บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 กลับมาอีกครั้งรอยยิ้มของผม

~ฟินน์~

ผมเดินมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของท่านประธานที่มาตรวจงานโดยไม่ได้นัดหมาย ปกติแล้วจะมีการโทรแจ้งล่วงหน้าก่อนเสมอแต่รอบนี้ผมรู้สึกว่าเหมือนว่าเขามาที่นี่เพื่อจุดประสงค์อื่น..ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ผมหวาดกลัวแต่อย่างใดเพราะทุกคำถาม ผมย่อมมีคำตอบเสมอ ผมทำงานที่การคลังนี้มา 3 ปีแล้วปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ที่บริษัทจัดตั้งขึ้น

พนักงานและชาวบ้านที่นี่เราอยู่กันแบบเสมือนครอบครัวถึงจะมีบางกลุ่มที่ไม่ชอบผมเพราะผมย้ายมาจากคนกรุงเทพ ข้อนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม!แต่ก็ไม่ได้ทำให้การใช้ชีวิตที่นี่ลำบากตรงกันข้ามมันกับทำให้ผมชอบความเป็นอยู่ที่พอเพียง ไม่วุ่นวายและสงบถึงแม้หลังจากนี้ชีวิตที่สงบของผมกำลังจะหายไปเพราะเขา!

ก๊อก ก๊อก!!

"ขออนุญาตครับ"

"เชิญ!"

ผมเปิดประตูเข้าไปจองมองคนตรงหน้าที่นั่งมองผม สายตาคู่นั้นเป็นประกายแล้วจู่ ๆ เขาก็เดินมากอดผมมันแน่นมากจนแทบหายใจไม่ออก เกิดอะไรขึ้น!!ทำไมเขาทำแบบนี้ผมรีบผลักเขาอย่างแรงด้วยความตกใจเขาล้มไปนั่งลงกับพื้นเผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลานั้นช่างสะดุดตายิ่งนักกับแววตาคู่นั้นเหมือนมีอะไรมากมายที่ซ้อนอยู่ เขารีบลุกขึ้นสะบัดเสื้อผ้าไปมาทว่าสายตามองมาเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันทีเป็นสัญชาติยานมันพยายามบอกผมว่าให้ค่อยๆถอยออกมาช้า ๆ แต่เขาก็ไม่วายเดินมาใกล้ผม

"คนใจร้าย" เขากระซิบข้างหูผมเบา ๆ คำพูดนั้นทำให้ผมยิ่งแปลกใจ

"คุณหมายถึงอะไร ผมไปทำอะไรคุณ เอาจริงดิ หรือเราไม่เคยเจอกันมาก่อนด้วยซ้ำ"

คนหวงตัวอย่างผมก็พยายามทบทวนความจำคนดี ๆ ที่ไหนจะเดินเข้ามากอดกันแบบนี้ ถึงแม้ว่าคนตรงหน้านี้จะตรงสเปกผมทุกอย่างแต่ก็ใช่ว่าจะทำแบบนี้ได้...

"อยากจะจูบคุณด้วยซ้ำ"

เซนต์พูดขึ้นตามที่คิดหัวใจเขาตอนนี้เต้นแรงมากจนกลัวว่าผู้ชายตรงหน้าจะได้ยินสุดท้ายแล้วคนที่เขาเฝ้าตามหามาตลอดก็อยู่ใกล้แค่นี่เอง แถมยังทำตัวเหมือนไม่รู้จักกันอีกจนกระทั่งแววตาที่เจอตอนนี้ไร้ซึ่งแววตาที่เขาคุ้นเคยอีกต่อไป

"นี่...คุณ ถึงผมจะเป็นแค่พนักงานก็ช่วยใช้คำพูดที่ให้เกียรติผมด้วยครับ"

"ผมผิดตรงไหน ผมพูดไปตามความรู้สึกตัวเองและคุณน่าจะดีใจด้วยซ้ำนะที่ผู้ชายอย่างผมสนใจคุณ!!"

เขาพูดขึ้นพร้อมส่งสายตาแพรวพราวที่มองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า

"ถ้าคุณยังพูดแบบนี้อีก ผมขอก็ตัวก่อน..."

ฟินน์หมดความอดทน ต่อให้เป็นท่านประธานเจ้าของคลังนี้ก็เถอะ เวลาของเขามีค่ามากกว่ามาฟัง คำพูดไม่ไร้สาระแบบนี้

"ยังไปไม่ได้  ผมตรวจเอกสารแล้วทำไม่ยอดการขายต่ำกว่าเกณฑ์ของบริษัทมาก คุณบริหารการขายกันอย่างไรถึงเป็นแบบนี้ผมต้องการคำอธิบาย"

"ท่านประธานที่เคารพครับคงเห็นว่าที่นี่ส่วนมากเป็นแทบชนบท ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำไร่ ทำนาและสินค้าที่เราขายส่วนมากเป็นสินค้าที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของคนที่นี่เท่าไร ผมได้ส่งเอกสารรายการสินค้าที่เราต้องการขายเพื่อให้เข้ากลับสภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่นี่หลายรอบมาก สุดท้ายก็เงียบทุกครั้งถ้าคุณไม่เชื่อในสิ่งที่ผมพูดก็ตามผมมา..."

