บท
ตั้งค่า

ตอน 4

เสียงเหรียญ ชิป และเหล้าหกบนโต๊ะกลายเป็นพื้นหลัง เสียงลูกเต๋ากระแทกพื้นไม้ดังก้อง ท่ามกลางกลิ่นบุหรี่ เหล้า และความชื้นจากพื้นปูนเก่าของบ่อนใต้ดิน เดชนั่งอยู่มุมบ่อน สูบบุหรี่ มวนที่ไหม้เกือบหมดค่อย ๆ เคาะขี้บุหรี่ออกข้างแก้วเบียร์ มือใหญ่เกลี่ยขอบโต๊ะเบา ๆ เหมือนเช็กความเรียบร้อยของโลกทั้งใบ ลูกน้องของเดชไม่ใช่ลูกน้องหรอกนักพนันผู้ร่วมชะตากรรมครั้งนี้ โจ๊ก มายืนข้าง ๆ รอรายงานข่าวสารเหมือนผู้ช่วยประจำตัว

“พี่เดช… เจ๊ฝั่งคลองมันโทรมาอีกแล้วครับ บอกว่าถ้ายังไม่จ่ายภายในสองวัน จะส่งคนไปถึงบ้านนะพี่” โจ๊กพูดเสียงต่ำ พยายามไม่ให้ใครแอบได้ยิน เดชหรี่ตาสูดควันเข้าปอดจนหมดมวน ก่อนพ่นออกช้า ๆ พร้อมหัวเราะในลำคอเบา ๆ

“มันจะรู้เหรอว่าบ้านไหนของกู... กูไม่ได้กลับบ้านมานานแล้ว ฮ่า ๆ ๆ” สายตาของเขาเลื่อนมองโต๊ะพนันรอบ ๆ

นักพนันบางคนสบถหยาบ บางคนหัวเราะเยาะ แต่เดชไม่สนใจเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมามือใหญ่สั่นเล็กน้อยจากความตื่นเต้น เขากดรับสายเสียงเจ้าหนี้อีกคน

“เออ ไอ้เดช... นี่กูเอง มึงเล่นเกินกำหนดแล้วเมื่อคืน ต่อไปนี้มึงจะหายใจรอดยังไงกูไม่รู้ หาเงินมาคืนกูให้ครบ” เสียงฝ่ายตรงข้ามออกมาทางสาย เดชหัวเราะเบา ๆ อีกครั้ง คราวนี้เป็นเสียงลึกและเย็นชา

“เออ กูรู้ กูไม่ได้จะหนี แค่คืนนี้กูต้องใช้ทุนใหม่ พอดีมาที่บ่อนนี้มันได้มือพอดี” เจ้าหนี้อึ้งไปครู่หนึ่ง

“มึงไปที่บ่อนไหนของใครวะไอ้เดช” เดชยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางเอียงหัว

“เสือดำไง… อย่าพูดเยอะ เดี๋ยวเสียบรรยากาศ” เขากดสายแล้ววางลงพลางสังเกตนักพนันรอบตัว ใครโกง ใครหัวร้อน ใครพยายามแสดงอำนาจ

“คืนนี้… มึงจะเล่นให้สุดชีวิต” เขาพูดกับตัวเองเบา ๆ โจ๊กเห็นท่าทางเขาแล้วถาม

“พี่... มื้อนี้มันหนักนะครับ ไม่กลัวจะเสียเกินตัวเหรอ” เดชยักไหล่ มือกำชิปแน่น

“โจ๊ก... มึงจำไว้นะ คนที่อยากจะรวยแบบกูไม่เคยรวย คนที่รวยมักจะกลัวไม่ถึงกับล้มละลาย แต่กล้าเสี่ยงทุกครั้ง” โจ๊กพยักหน้า

ครู่หนึ่งบรรยากาศรอบตัวเงียบไป เสียงผู้เล่นคนอื่น ๆ ต่างชะงักมองโต๊ะนี้เหมือนมีนางฟ้าดวงหนึ่งแทรกเข้ามา เดชจับลูกเต๋า พลิกไพ่ หมุนชิปอย่างมั่นใจ มือของเขาไวและมั่นคง แม้ใจจะเต้นแรงจากความเสี่ยง

“คืนนี้… กูจะรวยหรือจนก็ช่างไม่ตายบ่อนนู้น ตายบ่อนนี้” เขาพูดกับตัวเองด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

บรรยากาศรอบโต๊ะเริ่มตึง เสียงเจ้ามือพ่นลมหายใจ รอว่าการโยนลูกเต๋าครั้งนี้จะเกิดอะไรขึ้น เดชโยนลูกเต๋าแรง เสียงตุบ ๆ ดังก้อง บางลูกเลื่อนลงโต๊ะก่อนหยุด เจ้ามือเบ้ปาก

“ต่ำ...” เสียงหัวเราะรอบข้างดังขึ้น เดชขมวดคิ้ว แต่ไม่ได้ถอย

“ดีมาก... เต๋าออกมาสวย” เดชจับชิปมัดใหญ่พลิกไพ่ต่อเรียกเงินจากผู้เล่นรอบโต๊ะเป็นพัน แววตาแสดงความมั่นใจเต็มเปี่ยม

โจ๊กเงยหน้ามองเพื่อนอย่างกังวล

“พี่... ถ้าพลาดนี่... งานเข้าหนักแน่” เดชเพียงหัวเราะเย็นชา

“โจ๊ก… ไม่มีคำว่าง่ายหรือยาก มีแต่การเลือกที่จะเสี่ยง และกูเลือกแล้ว”

ในมุมเงามืดของบ่อน เสือดำเงยหน้ามองผ่านกระจก ท่าทางนิ่งสงบ มือหนึ่งถือแก้ววิสกี้ ดวงตาคมจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเดช

“ไอ้นี่… มันกล้ามาซ้ำหรอ แต่ถ้าโง่ก็พังเอง” เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงบ่นกับตัวเองเบา ๆ แล้วก้าวออกไปจากห้อง แต่สายตายังคงจับทุกการเคลื่อนไหวของเดช… เดชยังคงเล่นต่อ มือหนักขึ้นเรื่อย ๆ พลิกไพ่ จับชิปโยน ลูกเต๋ากระเด้ง สลับกับหัวเราะเยาะเสียงในใจ

“คืนนี้… กูไม่แพ้ กูไม่ตาย... แค่สนุก” เสียงเหรียญและชิปยังดังต่อเนื่อง บ่อนใต้ดินกลางเมือง กลายเป็นสมรภูมิระหว่างความโลภและความหวัง และมีใครบางคนกำลังเฝ้าดูทุกการเคลื่อนไหวของเขา

เล่นไปหลายรอบเสียงชิปบนโต๊ะดังกรุ๊งกริ๊ง สีหน้าของเดชเริ่มเปลี่ยนจากความมั่นใจ เป็นความตึงเครียดที่กลบไม่มิด เขายังคงยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มชนิดที่คนมีประสบการณ์การพนันมองออกได้ในทันทีว่า…

“ไอ้นี่แม่งเริ่มคุมตัวเองไม่ได้แล้ว” ไฮโลรอบล่าสุดเพิ่งปิด เดชแทงสูงแบบไม่ลังเลชิปวางเป็นกองใหญ่จนเจ้ามือเลิกคิ้ว

ลูกเต๋าเปิดออกมาต่ำสองสามหก เสียงเฉียดเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางอก เดชยืนนิ่งชั่วอึดใจ ก่อนหัวเราะเบา ๆ เหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่

โจ๊กแตะแขนเขาเบา ๆ

“พี่… พอเหอะ มันไม่ใช่คืนของพี่ว่ะ” เดชสะบัดแขนออก ไม่แรง แต่ชัดเจน

“กูรู้น่า… กูคุมได้” แต่สีหน้าเขาบอกว่า

“กูคุมไม่ได้เลยสักนิด” เขาคว้าชิปที่เหลือมาโยนลงกองเหมือนคนกำลังโยนชีวิตทั้งหมดลงในกองไฟ

“ต่อไปเลย ต่ำคราวนี้กูเอาคืน” เจ้ามือขยับคอเสื้อ รู้สึกไม่ดี คนข้างโต๊ะเริ่มหันมามอง

ไอ้หมึก นักพนันรุ่นใหญ่ที่เล่นอยู่โต๊ะถัดไป หัวเราะหยัน

“ไอ้หนู มึงเล่นแบบนี้ไม่นานก็หมดตัวนะเว้ย จำไว้ การพนันเขาให้กินทีละนิด ไม่ใช่ให้มึงหวังทั้งโต๊ะแบบนี้” เดชหันมามองไฟในตาเดือด

“กูจะเล่นยังไงก็เรื่องของกู อย่าเสือก” หมึกยกมือยอมแพ้

“เออ ๆ พ่อมือทอง… ขอให้รอดละกัน” เจ้ามือเขย่าลูกเต๋า เสียงกล่องกระแทกดังติ๊ก ๆ ลูกเต๋ากลิ้งออกมาสูงอีกครั้ง

เดชชะงัก เหมือนโดนตบบ้องหูสีหน้าแข็งค้าง โจ๊กอ้าปากหวอ

“แม่งเอ๊ย…” เสียงรอบข้างดังขึ้น ทั้งฮา ทั้งแซว ทั้งด่า เดชได้ยินทุกอย่างแต่เหมือนทุกเสียงไกลออกไปเรื่อย ๆ เขาก้มมองโต๊ะว่างเปล่าตรงหน้า เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นว่า ชิปเขาไม่เหลือแม้แต่เม็ดเดียว โต๊ะข้าง ๆ มีนักพนันคนหนึ่งพูดขึ้น

“หมดตัวแล้วเหรอวะ” อีกคนตอบ

“หมดสิวะ กูเห็นกับตา ตั้งแต่แรกมันมือหนักเกินไปแล้ว” เดชกำมือแน่นจนเส้นเลือดนูน เขาสูดลมหายใจลึกพยายามประคองศักดิ์ศรีสุดท้ายของตัวเอง แต่โชคยังไม่หยุดตบหน้าเขา ทันใดนั้นโทรศัพท์ดังขึ้น ชื่อบนหน้าจอคือ “เจ๊ฝั่งคลอง” เดชกัดฟันรับสาย

“อะไรอีกวะเจ๊… กูบอกว่ากำลังหาเงินอยู่” เสียงผู้หญิงปลายสายกรีดเฉือนเหมือนมีด

“หาเงินเหี้ยอะไร กูกับลูกน้องรอเงินมึงจนขี้มันขึ้นหัว! ถ้าพรุ่งนี้ไม่มาจ่าย มึงรอรับศพคนที่บ้านมึงได้เลย”

เดชตะโกนกลับ

“เจ๊อย่าไปยุ่งกับที่บ้านกูนะเว้ย! มันเป็นเรื่องของกูกับเจ๊” เสียงหัวเราะเย้ยหยัน

“กูไม่สนโว้ยมึงไม่มีเงิน ก็ต้องจ่ายด้วยอย่างอื่น… เข้าใจมั้ย เดช” ปลายสายวางทันที เดชมองโต๊ะว่างเปล่ารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมลงในหลุมดำ โจ๊กกระซิบ

“พี่… เราไปกันเถอะ ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเราแล้ว” แต่เดชกลับกัดฟัน

“ไม่… กูยังมีอีกทาง” เขากวาดตามองรอบบ่อน เหลือบมองนักพนันกับเจ้ามือที่ชนะชิปมหาศาล

เดชมองไปอีกมุมหนึ่งของบ่อน มีชายคนหนึ่งยืนอยู่ในเงามืด ดวงตาคมเหมือนสัตว์นักล่า มองมาไม่วางเดชคิดในใจ

“ไอ้นี่… จ้องกูทั้งคืนแล้วมันเป็นใครวะ" เขาไม่รู้ นั่นคือเสือดำเจ้าของบ่อนนี้เอง เดชพูดลอย ๆ กับตัวเอง

“ถ้ากูจะลุกขึ้นอีกครั้ง… กูต้องเสี่ยงอีกที” โจ๊กมองหน้าเขาแล้วพูดเสียงเบา

“พี่จะทำอะไร… อย่าบอกนะว่าพี่จะไปยืมเงินโต๊ะใหญ่” เดชหัวเราะออกมา เหมือนคนที่ยอมแพ้

“เออสิวะ… ถ้าไม่เล่นต่อ วันนี้กูตายแน่ ๆ” เขากำโทรศัพท์แน่น เหมือนกำชะตาทั้งชีวิตไว้ในมือ และนี่… คือก้าวแรกที่พาเขาเข้าไปอยู่ในสายตาเสือดำอย่างเต็มตัว ก้าวที่นำพาเขาเข้าใกล้หายนะ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel