
บทย่อ
เซน=ฟินน์ สายตาทั้งคู่ประสานกัน สายตาของเซนต์มองไปยังริมฝีปากเอิบอิ่มสีชมพู ที่เขาเคยสัมผัส...ชายหนุ่มสุดจะทนอีกต่อไป ก้มจูบปากเขาอย่างนุ่มนวล ด้วยความคิดถึงรสชาติที่หวานละมุนราวกัผลไม้ที่ตน...ชอบทานมากที่สุดแต่ทว่าก็โดนมัดซัดเข้าให้อย่างจัง..... "เฉี่ย!!.." ฟินน์รีบเดินหนีไป โดยไม่ฟังคำอธิบายจากเขา หากชายหนุ่มหันหลังกับมามองสักนิด คงจะเห็นว่า......เขาเผยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย แววตาไร้สามัญสำนึก เสมือนว่าตนคือ ผู้ชนะ! เป็นเรื่องความรักที่ซับซ้อนของพวกเขา...เซนต์หนุ่มนักธรุกิจรายใหญ่ เขาพยายามตามตื้อรักแรก ของเขาอีกครั้ง ถึงแม้จะโกรธมากแค่ไหน แต่สุดท้าย!เขาก็ทำไม่ลง...เพราะอีกคนเหมือนจะไม่ใช่คนเดียวกัน...
บทที่ 1 เจอกันอีกครั้งในรอบสามปี
อากาศยามเช้าที่สดใสอากาศที่ปลอดโปร่ง เมฆบางๆที่ล่องลอยอยู่ท่ามกลางท้องฟ้า แสงอาทิตย์อ่อน ๆ บวกกับอากาศที่เย็นสบายคนงานต่างหลั่งไหลกันเข้ามาในสำนักงาน หากที่แห่งนี้เป็นเมืองใหญ่คงวุ่นวายน่าดูแต่ทว่าที่สำนักงานแห่งนี้ คือบริษัทเล็กๆในชนบท
ภายในห้องทำงานของระดับ CEO ปรากฏร่างใครคนหนึ่งที่กำลังยืนมองลงไปเบื้องล่างผ่านกระจกโปร่งใส แผ่นหลังช่างดูดีมีระดับยิ่งนัก รูปร่างสูง ใบหน้าเรียวยาว ที่กำลังเพลิดเพลินกับการจิบกาแฟยามเช้าแต่ก็ยังครุ่นคิดถึงเรื่องในอดีตที่ผ่านมาเพราะนั้นคือเหตุผลที่ทำให้เขาอยู่ที่นี่!
"อะไรนะครับพ่อ"ผมถามอีกครั้ง เพราะไม่เชื่อในสิ่งที่พ่อพูด
"คนที่แกชอบ เขาเลือกเงิน มากกว่าแก" เสียงผู้เป็นพ่อตอกย้ำอีกครั้ง ด้วยถ้อยคำที่ชัดเจนขึ้น
"ไม่จริง เขาไม่ใช่คนแบบนั้น"ผมพูดขึ้นด้วยความโมโห
เพราะพ่อไม่เคยเชื่อมั่นในความรักของเราและมักคิดว่าเขาเข้ามาเพราะฐานะของผม พ่อผมเป็นนักธุรกิจชาวจีนที่แต่งงานกับแม่ซึ่งเป็นสาวไทยแต่โชคร้ายสำหรับพ่อที่ผู้หญิงที่เขารักมากที่สุดก็ต้องมาเสียชีวิตหลังจากคลอดผมออกมา ธุรกิจหลักของพ่อคือที่รับสินค้านำเข้าจากจีนและอีกหลายประเทศถึงแม้ว่าจะไม่ใช่มหาเศรษฐีระดับต้นของไทยแต่ทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่มีชาตินี้ผมก็ใช้จ่ายไม่หมด
"นี่ เอกสาร แกเปิดดูสิ!! จะได้ตาสว่างสักที"
ผมหยิบเอกสารเปิดออก สายตามองไปยังผู้เป็นพ่อ เพราะผมไม่เชื่อว่าผู้ชายที่ผมเคยรักจะทำร้ายหัวใจของผม เอกสารระบุตัวอักษรชัดเจน พร้อมลายเซ็นที่ผมคุ้นตาเป็นอย่างดี...ในเอกสารเขียนว่า ยินยอมให้'ร้านดอกไม้สุขใจ'เพื่อใช้หนี้ และขอเงินตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ ก็จะไม่วุ่นวายกับผมอีกต่อไป... ผมทรุดลงกับพื้น....หัวใจของผมแตกสลาย
"แก่มันโง่ ฉันบอกแก่แล้วว่า.. เงิน! มันซื้อความรักได้ โดยเฉพาะคนจนแบบมัน"
ผู้เป็นพ่อพูดตอกย้ำความเจ็บปวดอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกไป ผมปาดน้ำตาตัวเอง ที่ไม่รู้ว่าไหลออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่...ผมพยายามติดต่อเขา เพราะหวังว่าเรื่องที่เกิดขึ้น คือเรื่องเข้าใจผิด สำหรับเขาความรักของผมมันไม่มีค่าอะไรเลย หลังจากวันนั้น ผมหายไปจากชีวิตเขาแล้ว ผมตามหาทุกวิธีทุกทางเหมือนคนบ้าแต่ก็ไร้วี่แววเขา สุดท้ายแล้วเขาก็หายไปจากชีวิตผมเช่นกัน
ปัจจุบัน
"ท่านประธานครับ นี้คือแฟ้มเอกสารของสินค้าทั้งหมดที่นำเข้ามาวันนี้ ทางเราได้แยกตามหมวดหมู่ที่ท่านต้องการครับ"
เสียงพนักงานฝ่ายการคลังสินค้าเรียกสติผมกลับคืนมา ผมพยักหน้าตอบรับและก้มมองเอกสารตรงหน้า ปกติแล้วผมแทบจะไม่มาตรวจงานที่คลังสินค้าขนาดเล็ก ๆ โดยเฉพาะต่างจังหวัดเพราะส่วนมากจะเป็นหน้าที่ของเลขา ผมจะเข้าตรวจเฉพาะคลังสินค้าใหญ่จะในกรุงเทพซึ่งผมเป็นคนไม่ชอบการเดินทางไปที่ไกล ๆ หรือชนบท
"ผมต้องการพบหัวหน้าคลังที่นี่"
"เอ่อ...วันนี้หัวหน้าคลังลาหยุดครึ่งวันครับ"
"ลาหยุดครึ่งวัน ลาหยุดทำไม"
"เอ่อ.....ไม่ทราบครับ"
"นี่ พวกคุณทำงานกันอย่างไร ถึงไม่รู้ว่าหัวหน้าตัวเอง ลาหยุดไปทำอะไร"
"ผมรู้ครับ ว่าหัวหน้าลาหยุดไปไหน" มีพนักงานคนหนึ่งวิ่งเต้นเข้ามาด้วยความเหนื่อย
"หัวหน้าลาหยุดไปทำคลอดครับ"เขาพูดขึ้น พร้อมส่งยิ้มให้ผม
"อะไรนะ ทำคลอด "ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
"ใช่ครับท่าน ทำคลอดแม่วัวอยู่ที่บ้านกำนันโน่นครับ"
ผมได้แต่ยืนอึ้งไป นี่ผมกำลังมาเจอกับอะไรกันแน่ เขาคงว่างงานมากถึงได้มีเวลาไปทำคลอดแม่วัว
"ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่ถึงมียอดขายต่ำที่สุด ไปเรียกหัวหน้าคุณมาพบผมที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้ไม่เช่นนั้นผมจะไล่พวกคุณออกทั้งหมด"
"ครับท่านประธาน!"พนักงานคนนั้นรีบวิ่งออกไป
"เป็นไงบ้างวะ " พนักงานชายอีกคนถามขึ้น
"ถ้าไม่ตามพี่ฟินน์มาตอนนี้ ถูกไล่ออกทั้งหมดแน่ " เขาพูดขึ้นพร้อมโทรหาหัวหน้าตัวเอง แต่ไม่มีใครรับสาย
"ทำอะไรอยู่นะพี่ฟินน์ รับสิ! "
"นายจะไปไหนดี"
"ไปบ้านผู้ใหญ่" ชายหนุ่มรีบเดินออกไป
ณ บ้านไม้เรือนไทยที่ยังคงอนุรักษ์ความเป็นไทยดั้งเดิมไว้ที่ตั้งสง่าตามกลางธรรมชาติ บริเวณบ้านปกคลุมไปด้วยทุ่งนาและพืชนานาพรรณที่เขียวชอุ่มถึงแม้ว่าที่นี่อาจจะดูไม่เจริญมากนักเพราะเป็นเขตชนบท บ้านทุ่งซึ่งห่างไกลจากตัวเมืองจังหวัดไม่มากแต่เรื่องอากาศที่บริสุทธิ์นับว่าที่นี่คืออันดับหนึ่งของจังหวัด เสียงร้องของลูกวัวดังขึ้น พร้อมเสียงปรบมือของชาวบ้าน
"ขอบใจมากนะพ่อฟินน์ "ผู้ใหญ่บ้านพูดชื่นชมชายหนุ่มตรงหน้าด้วยใบหน้าที่ดีใจมากราวกับถูกรางวัลที่หนึ่ง
"ไม่เป็นไรครับ แม่น้อยของพ่อผู้ใหญ่ต่างหากที่ทำได้ดีมาก"ชายหนุ่มพูดถ่อมตัวพร้อมหันไปยังแม่วัวที่เลียลูกน้อยของมันด้วยความรัก
"ปกติแม่น้อยมันคลอดลูกทีไร ตายตอนเกิดทุกตัว ข้าไม่รู้จะทำอย่างไรจะไปหาหมอ ไอลูกสาวตัวดีก็ห้ามบอกว่าอายเขาเห็นว่าพ่อฟินน์เคยทำคลอดแม่วัวที่บ้าน ข้าเลยอยากให้มาช่วยมันหน่อย ข้าสงสารมันก็ข้ารักมันเหมือนลูกนี่หว่า "
"ใครอายพ่อ อย่าพูดแบบนี้สิ เดียวพี่ก็มองชมพูไม่ดีหรอก ใช่ไหมจ๊ะพี่ฟินน์"
หญิงสาวกุมมือชายหนุ่มพร้อมส่งแววตาหวานฉ่ำให้ชายหนุ่ม ชมพูเป็นลูกสาวคนเดียวของผู้ใหญ่บ้านไม่ทำอะไร ชอบแต่งตัวสวยและชอบมาส่งปิ่นโตให้เขาที่ทำงานเสมอจนคนเป็นพ่อต้องหาวิธีให้ลูกได้ใกล้ชิดกับชายหนุ่มมากขึ้นเลยยกเรื่องแม่วัวมาเป็นข้ออ้างให้มาเจอลูกสาวตัวเองเท่านั้น ระดับผู้ใหญ่บ้านมีคนฝีมือดีมากมายที่การช่วยเหลือเสมอเรื่องทำคลอดแม่วัวนั้นเรื่องเล็ก
"พี่ฟินน์ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!!!" ชายหนุ่มที่วิ่งมาหน้าตาตื่นไม่ใช่คนที่ไหนที่จริงแล้ว ดี คือน้องชายคนเดียวของฟินน์ที่ทำงานคลังสินค้ากับเขา ชายหนุ่มยืนตรงหน้าด้วยท่าทางหอบเหนื่อย
"เกิดอะไรขึ้น หรือว่าที่คลังเกิดอะไรขึ้น"
"ใช่แล้วพี่ โคตรเหนื่อยเลย ท่านประธานให้พี่เข้าไปพบตอนนี้เลย"
"ท่านประธาน" ทุกคนอุทานออกมาพร้อมกัน
"ใช่แล้วพี่ ถ้าพี่ไม่ไปตอนนี้พวกผมถูกไล่ออกแน่" ชายหนุ่มพูดขึ้นก่อนจูงแขนพี่ชายไป
"ท่านประธานคืออะไรจ๊ะหนูชมพู่"ชาวบ้านคนหนึ่งถามขึ้นด้วยความสงสัย
"โอ๊ยป้า เรื่องแค่นี้ทำไมไม่รู้เนี่ย ป้าจ๊ะ ฟังฉันให้ดีนะ ท่านประธานก็คือ คำที่ใช้เรียก ชื่อ คน สัตว์ สิ่งของจ๊ะป้า"
"อ่อ อย่างนี้นี่เอง แม่น้อยก็เรียกว่าท่านประธานได้สิ"
"ใช่จ้ะ ดีนะที่ฉันจบม.สาม " เธอพูดขึ้นอย่างภาคภูมิใจในตัวเองโดยไม่ได้หันไปมองคนเป็นพ่อที่ตอนนี้แทบจะเอาตะกร้าคลุมหัวตัวเอง
"ข้าน่าจะส่งให้เรียนจบม.หก เฮ้อ... " ผู้ใหญ่พูดจบรีบเดินออกไปจากตรงนั้นเพราะมีชาวบ้านส่วนหนึ่งที่ยืนหัวเราะอยู่
