บทที่ 3 ดวงดาวเป็นพยาน
บ้านหลังสีฟ้าสองชั้นที่ตั้งสง่าท่ามกลางธรรมชาติล้อยร้อมดอกไม้นานาพรรณมีทั้งกล้วยไม้ป่า ดอกกุหลาบหลากหลายสีสันรวมทั้งดอกคุณนายตื่นตามองแล้วสวยงามยิ่งนัก
บรรยากาศที่เย็นสบาย ๆ มาพร้อมกับแสงแดดยามเย็นดูอบอุ่นอีกทั้งตัวบ้านมีแสงสะท้อนระยิบระยับที่ตกแต่งด้วยโมไบล์รูปทรงดวงดาวสีเงินขนาดเล็กใหญ่ ปะปนกันไปดูแล้วช่างสบายตายิ่งนักภายในบ้านนั้นดูสะอาดเพราะจัดเก็บสิ่งของเรียบร้อยตรงหน้าปรากฏร่างผู้เป็นแม่ที่ดูวุ่นๆกับการทำอาหารขึ้นโต๊ะอาหาร
"กลับมาแล้วครับแม่จ๋า" ฟินน์ทักทายผู้เป็นแม่
"กลับมาแล้วฮ่ะ โฮ่!!น่ากินจุมเบย แม่จ๋า" ผู้เป็นน้องพูดจบก็เดินเข้าไปกอดทำท่าทางออดอ้อนผู้เป็นแม่โดยมือนั้นแอบหยิบจับอาหารตรงหน้าเข้าปากทันที
"นี่แนะ!ใช้ช้อนสิลูก " ผู้เป็นแม่หยิกแขนลูกชายคนเล็กเขาคิดว่าตัวเองจะรอดพ้นสายตานี้ไปได้
"ก็บีหิวแล้วนิแม่จ๋า" สายตาของเขามองไปยังโต๊ะอาหารที่วันนี้มีอาหารหลายเมนูต่างออกไปจากทุกวันมีทั้งแกงส้มกุ้งตัวโตไก่ทอดขมิ้น สลัดผัก ต้มจืดเนื้อไก่ น้ำพริกที่สะดุดตามากก็คือผลไม้ที่แกะสลักไว้สวยงามตามอาหารไทยแต่โบราณ...
"มีใครมาบ้านหรือเปล่าครับแม่จ๋า "ฟินน์ถามด้วยขึ้น
"ใช่จ่ะ ต่อไปนี้ที่บ้านของเราจะมีสมาชิกเพิ่มอีกหนึ่งคน"ผู้เป็นแม่พูดไป ยิ้มไปเป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มสังเกตเห็นสีหน้าที่ยิ้มแย้มดูมีความสุขมากกว่าทุกวันที่ผ่านมาหลังจากที่เกิดเรื่องครั้งนั้นขึ้น แม่แทบจะไม่ยิ้มหรือมีความสุขเท่ากับวันนี้มาก่อน
"ใครหรือครับแม่? ชักอยากจะรู้แล้วสิ! ใครกันที่ทำให้แม่มีความสุขขนาดนี้" เขาถามออกไปสงสัย
"หรือ....แม่มีผัวใหม่ "ไม่ทันพูดจบเขากับรู้สึกมีอะไรมากะแทรกที่หัว
"เอาอีกไหม! คิดอะไรดีๆทั้งนั้น " ผู้เป็นแม่พูดขึ้นก่อนจะว่างจานลงที่เดิม
"สมควร"เขากระซิบข้างหูน้องชายด้วยความสะใจ
"สวัสดีครับ ผมชื่อเซน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ" เสียงคุ้นๆที่ทำให้คนที่นั่งหันไปมองด้วยความตกใจ
"คุณ!!"
ทั้งสองมองตากันราวกับถูกมนต์สะกดก่อนที่เซนจะยิ้มที่มุมปาก ภาพความทรงจำในอดีตที่เขายังจำมันไม่เคยลืมเลือนคือภาพที่ฟินน์ทำอาหารให้เขาทานเมื่อสมัยเรียนมหาลัย
"อร่อยไหม ของโปรดเซนเลยนะ"ชายหนุ่มยิ้มหวานให้คนรัก
"อร่อยมาก แต่ฟินน์อร่อยกว่า" เขากุมมือบางแต่ทว่าโดนตีสวนกลับมาที่แขนเข้าอย่างจัง
" ทะลึ่ง!! เคยกินแล้วเหรอถึงรู้ว่าอร่อย..ฮ่ะ"
"ฮ่าฮ่า..ก็ให้กินซะซิ"พูดจบก็หัวเราะเสียงดังพร้อมก้มลงหอมมือเรียวนุ่มที่บางเบาราวกับมือผู้หญิงพร้อมส่งสายตาที่เจ้าเล่ห์ให้ฟินน์ กลิ่นดอกกุหลาบอ่อน ๆ นั้น...คือกลิ่นกายของเขาที่ชายหนุ่มหลงใหลยิ่งนัก
"ไปอาบน้ำล่ะ รีบกินซะ เดียวไปเรียนสาย"เขาพูดขึ้นก่อนรีบหยิบผ้าเช็ดตัวและเดินเข้าห้องน้ำไปปล่อยให้ชายที่ตรงนี้ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
"คุณ! เรามีเรื่องต้องคุยกัน"เสียงเรียกทำให้เขาสติกลับมา เขามองตามร่างบางที่เดินออกไปนอกบ้าน
(สำหรับนายความทรงจำระหว่างเราอาจไม่มีคุณค่าแต่ทว่าสำหรับฉันมันมีค่ามากกว่าชีวิตของฉันเพราะมันไม่เคยหายไปจากใจฉันได้เลย) เขาคิดในใจก่อนจะเดินตามออกไปยังชายหนุ่มที่ยืนกอดอกอย่างร้อนรน
"คุณต้องการอะไร? ทำไมคุณต้องมาอยู่ที่บ้านผม?" ฟินน์เริ่มสงสัยในตัวเจ้านายของเขาและคิดว่าผู้ชายตรงหน้านี้เป็นต้องมีอะไรแอบแฝงแน่นอนต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน
"ไม่ใช่เรื่องแปลกนี่! ที่ท่านประธานอย่างผมจะทำความคุ้นเคยเพื่อสนิทกับเลขาของตัวเองให้มากขึ้น"เขาพูดพร้อมยิ้มที่มุมปาก อย่างมีเล่ห์เหลี่ยม "
"เลขา!!"ดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ
"พรุ่งนี้ คุณต้องตื่นมาทำอาหารเช้าให้ผมทานซึ่งแม่คุณก็รับข้อเสนอนี้ด้วยสิ อะ...แล้วอีกอย่างคุณต้องนอนห้องกับผมเริ่มคืนนี้ ข้อนี้ผมก็ขออนุญาตแม่คุณเรียบร้อยแล้วด้วยเสียใจด้วยนะ" เขาพูดจบรีบเดินออกไปจากตรงนั้นด้วยรอยยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะปล่อยให้อีกคนยืนอึ้งอ้าปากค้างอย่างงงงวย
"ดะ ดะ เดียวสิคุณ อะไรกันเนี่ย!"เขาวิ่งตามเข้าบ้านไป
ดวงดาวเรียงรายเต็มท้องฟ้าระยิบระยับทอแสงสว่าง...ชวนหลงใหล ภายใต้ความเงียบนั้นหากชายหนุ่มสังเกตฟังให้ดี...จะได้ยินเสียงหัวใจของทั้งคู่...
ดวงดาวดวงหนึ่ง กำลังตกลงสู่เบื้องล่างเสมือนเป็นพยานของสองหัวใจเพราะอะไรกัน!ที่ทำให้อีกคนลืมเลือนในความสัมพันธ์รักที่ ตราตรึงใจนี้ได้แต่ทว่าอีกคนจำได้มิลืมเลือนยังคงคิดถึงเสมอ
ชายหนุ่มที่นอนพลิกตัวไปมาใบหน้าเต็มด้วยหยาดเหงื่อ...ลมที่พัดแรงกว่าปกติลอดมาทางหน้าต่างห้องนอน ผ้าม่านที่ปลิวไหวไปมาริมฝีปากบ่นพึมพำถึงใครคนหนึ่ง
"ฟินน์กลับมาเถอะ ขอร้องอย่าทิ้งผมไปอย่าทิ้งผมไป"
เซนลืมตาขึ้นเขาลุกขึ้นมองไปซ้ายของห้องเพราะสิ่งที่ปลุกเขาตื่นจากการหลับใหลคือเสียงดังจากห้องข้าง เขาลุกขึ้นเดินไปยังที่มาของเสียง
"คุณกำลังจะทำอะไรตรงนี้!!"เขาพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเมื่อเห็นว่ามีคนกำลังจะบุกรุกไปยังห้องที่ปิดตายไว้
"ห้องอะไร? ทำไมต้องล็อกด้วยโซ่แน่นหนาขนาดนี้ด้วย?"
"ยุ่ง! ผมขอเตือนคุณไว้ก่อนถ้าคุณล้ำเส้นมายุ่งวุ่นวายกับห้องนี้ ผมไม่ปล่อยคุยไว้แน่" เขาพูดด้วยท่าทางและน้ำเสียงที่จริงจังพร้อมพยายามควบคุมอารมณ์ที่กำลังขึ้นไม่รู้ว่าทำไม เขาไม่ชอบใจผู้ชายคนนี้หนัก....
"เกิดอะไรขึ้นฟินน์ เสียงเอะอะดังไปถึงข้างล่าง" ผู้เป็นแม่ถามด้วยท่าทางตกใจ
"เขาจะเข้าไปห้องพี่นี้นะครับแม่" ผู้เป็นแม่มองหน้าคนตรงหน้าทันทีด้วยอารมณ์ที่เศร้า
"จริงเหรอคะ คุณเซน" เธอถามย้ำอีกครั้ง บาดแผลที่เริ่มจะหายดีกำลังก่อตัวขึ้นอีกครั้ง
"ครับ" ชายหนุ่มตอบรับด้วยความจริงแต่เขายังสงสัยว่าครอบครัวของคนรักซ่อนอะไรไว้ในห้องนี้
"น้าข้อร้องนะคะอย่ายุ่งเกี่ยวกับห้องนี้ อย่าสงสัยเพราะในห้องนั้นเป็นห้องนี้สำคัญมากแต่เราทุกคนพยายามจะลืมเรื่องราวเลวร้ายนั้น โปรดอย่ารื้อฟื้นแผลใจพวกเราอีกเลย ถือว่านี่คือคำข้อร้องของน้านะคะคุณเซน "
"ครับ"เขาตอบรับแต่โดยดีเพื่อความสบายใจของในครอบครัวนี้แต่เขาต้องรู้ให้ได้ว่าข้างในมีอะไรซ่อนอยู่กันแน่
"ไปค่ะ ลงไปทานข้าวเช้าพร้อมกัน" หญิงวัยกลางคนมองหน้าทั้งสองแล้วยิ้มก่อนเดินลงไปข้างล่างทิ้งให้ทั้งสองเผชิญหน้ากันนี่คือจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดีหรือจุดจบของความสัมพันธ์ที่เลวร้ายกันเพียงหวังให้หมู่ดาวบนท้องฟ้าโปรดเป็นพยานว่าทั้งคู่ได้พบเจอกันอีกเป็นเพราะอะไร?
