งนั่งตรงข้าม ทิวาเอ่ยออกมา เนื้อในจานก็หั่นเสมือนโกรธใครมา

“ไปด้วยกันนะแมท อัมด้วย”

“เอ่อ อัมขอโทษด้วยค่ะ มีภาระคุณมีนก็รู้”

ทิวามองอย่างสงสัย แมททิวไม่อยากเอ่ยอะไรมากไป เพราะยังถือว่าทิวาคือคนนอก เขาบอกตามใจอัมนิชา และจะไปส่งเมื่อทานเสร็จ มีนภาเบ้ปาก

“หวงไม่เข้าเรื่อง กลัวใครมาเหล่อัมล่ะสิ ทำยังทุกวันนี้ไม่มีแขกหนุ่มๆ มาเฝ้าเขา พี่รู้นะว่ามี”

“พอเถอะครับ แขกพวกนั้นแค่มาพักผ่อน มากสุดหกเดือน ผมไม่กลัวพวกมันหรอก”

“อัมเองไม่ได้คิดอะไรกับแขกนะคะ”

แมททิวยิ้มแฉ่ง แต่ทิวาวางซ้อม มีด เขาเช็ดปาก มีนภาหันมอง “อิ่มแล้วเหรอคะทิม”

“ครับ ขอไปดูดบุหรี่นะครับ”

ร่างสง่าเดินจากไป อัมนิชามองอย่างแปลกใจ บุหรี่เขากลับไปยุ่งกับของพวกนั้นเงแต่เมื่อไหร่ แต่เธอจะสนใจทำไม ใช่เรื่องเธอเสียที่ไหน ส่งมะเร็งเข้าไปเยอะๆ เขานั่นแหละต้องหายไปจากโลกนี้ก่อนเธอ เขากล้าพูดเรื่องแบบนี้ ทำไมเธอจะคิดบ้างไม่ได้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel