หัวใจยากหวนคืน

25.0K · ยังไม่จบ
ลิขิตนางฟ้า
17
บท
499
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

วันนั้นเขาเหยียบย่ำหัวใจที่บอกว่าจะดูแลตลอดชีวิตให้ย่อยยับ วันนี้คิดหวนคืน เขาคิดอะไรอยู่! อัมนิชาเป็นเพียงเด็กในบ้านของทิวา เธอหน้าตาสวย เป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ ที่ได้พบหน้า แต่คนที่มองเธอมานานกว่าใคร มีหรือจะปล่อยให้ใครมาเด็ดดอกไม้งามในบ้านเขาไปดอมดม เมื่อเธอมีใจให้เขา ชายหนุ่มจึงรวบรัดเธอไว้ไม่ให้ไปเป็นของใคร เธอหวาดกลัวแม่ เขาบอกอย่าหวั่นใจ แต่เมื่อเธอกลายเป็นหญิงสองใจเพราะมีคนให้ร้าย เขากลับทิ้งขว้างให้เธอเผชิญหน้ากับความโหดร้าย กับแม่เธอ แม่เขาเพียงลำพัง จนกระทั่งโดนไล่ออกจากบ้าน เธอได้รู้ว่ารักที่เขาพร่ำบอก ไม่มีอยู่จริง แม่เขาประกาศว่าเขากำลังจะแต่งงาน ระหว่างที่เจ็บปวดรวดร้าวใจแม่เธอก็ล้มป่วย อัมนิชาพยายามไม่คิดเรื่องตนเอง เธอเฝ้าดูแลแม่ อุ้มท้องลูกที่พ่อไม่ต้องการ ทำงานทุกอย่างเพื่อนำเงินมาดูแลครอบครัว รอยยิ้มเด็กสาวที่ใครๆ ว่าน่ารัก น่ามองค่อยๆ หายไป และเมื่อเจอกันอีกครั้ง ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรที่เขามาตามง้องอน อย่าหวังเธอจะหวนคืนง่ายๆ หัวใจที่มีบาดแผลยังมีเลือดซึมอยู่ แม้ซ่อนเร้นใครต่อใครว่าไม่เป็นไรแล้ว แต่เธอเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ดี --------------- “ปล่อยนะ ปล่อย” “มาเถอะน่า ไม่ฆ่าเธอหรอก เรื่องของเรามันเป็นอดีตไปแล้ว หลายปีแล้วนิ ฉันเจอเธอแค่อยากสนุกด้วยเหมือนวันก่อนๆ เท่านั้น” กระเป๋าใบเดิมโดนยึดไว้เมื่อเธอเหวี่ยงอีกครั้ง พร้อมร่างเธอโดนเหวี่ยงเข้าในรถ อัมนิชาน้ำตาซึม “ปล่อยฉันลง” ฉันจะไปหาลูก ปล่อย “นั่งนิ่งๆ เถอะน่า โวยวายไปจะชวดนายแมททิวนะ แม้นายนั่นจะเล่นๆ กับหล่อน แต่คงกอบโกยได้อีกหลายเชียวล่ะ ฉันมองแววตาเขาออก” “ไม่ต้องมาพูดอะไรแบบนี้ ฉันหาเงินเองได้ ไอ้ผู้ชายทุเรศ…” ปากโดนปิดด้วยปากที่ร้อนผ่าว อัมนิชาชกต่อยที่อก หยิกที่แขน แต่เขายังบดขยี้ปากเธอไม่ปล่อย เธอดันอกกว้างสุดแรง ตบอีกฉาดใหญ่ จ้องสายตาคมไม่หลบ “อยากสนุกก็ไปหาที่อื่น ฉันไม่ใช่ของเล่นคุณอีกแล้ว ไม่ใช่อีกแล้ว!!” เธอไม่เคยกรีดสุดเสียงแบบนี้มากี่ปีแล้ว จะกี่ปี กี่วัน เธอไม่อยากจำ แต่ทำไม คนตรงหน้ามาอยู่ตรงนี้ ให้เธอคิดเรื่องแบบนี้ อัมนิชาหมดแรง ซบหน้าที่ตัก เธอสะอื้น “อย่ามาสำออย อยากได้เงินเท่าไหร่จะให้ ไปสนุกกัน” คนที่หน้าชายังว่า อัมนิชาหยิบมีดในกระเป๋าขึ้น เธอจ่อที่คอตนเอง “ปล่อยฉันลงไป ฉันอาจทำอะไรคุณไม่ได้ แต่ฉันแทงที่เนื้อตัวฉันได้ อยากให้รถคุณมีนเปื้อนเลือดฉันเหรอ” เสียงเธอราบเรียบเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่ ทิวามองอย่างอึ้งๆ มองมีดปลายแหลมที่จ่อตรงต้นคอเธอ “บ้าหรือไง เก็บมีดซะ แม้อยากเห็นเธอหายไปจากโลกนี้ แต่อย่ามาตายในรถนี้เลย” “เปิดประตู!” ใบหน้าสวย ริมฝีปากบวมๆ ทำเขาใจหวั่นไหว ทิวาถอนหายใจ คำรามในคอ “ไปให้พ้นหน้าฉัน ไปให้พ้นตระกูลที่ฉันจะแต่งกับเขา ไม่อย่างนั้น คราวหน้าไม่ได้กลับลงไปง่ายๆ แน่” เธอลงไป มือป่ายปัดใบหน้า ไม่มองเขาอีกแล้ว เขามองร่างบางซึ่งเดินจากไปสุดสายตา ไม่อยากเชื่อ ผู้หญิงเมื่อครู่จะเป็นคนเดิมเมื่อวันนั้น ที่เคยร้องไห้คร่ำครวญ ให้เขาเชื่อใจและยกโทษให้ เวลาเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้เสมอ คิดอีกทีไม่เห็นแปลก เขาพิงเบาะรถ หลับตาลงเพื่อให้ใจหมกมุ่นผ่อนคลาย มือเขาจับที่ปากตนเอง คิดว่าตนเองทำราวผู้หญิงก็ยิ้มหยันอย่างห้ามความรู้สึกไม่ได้ นายมันบ้า ทำอะไรลงไป?

นิยายรักนิยายปัจจุบันผู้มีชื่อเสียงฟินๆรักแค้นหลอกลวงรักหวานๆดราม่า

1 ไม่อยากให้ใครมารอ คนที่ไม่มีหัวใจ

อัมนิชากำลังนั่งนับเงินเพื่อทำรายการบัญชีคร่าวๆ ก่อนร้านจะปิด ขณะนั้นเสียงฟ้าร้องคำรามราวโกรธใครมานานแสนนานยังดังไม่ขาดสาย เธอมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกซึ่งมีเม็ดฝนกระเซ็นมาเกาะแล้วร่วงหล่นหายไปและคงเป็นอย่างนั้นอยู่เรื่อยๆ

มือเล็กๆ ขยับแขนเสื้อเชิ้ตเพื่อปิดผิวเนื้อที่ข้อมือเมื่อจรดปากกาเขียนรายได้วันนี้ ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อกันหนาวในล็อคเกอร์มาใส่

“แคชเชียร์คนสวยหนาวเหรอจ้า แล้วทำไมหน้าตาไม่ดีเลยละหรือว่าป่วยยังไม่หาย”

ก่อนหน้านี้อัมนิชาลางานไปทั้งอาทิตย์ เหตุเพราะต้องดูแลลูกสาวที่ป่วย คนที่ถามไม่รู้เรื่องนี้เธอจึงได้แต่ยิ้มและบอกว่าไม่เป็นไร ทว่าคนถามกลับซุบซิบกับพนักงานบาร์อีกคนเมื่ออัมนิชาเดินไปได้ไม่กี่ก้าว

“หยิ่งจังแค่คุณแมททิวไว้ใจ แกว่ามั้ย”

อีกคนแค่ปลายตามองแม้ไม่ชอบที่คุณแมททิวซึ่งเป็นเจ้าของร้านชอบพออัมนิชาจนออกนอกหน้า ก็แค่ผู้หญิงมีเรือพ่วงจะสนใจทำไมขนาดนั้น สาวๆ อย่างพวกเธอด้อยกว่าที่ตรงไหน…

อัมนิชาได้ยินการสนทนาแต่เธอเลือกจะเงียบ ร่างในชุดกางเกงผ้าซาตินทรงกระบอกกับเสื้อเชิ้ตสีขาวเดินไปชะเง้อมองหน้าต่างและภาวนาให้ฝนหยุดตกเร็วๆ เพราะอยากกลับบ้าน ตอนนี้แขกในร้านอาหารมีเหลือแค่สองโต๊ะ เหมือนกำลังดื่มกัน ไม่มีออเดอร์อาหารเพิ่ม ในครัวก็ปิดแล้ว เธอสามารถกลับได้ แต่ฝนทำให้มีอุปสรรคในการกลับ

ตอนนี้ฤดูฝนหรือเธอควรทำอย่างที่น้องสาวพูด คือซื้อรถยนต์สักคันเพื่อหลบฝน ไปไหนมาไหนก็ไม่ลำบากอย่างเคย

ซื้อได้ยังไง คิดกี่ครั้งก็ไม่ได้เพราะตอนนี้น้องสาวยังคงเรียน เธอไม่มีปัญญาไปหาเงินผ่อนปัจจัยที่ห้านั้น ลำพังค่าเช่าบ้าน ค่ากินก็เดือนชนเดือน เมื่อคิดไม่ตกมือข้างหนึ่งก็จับที่ศีรษะข้างหนึ่ง สายตาเพ่งไปในสายฝนที่พร่ำลงมา

ในม่านน้ำฝนนั้น เธอมองอะไรไม่ค่อยชัดเจนอีกวัน เธอกระพริบตาลงมองนาฬิกาอีกที

เมื่อไหร่หนอชีวิตของเธอจะไม่ต้องทนกับควาหมองมัวในจิตใจ จนทำให้อะไรๆ ที่เห็นพาลพร่าเลือนเมื่อมองดู

บางทีถ้ามีใครสักคนมาร่วมทางชีวิต อย่างที่น้องสาวว่าก็คงดี อัมนิชายกมือลูบกระจกที่ด้านนอกซ่งมีน้ำเกาะฝนแล้วหยดหายไป

แต่ใครกันเล่าจะสนใจกันจริงจัง เธอกลายเป็นผู้หญิงที่กลัวความรักเสียแล้ว อายุแค่26 ก็ทำตัวเป็นคนอมทุกข์ “พี่นะพี่เมื่อไหร่จะได้เจอความรักล่ะ” น้องสาวก็พูดไปเรื่อยราวรู้เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ดี แม้เห็นด้วยบ้างในบางครั้งแต่เธอก็ไม่อาจยิ้มง่ายเหมือนตอนเป็นสาวแรกรุ่น รอยยิ้มนั้นค่อยเลือนหายไป ไม่ต่างสายฝนที่เทลงมาในขณะนี้

ตอนนั้นคือตอนนั้น ตอนนี้ก็คือตอนนี้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับชีวิตมากมายทำให้เธอยิ้มไม่ค่อยออก ที่อยู่มาได้และเดินไหว เธอก็คิดว่าตนเองเก่งพอใช้

“กลับด้วยกันสิอัม รู้ว่าเราคงกำลังเป็นห่วงลูกอมใช่มั้ย”

เสียงคุ้นเคยดังอยู่ด้านหลัง อัมนิชายิ้มให้เจ้าของร้านซึ่งใจดีกับเธอเสมอ เขาทำให้ได้มีงานทำ คนที่ให้ความช่วยเหลือเสมอแต่เธอเกรงใจเขาเพราะรู้ว่าการที่เขาช่วยเหลือเธอ ทำให้ต้องผิดใจกับที่บ้าน เธอจึงพยายามเลี่ยง ทว่าเรื่องงานเธอขอพึ่งพาเขาไปก่อน

“คิดอะไรครับแค่จะไปส่ง” เขายังตื้อไม่เลิก ไม่แสดงความโมโห นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอยังทำงานที่นี่ได้

“ไม่เป็นไรค่ะ ฝนใกล้ตกและอยากอยู่ช่วยดูแลร้านด้วย เอ่อ แล้วไหนบอกว่าจะไปดูแลสาขาหนึ่ง และสองค่ะ”

ร้านอาหารของแมททิวมีห้าสาขาในพัทยา เธออยู่โซนที่ไกลชายหาด สาขาหนึ่ง สอง มีแขกมาก แมททิวหนุ่มลูกครึ่ง หน้าตาหล่อเฟี้ยวถือหุ้นกับพี่สาว ซึ่งนานครั้งฝ่ายนั้นจะเข้ามาดูแลที่ร้าน ดังนั้นร้านไหนที่ขายดี คุณมีนพี่สาวแมททิวจะให้น้องชายเฝ้าเองตลอด ส่วนอีกสามร้านซึ่งแขกไม่มากมายจะมีผู้จัดการร้านที่วางใจช่วย สาขาสามจึงเป็นของอัมนิชามาได้สี่ปีกว่า

สี่ปีเธอทำงานที่นี่มานานพอสมควร ทว่าเหมือนเวลาที่เธอย้ายออกจากบ้านหลังนั้นเพิ่งจะเกิดขึ้น

“ฝนตกลูกค้ามีเรื่อยๆ และวันนี้เราคงตกข่าวพี่มีนมา เขาดูแลเอง ผมเลยมานี่ได้ไง”

อัมนิชาแปลกใจ เหรคะ”

“อืม ถ้ารู้แบบนี้ไปได้ไหม”

อัมนิชาหห่วงลูกแม้จะมีน้องสาวดูแล ดังนั้น ในรอบหลายเดือนเธอจึงไปขึ้นรถหรูของแมททิว ก่อนออกจากร้านไม่ลืมสแกนนิ้วมือ

“พนักงานดีเด่นต้องมาแล้ว”

เมื่อแมททิวเอ่ยชม อัมนิชาก็แย้งขึ้นมา “อะไรกันคะ กลับคนอื่นก็ทำงานดีนะคะ อย่ามาให้อัมคนเดียวเลย

“เข้าใจแล้ว”

อัมนิชามองเสี้ยวหน้าคมเข้ม ผู้ชายคนนี้รอบคอบ ใส่ใจ ทว่า เธอไม่คู่ควรกับเขาอย่างที่ครอบครัวเขาว่า แม้มีคุณมีนเอาใจช่วย เธอก็ไม่เคยหลงตนเอง หรือต้องการทำให้แม่ที่ห่วงลูกชายต้องเสียใจ เธอพยายามเข้าใจฝ่ายนั้น ทว่าเขาตามเธอเหมือนไม่ยอมปล่อย แบบนี้เธอควรจะบอกเขาอีกครั้งหรือไม่

นั่นคือเรื่องราวที่เขาหวังและเคยบอกเธอไปครั้งหนึ่งแต่โดนเธอปฏิเสธ ให้เลิกหวัง เพราะคงเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าเขาจะพูดมันอีกกี่ครั้งก็ตามแต่

“พี่มีนซื้อของมาฝากด้วยนะ” ไม่ทันได้เอ่ยเรื่องที่ต้องการ ถุงสวยๆ วางอยู่ที่บนตัก อัมนิชามองถุง

“เอ่อ…”

“น่าจะเป็นของหลานนะ พี่มีนเขามาครั้งนี้มาเที่ยวกับคนพิเศษเขา เลยไม่ได้ให้เอง ฝากมาบอกน่ะ”

“ฝากขอบคุณนะคะ”

อัมนิชาบีบถุงที่ตัก รู้สึกดีใจแทนผู้ชายที่ได้ความรักจากผู้หญิงดีๆ ไป เพราะตั้งแต่เจอกัน เธอเห็นมาตลอดว่ามีนภามีน้ำใจต่อคนอื่นไม่ต่างกับน้องชาย การมีรักที่ดีเธอย่อมยินดีด้วย

“ลูกอมโอเคแล้วใช่หรือเปล่า วันนี้คงไม่รบกวนเข้าไปนะ แต่ฝากขนมอร่อยๆ ไปให้ด้วย”

ภายใต้แว่นตาที่สวมใส่เขาหันมามองกัน เรื่องที่อยากพูดนั้น หญิงสาวต้องเก็บไว้ก่อน บางทีการพูดตรงเกินไปแต่ทำให้คนอื่นเสียใจเธอก็ไม่อยากทำ ก็คงต้องทนอึดอัดต่อไป จนกว่าแมททิวจะเจอคนที่ใช่ในชีวิต เธอหวังให้เขาเจอเร็วไว อย่างที่คุณมีนได้เจอในตอนนี้