"คุณจะพาผมไปที่ไหน"

"ก็ไปดูของที่คุณจัดส่งมาให้เราขายไง"

ทั้งสองเดินไปทางไปยังโกดังเก็บสินค้าขนาดใหญ่ พนักงานหลายคนที่พบเจอต่างยิ้มให้ด้วยความเคารพแม้ว่าอาจจะบางคนยืนมองแล้วซุบซิบกัน ชายหนุ่มตรงหน้าชี้ไปยังสินค้าที่ตั้งกองบนชั้นวางมากมาย

"สินค้าพวกนี้แทบจะขายไม่ได้เลยเพราะอะไรรู้ไหมครับ? เพราะราคาแพงเกินไปอย่างที่ผมบอกที่นี่แทบจะไม่ได้ใช้มันเลยถึงจะอยากใช้แต่ก็ซื้อมาใช้ไม่ได้ คุณเล่นเอากำไรครึ่งหนึ่งต่อของที่ขายผมทำยอดขายให้ได้แค่ในตัวเมืองเท่านั้น "

"กำไรตั้งครึ่งหนึ่ง เป็นไปไม่ได้ !"

ชายหนุ่มผู้เป็นประธานพูดขึ้นด้วยความตกใจ สายตาพลันมองขึ้นไปเห็นกล่องไม้ขนาดใหญ่ที่กำลังจะตกลงมาใส่คนตรงหน้าเขา

ชายหนึ่งรีบดึงร่างบาง เข้ามากอดไว้พร้อมหันหลังปกป้อง กลิ่นกายที่คุ้นเคย กลิ่นน้ำหอมที่ละมุนจากร่างกายที่แสนอบอุ่นยังคงเหมือนเดิมต่างออกไปคือ ทำไมจำเขาไม่ได้!! สุดท้ายแล้วกล่องบนชั้นวางขนาดใหญ่ที่ขยับเหมือนจะตกลงมาทว่าข้างกล่องใบหนึ่งมีใครบางคนแอบอู้งานขึ้นไปนอนแล้วตื่นขึ้นมาจับกล่องตรงหน้าไว้ได้ทันด้วยสีหน้าตกใจนั้นทำให้เขาแอบมองลงมายังข้างล่าง (ซวยแล้วไหมล่ะ)

"นั้นคุณเซนน์กับพี่ฟินน์นี่... ทำไมมากอดกันตรงนี้ หรือว่า...ร้ายนะพี่ฟินน์" ชายหนุ่มยิ้มที่มุมปากพร้อมรีบพาตัวเองลงมาชั้นล่างให้เงียบที่สุด

ทั้งสองต่างมามองหน้ากันแววตาทั้งคู่ต่างประสานกัน ดวงตาที่เรียวยาวของเซนต์มองยังริมฝีปากชมพูที่อวบอิ่มที่เขาเคยสัมผัสเขาก้มจูบอย่างนุ่มนวลด้วยความถวิลรสชาติที่หวานละมุนราวกับผลไม้ที่ตนชอบทานมากที่สุดแต่ทว่าก็โดนมัดอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง

"เฉี่ย!!"

ฟินน์รีบวิ่งออกไปโดยไม่ฟังคำอธิบายจากคนตรงหน้าปล่อยให้คนที่ยืนอยู่ตรงนี้ยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ พร้อมมองไปยังกล่องข้างบนชั้นว่าง

"ตกลงมาได้อย่างไร?"

"พูดกับใครครับคุณเซนต์แล้วเกิดอะไรขึ้น ทำไมคุณฟินน์ถึงเดินออกไปเหมือนโกรธแค้นใครหน้าถึงแดงแบบนั้น"

นายชินพูดขึ้นเมื่อเห็นทั้งสองทำตัวแปลกๆ นายชินเป็นคนขับรถคนสนิทของเซนเขามีอายุมากกว่าเจ้านายเพียงสามปี โตมาด้วยกันสำหรับชินคุณเซนเปรียบเสมือนน้องชายคนเดียวของเขา

"อากาศคงร้อนนะ..."  เขารีบเดินออกไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขทำเอานายชินยืนเกาหัวตัวเองด้วยความงง!เพราะท่าทางผู้เป็นนายที่เปลี่ยนไป

"ร้อนตรงไหน เย็นจะตาย" เขาพูดขึ้นพลางยืนกอดอกตัวเองไว้มองคนที่เดินจากไปด้วยความสงสัย

สามปีแล้วที่นายของเขาแทบจะไมมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าหล่อๆนั้นจนกระทั่งวันนี้....

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel